ในส่วนที่เกี่ยวกับประเทศไทย
จัดทำโดยสำนักงานประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชนและแรงงาน
25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552
ประเทศไทยปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นองค์พระประมุขภายใต้บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ มีประชากรกว่า 65 ล้านคน พระมหากษัตริย์ทรงเป็นที่เคารพเทิดทูนและทรงใช้พระบารมีของพระองค์อย่างไม่เป็นทางการ ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งล่าสุดเมื่อเดือนธันวาคมพ.ศ. 2550 พรรคพลังประชาชนที่นำโดยนายสมัคร สุนทรเวช ได้คะแนนเสียงเหนือกว่าพรรคอื่นๆ พรรคร่วมหกพรรคเลือกนายสมัครเป็นนายกรัฐมนตรีและนายสมัครได้อยู่ในตำแหน่งจนถึงวันที่ 9 กันยายนเมื่อคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญบังคับให้นายสมัครต้องลงจากตำแหน่ง ในวันที่ 25 กันยายน รัฐบาลใหม่นำโดยนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เข้าบริหารงานแต่ต้องลงจากตำแหน่งในวันที่ 2 ธันวาคมเมื่อศาลรัฐธรรมนูญประกาศยุบพรรคของนายสมชายเนื่องจากละเมิดกฎหมายการเลือกตั้ง รัฐบาลที่นำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะเข้ารับตำแหน่งในวันที่ 22 ธันวาคม ช่วงต้นปี คณะกรรมการสรรหาได้แต่งตั้งวุฒิสมาชิกจำนวน 74 คนจากทั้งหมด 150 คนในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ และเมื่อวันที่ 2 มีนาคม ประชาชนได้เลือกวุฒิสมาชิกที่เหลือจำนวน 76 คนเป็นผู้แทนของแต่ละจังหวัด โดยทั่วไป เห็นว่าการเลือกตั้งของทั้งสองสภาเป็นไปอย่างเสรีและยุติธรรม แต่กระนั้นก็มีข้อกล่าวหาอย่างกว้างขวางว่ามีการซื้อเสียง โดยทั่วไป ผู้บริหารที่เป็นพลเรือนสามารถกำกับดูแลฝ่ายรักษาความมั่นคงได้อย่างมีประสิทธิผล แม้ว่าทหารยังคงมีบทบาทสำคัญในการรักษาความมั่นคงภายใน
แม้ว่าปีที่ผ่านมา การเมืองจะขาดเสถียรภาพ แต่ประเทศก็สามารถหลีกเลี่ยงความระส่ำระสายในการบริหารแผ่นดินที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และรัฐบาลยังคงเคารพสิทธิมนุษยชนเช่นเดิม เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงบางครั้งยังคงใช้กำลังเกินกว่าเหตุต่อผู้ต้องสงสัยคดีอาญา และบางคนกระทำหรือเกี่ยวพันในการสังหารนอกกระบวนการยุติธรรม การสังหารตามอำเภอใจและการสังหารที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องกับการหายสาบสูญของบุคคลด้วย มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทรมาน ซ้อมและทารุณผู้ต้องขังและผู้ต้องหาโดยผู้ต้องขังและผู้ต้องหาหลายคนถูกคุมขังในสภาพที่แออัดและไม่ถูกหลักสุขอนามัย การทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวงมีอย่างกว้างขวางในวงการตำรวจ การก่อเหตุรุนแรงของกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยก่อให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนหลายกรณีซึ่งรวมถึงการสังหารโดยกลุ่มแบ่งแยกดินแดนเชื้อสายมาเลย์ อาสาสมัครป้องกันภัยชาวพุทธและเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของรัฐ รัฐบาลยังคงจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เสรีภาพของสื่อและเสรีภาพในการสมาคมในระดับหนึ่งซึ่งกำหนