Skip Navigation
คุณอยู่ที่: เกี่ยวกับเรา > รายงานและเอกสารข้อเท็จจริงของสถานทูตฯ > รายงานการค้ามนุษย์ประจำปี พ.ศ. 2551 ประเทศไทย (กลุ่มที่ 2)
Skip Left Section Navigation

รายงานการค้ามนุษย์ประจำปี พ.ศ. 2551
ประเทศไทย (กลุ่มที่ 2)

ประเทศไทยเป็นประเทศต้นทาง ทางผ่านและปลายทาง สำหรับการค้าผู้ชาย ผู้หญิง และเด็กเพื่อการแสวงประโยชน์ทางเพศและการบังคับใช้แรงงาน การที่ประเทศไทยค่อนข้างเจริญทำให้แรงงานต่างด้าวจากประเทศเพื่อนบ้านซึ่งต้องการหนีความยากจน หรือการปราบปรามของรัฐบาลอย่างเช่นในประเทศพม่า เดินทางเข้ามาในไทย การที่คนต่างชาติจำนวนมากเดินทางเข้ามาในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมายเปิดโอกาสให้พ่อค้ามนุษย์บังคับ หรือหลอกลวงแรงงานต่างชาติที่ไม่มีเอกสารประจำตัวเหล่านี้มาใช้แรงงานเยี่ยงทาสหรือแสวงประโยชน์ทางเพศ  ผู้หญิงและเด็กชาวพม่า กัมพูชา ลาว สาธารณรัฐประชาชนจีน เวียดนาม รัสเซีย และอุซเบกิสถานถูกนำมาค้าให้ธุรกิจทางเพศในไทย และมีผู้หญิงและเด็กหญิงชาวพม่า กัมพูชา และเวียดนามจำนวนหนึ่งที่เดินทางผ่านชายแดนทางใต้ของไทยเข้าไปค้าประเวณีในมาเลเซีย ชนกลุ่มน้อยเช่นชาวเขาในภาคเหนือของไทยซึ่งไม่ได้รับสถานภาพให้พำนักอาศัยอยู่อย่างถูกกฎหมาย หรือไม่มีสัญชาติเป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อการตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ทั้งภายในประเทศไทยและต่างประเทศ เช่น บาห์เรน ออสเตรเลีย แอฟริกาใต้ สิงคโปร์ มาเลเซีย ญี่ปุ่น ฮ่องกง ยุโรป และสหรัฐอเมริกา ชายไทยบางคนที่ถูกว่าจ้างให้ไปทำงานแบบแรงงานไร้ฝีมือในไต้หวัน เกาหลีใต้ อิสราเอล สหรัฐอเมริกา และประเทศแถบอ่าวเปอร์เซีย ต้องถูกบังคับใช้แรงงานและถูกบังคับให้ทำงานใช้หนี้ หลังจากเดินทางไปถึง

หลังจากเดินทางเข้ามาในประเทศไทยด้วยความสมัครใจของตนเอง ชาย หญิง และเด็ก ซึ่งส่วนใหญ่มาจากพม่าถูกนำมาบังคับใช้แรงงานในภาคเกษตร โรงงาน ธุรกิจก่อสร้าง ธุรกิจประมงและอาหารแปรรูปจากสัตว์ทะเล คนรับใช้ตามบ้าน และขอทาน แรงงานไทยที่ทำงานในต่างประเทศ เช่น ในไต้หวัน มาเลเซีย สหรัฐอเมริกา และตะวันออกกลางมักต้องจ่ายค่านายหน้าจำนวนมากก่อนออกเดินทางซึ่งทำให้ตกเป็นหนี้ และในบางกรณี ทำให้คนเหล่านี้ถูกแสวงประโยชน์อย่างผิดกฎหมายเพื่อบังคับใช้แรงงาน เด็กจากพม่า ลาวและกัมพูชาถูกค้าและบังคับให้ขอทานและใช้แรงงานในประเทศไทย ภาคเศรษฐกิจสำคัญสี่ภาคของไทย (ได้แก่ ประมง ก่อสร้าง เกษตรเชิงพาณิชย์ และแรงงานรับใช้ตามบ้าน) พึ่งพา แรงงานผิดกฎหมายจากพม่าอย่างมาก ซึ่งในกลุ่มนี้ มีแรงงานเด็กรวมอยู่ด้วย เนื่องจากแรงงานเหล่านี้มีค่าแรงถูกและสามารถแสวงประโยชน์ได้ง่าย

รัฐบาลไทยไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำอย่างเต็มที่ในการกำจัดการค้ามนุษย์ อย่างไรก็ดี รัฐบาลก็ได้ดำเนินความพยายามที่สำคัญในการแก้ปัญหา โดยในเดือนพฤศจิกายน สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ผ่านร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ที่มีความครบถ้วนสมบูรณ์ ซึ่งรัฐบาลรายงานว่าจะมีผลบังคับใช้ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2551 แม้จะไม่มีการดำเนินคดีอาญากับการบังคับใช้แรงงานในช่วงของการทำรายงานฉบับนี้ แต่ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2551 เจ้าหน้าที่ได้บุกเข้าค้นโรงงานผลิตอาหารกุ้งแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรสาคร และช่วยเหลือชาวพม่า 300 คนที่ถูกบังคับใช้แรงงานออกมา ต่อมา กระทรวงแรงงานออกคำชี้แจงเกี่ยวกับมาตรการเข้มงวดที่กระทรวงจะใช้ในอนาคตในกรณีที่มีการระบุว่ามีการบังคับใช้แรงงานเกิดขึ้น อย่างไรก็ดี รัฐบาลไทยยังไม่ได้เริ่มกระบวนการในการดำเนินคดีกับเจ้าของโรงงานแปรรูปกุ้งอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ช่วยแรงงานชาวพม่าทั้งชาย หญิงและเด็กจำนวน 800 คนออกมาจากการถูกบังคับใช้แรงงานเยี่ยงทาส รวมทั้งการถูกทำร้ายร่างกายและจิตใจ และถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวในเดือนกันยายน พ.ศ. 2549 จนบัดนี้ โรงงานแห่งนี้ยังดำเนินกิจการอยู่

ข้อเสนอแนะสำหรับประเทศไทย:  ควรบังคับใช้กฎหมายป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ที่มีเนื้อหาครบถ้วนสมบูรณ์ทั่วประเทศ โดยเฉพาะบทบัญญัติเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้แรงงาน โดยควรฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย อัยการ และผู้พิพากษาเกี่ยวกับกฎหมายฉบับใหม่นี้ และเพิ่มบทลงโทษทางอาญาสำหรับนายจ้างและบริษัทจัดหางานที่แสวงประโยชน์

การดำเนินคดี

รัฐบาลไทยได้แสดงความคืบหน้าในความพยายามบังคับใช้กฎหมายเพื่อปราบปรามการค้ามนุษย์ ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2550 ไทยผ่านร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ฉบับใหม่ซึ่งมีความครบถ้วนสมบูรณ์ โดยรัฐบาลรายงานว่ากฎหมายดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2551 กฎหมายดังกล่าวจะห้ามการค้ามนุษย์ทุกรูปแบบ รวมทั้งการค้ามนุษย์เพื่อใช้แรงงาน และเป็นครั้งแรกที่กฎหมายห้ามการค้าผู้ชาย กฎหมายยังกำหนดบทลงโทษที่เข้มงวดและเป็นโทษหนักเหมือนกับอาชญากรรมร้ายแรงอื่นๆ เช่นการข่มขืน นอกจากนี้ กฎหมายยังทำให้การค้ามนุษย์เป็นความผิดมูลฐานสำหรับการดำเนินคดีภายใต้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ทั้งนี้ กฎหมายต่อต้านการค้ามนุษย์ฉบับเก่าที่มีผลบังคับใช้ในช่วงที่ทำรายงานฉบับนี้ให้คำจำกัดความการค้ามนุษย์เฉพาะในเรื่องของการแสวงประโยชน์ทางเพศเท่านั้น และถือว่าผู้หญิงและเด็กเท่านั้นที่ถือว่าเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์และมีสิทธิได้รับที่พักพิงและสวัสดิการทางสังคมอื่นๆ จากรัฐบาล

สำนักงานตำรวจแห่งชาติรายงานว่าในช่วงสองปีก่อนเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2550 มีการดำเนินคดีค้ามนุษย์เพื่อธุรกิจทางเพศ 144 คดี ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2550 นายจ้างชาวไทยรายหนึ่งถูกพิพากษาจำคุกนานกว่า 10 ปี ในข้อหาบังคับใช้แรงงานเด็ก ซึ่งนับเป็นคดีแรกที่มีการพิจารณาลงโทษภายใต้ประมวลกฎหมายอาญาต่อต้านการเอาคนลงเป็นทาส พ.ศ. 2499 ผู้เสียหายในคดีนี้เป็นหญิงรับใช้ในบ้านซึ่งทำงานโดยไม่ได้รับเงินเดือนและถูกทารุณร่างกายมาเป็นเวลาสี่ปี  ในเดือนธันวาคม ศาลอาญาสั่งพิพากษาจำคุกพ่อค้ามนุษย์สองรายเป็นเวลาเจ็ดปี ในข้อหาล่อลวงเด็กหญิงวัย 15 ปีไปค้าประเวณีที่สิงคโปร์  ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2550 สำนักงานอัยการสูงสุดได้จัดตั้งศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ระหว่างประเทศขึ้นภายใต้สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์แห่งนี้มีอัยการประจำอยู่แปดคน ซึ่งมีหน้าที่ประสานงานเกี่ยวกับการดำเนินคดีการค้ามนุษย์ทั้งหมดในไทย การทุจริตคอร์รัปชั่นยังเป็นปัญหาในหมู่เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นหรือเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองซึ่งให้ความคุ้มครองซ่องโสเภณี โรงงานแปรรูปอาหารทะเล และโรงงานเถื่อนจากการถูกตำรวจบุกเข้าค้น และในบางครั้งก็ช่วยอำนวยความสะดวกในการลักลอบนำผู้หญิงเข้าไทยหรือผ่านไทย เจ้าหน้าที่ตำรวจสองนายต้องถูกดำเนินคดีในข้อหาค้าแรงงานพม่าที่จังหวัดตากในเดือนเมษายน พ.ศ. 2550 ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2551 คณะตัวแทนจากกระทรวงแรงงาน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และองค์กรเอกชนได้บุกเข้าค้นโรงงานแปรรูปกุ้งแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรสาคร และพบว่ามีแรงงานพม่า 300 คนถูกกักบริเวณอยู่และมีสภาพการทำงานที่ถูกเอาเปรียบ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่รัฐบาลระบุให้แรงงานชาย 20 คนรวมอยู่ในกลุ่มแรงงาน 74 คนที่ถูกพิจารณาว่าเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ และให้ส่งตัวไปยังที่พักพิงชั่วคราวของรัฐบาล อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ได้ใส่กุญแจมือและกักขังแรงงานชายพม่ารายอื่นๆที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมายไว้ที่โรงงาน และส่งตัวไปยังห้องขังเพื่อรอการส่งตัวกลับประเทศ มีรายงานว่าคนงานเหล่านี้ซึ่งถูกแสวงประโยชน์เช่นเดียวกับแรงงานที่รัฐบาลไทยระบุว่าเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ ได้รับการปฏิบัติเยี่ยงอาชญากร ถูกกักขัง และไม่ได้รับอนุญาตให้ไปเก็บของส่วนตัวและเอกสารประจำตัวที่ทิ้งไว้ที่โรงงาน และยังถูกส่งตัวไปสถานที่คุมขัง ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อเจ้าของโรงงานแปรรูปกุ้งภายใน 24 ชั่วโมง และกำลังสอบสวนนายหน้าแรงงานที่จัดหาแรงงานพม่าเหล่านี้มาให้โรงงาน ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2551 กระทรวงแรงงานออกคู่มือสาธิตแนวปฏิบัติของกระทรวงแรงงานที่มีมาตรการที่เข้มงวดที่จะใช้ในอนาคตในกรณีที่มีผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน

ศาลแรงงานตัดสินให้จ่ายค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 3,600,000 บาทแก่เหยื่อค้ามนุษย์ 66 รายที่ตำรวจบุกเข้าไปช่วยออกมาจากโรงงานแปรรูปกุ้งในจังหวัดสมุทรสาครเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2549 อย่างไรก็ดี จนถึงเดือนมีนาคม พ.ศ. 2551 รัฐบาลก็ยังไม่ได้เริ่มดำเนินคดีอาญากับเจ้าของโรงงานแต่อย่างใด สำหรับคดีอื่นๆ ที่อาจเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน เจ้าหน้าที่รายงานว่ามีคดีโกงค่าแรง 41 คดี และคดีจัดหาแรงงานโดยผิดกฎหมาย 16 คดี กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงานรายงานว่าบริษัทจัดหางาน 28 แห่งถูกดำเนินคดีในปี พ.ศ. 2550 เนื่องจากฝ่าฝืนกฎระเบียบเกี่ยวกับการจัดหาแรงงานซึ่งทำให้แรงงานเสี่ยงต่อการถูกนำไปค้ามนุษย์ การดำเนินคดีดังกล่าวส่วนใหญ่ลงเอยด้วยการสั่งปรับเป็นเงิน และมีเพียงคดีเดียวที่ถูกระงับใบอนุญาต เจ้าหน้าที่ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานและองค์กรเอกชนใช้วิธีขู่ว่าจะดำเนินมาตรการลงโทษภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ในการเจรจาหาข้อตกลงกับนายจ้างที่แสวงประโยชน์จากเหยื่อค้ามนุษย์ต่างชาติที่ทำงานในโรงงานเถื่อนและเป็นคนรับใช้ตามบ้าน มีนายหน้าอิสระทั้งหมด 189 รายที่ถูกปรับและถูกลงโทษอื่นๆ จากการละเมิดกฎระเบียบเกี่ยวกับการจัดหาแรงงานในปี พ.ศ. 2550

การคุ้มครอง

รัฐบาลไทยยังคงให้การคุ้มครองอย่างดีมากต่อชาวต่างชาติที่ตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์เพื่อธุรกิจทางเพศในไทย และเหยื่อชาวไทยที่เดินทางกลับประเทศภายหลังจากถูกนำไปค้าแรงงานหรือนำไปค้าธุรกิจทางเพศในต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม การคุ้มครองเหยื่อต่างชาติที่ถูกนำมาบังคับใช้แรงงานในไทยยังไม่ค่อยเข้มแข็ง เนื่องจากบทบัญญัติในกฎหมายไทยว่าด้วยการให้ความคุ้มครองเหยื่อการค้ามนุษย์ไม่ได้ครอบคลุมถึงเหยื่อที่เป็นชาย พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ฉบับใหม่ที่ผ่านสภานิติบัญญัติในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2550 และจะประกาศใช้ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2551 ขยายความคุ้มครองถึงเหยื่อค้ามนุษย์ที่เป็นชายและผู้ที่ถูกบังคับใช้แรงงานด้วย รัฐบาลอนุญาตให้เหยื่อค้ามนุษย์ทุกคนที่เป็นหญิง ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือต่างชาติ ให้ได้รับที่พักพิงและสวัสดิการสังคมระหว่างที่รอการส่งตัวกลับประเทศหรือจังหวัดบ้านเกิด อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไม่ได้เสนอทางเลือกทางกฎหมายอื่นๆ ให้เหยื่อค้ามนุษย์นอกเหนือจากการถูกส่งตัวกลับประเทศ ซึ่งคนเหล่านี้อาจต้องเผชิญกับความยากลำบากหรือถูกแก้แค้น โดยเฉพาะการถูกปราบปรามเช่นในพม่า รัฐบาลสนับสนุนให้เหยื่อการค้ามนุษย์ที่เป็นหญิงมีส่วนร่วมในการสอบสวนและดำเนินคดีกับการค้ามนุษย์เพื่อธุรกิจทางเพศ ส่วนในคดีที่เกี่ยวกับการบังคับใช้แรงงาน พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 ระบุให้นายจ้างต้องจ่ายเงินชดเชยค่าเสียหายแก่ลูกจ้าง แต่รัฐบาลไม่ได้เสนอให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายใดๆ ที่จะสนับสนุนให้ลูกจ้างใช้โอกาสดังกล่าวในการเรียกร้องค่าเสียหาย  ในทางปฏิบัติแล้ว มีแรงงานต่างด้าวเพียงไม่กี่รายที่สามารถดำเนินการฟ้องร้องนายจ้างต่อศาลไทย ค่าใช้จ่ายที่สูงในการดำเนินคดีตามกฎหมาย ภาษา ความล่าช้าในระบบราชการ และการโยกย้ายถิ่นฐาน ล้วนเป็นอุปสรรคสำหรับแรงงานต่างด้าวส่วนใหญ่ที่จะเข้าสู่กระบวนยุติธรรมตามกฎหมายของไทย โดยทั่วๆ ไป ผู้หญิงที่ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์เพื่อธุรกิจทางเพศจะไม่ถูกจำคุกหรือส่งตัวกลับประเทศ ในขณะที่ผู้ที่ถูกนำมาค้าแรงงานและผู้ชายอาจถูกส่งกลับประเทศในฐานะคนต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย รัฐบาลไทยจะส่งเหยื่อค้ามนุษย์เพื่อธุรกิจทางเพศและเหยื่อค้ามนุษย์ที่เป็นเด็กไปพักอาศัยในบ้านพักคุ้มครองของรัฐบาลหนึ่งในเจ็ดแห่งที่ตั้งอยู่ในแต่ละภูมิภาค โดยเหยื่อเหล่านี้จะได้รับคำปรึกษาจากนักจิตวิทยา มีอาหาร ที่พัก และได้รับการรักษาพยาบาล ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2551 กระทรวงแรงงานได้เผยแพร่แนวปฏิบัติในกรณีมีผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ด้านแรงงานในอนาคต แนวทางดังกล่าวรวมถึงบทบัญญัติคุ้มครองเหยื่อค้ามนุษย์จากการถูกดำเนินคดีเนื่องจากการเดินทางเข้าเมืองหรือความผิดฐานค้าประเวณี และให้เหยื่อค้ามนุษย์ที่เป็นคนต่างชาติสามารถพักพิงชั่วคราวในไทยระหว่างรอคำตัดสินจากศาลคดีอาญาหรือคดีแพ่ง

สถานทูตไทยให้ความคุ้มครองด้านกงสุลแก่พลเมืองไทยที่ประสบปัญหาในต่างประเทศ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศรายงานว่ามีคนไทย 403 คนถูกระบุว่าเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ในต่างประเทศและถูกส่งตัวกลับไทยจากประเทศต่างๆ เช่น บาห์เรน (368 คน) สิงคโปร์ (14 คน) และมาเลเซีย (12 คน) ในปี พ.ศ. 2550 บ้านพักชั่วคราวของรัฐให้ความคุ้มครองและสวัสดิการทางสังคมแก่เหยื่อค้ามนุษย์ชาวไทยที่ถูกส่งกลับประเทศ 179 คน และเหยื่อค้ามนุษย์ต่างชาติ 363 คนที่ถูกนำมาค้าในไทย ในปี พ.ศ. 2550 กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศจัดฝึกอบรมสำหรับผู้นำชุมชน เหยื่อค้ามนุษย์ และคนงานในประเทศและต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศส่งนักจิตวิทยาไปช่วยฝึกอบรมอาสาสมัครไทยในไต้หวันซึ่งให้ความช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์ และจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการสำหรับล่ามแปลคนไทยตามโครงการ ช่วยชาวไทย (“Help Thais”) ที่สิงคโปร์  รวมทั้งจัดหาเจ้าหน้าที่แปลเพื่อให้ความช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์ชาวไทย 36 คนที่ถูกจับกุมที่เมืองเดอร์บัน แอฟริกาใต้ มติคณะรัฐมนตรีปี พ.ศ. 2548 กำหนดแนวทางในการส่งตัวผู้ไร้สัญชาติจากต่างประเทศกลับไทยหลังคนเหล่านี้ถูกระบุว่าเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ และสามารถพิสูจน์ได้ว่าเคยมีถิ่นพำนักในไทย  โดยบุคคลไร้สัญชาติเหล่านี้อาจได้รับสถานภาพคนต่างด้าวที่มีถิ่นพำนักในไทยเป็นกรณีๆ ไป
การป้องกัน

ในปี พ.ศ. 2550 รัฐบาลไทยยังให้การสนับสนุนกิจกรรมด้านการป้องกันและการเพิ่มจิตสำนึกของประชาชนเกี่ยวกับการค้ามนุษย์เพื่อธุรกิจทางเพศและการบังคับใช้แรงงาน รวมทั้งธุรกิจท่องเที่ยวเพื่อซื้อบริการทางเพศ ความพยายามของเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายของไทยในการลดความต้องการบริการทางเพศที่ผิดกฎหมายและการท่องเที่ยวเพื่อซื้อบริการทางเพศกับเด็ก จำกัดอยู่เพียงการบุกเข้าค้นและสั่งปิดซ่องโสเภณีเป็นครั้งคราว ในขณะเดียวกัน รัฐบาลไทยก็ดำเนินโครงการรณรงค์เพื่อเพิ่มจิตสำนึกโดยเฉพาะในหมู่นักท่องเที่ยว เพื่อลดธุรกิจท่องเที่ยวเพื่อซื้อบริการทางเพศกับเด็กและการนำเด็กมาเป็นโสเภณี นอกจากนี้ รัฐบาลไทยยังร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของต่างประเทศหลายแห่งในการจับกุมและเนรเทศชาวต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจท่องเที่ยวเพื่อซื้อบริการทางเพศกับเด็ก ในปี พ.ศ. 2550 รัฐบาลไทยแจกเอกสารแผ่นพับและโปสเตอร์ในเขตที่เป็นที่นิยมของท่องเที่ยว เช่น เชียงใหม่ เกาะสมุย พัทยา และภูเก็ต เพื่อเตือนนักท่องเที่ยวว่าการซื้อบริการทางเพศกับเด็กถือเป็นความผิดอาญาร้ายแรง ไทยยังไม่ได้ให้สัตยาบันพิธีสารสหประชาชาติว่าด้วยการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2543

 
เว็บไซต์นี้เป็นของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ลิงค์บนเว็บไซต์นี้ที่เชื่อมต่อไปยังอินเตอร์เน็ตเว็บไซต์อื่นๆ
ไม่ได้แสดงถึงการสนับสนุนความเห็นหรือนโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ที่อยู่ในเว็บไซต์เหล่านั้นแต่อย่างใด
Skip Footer Navigation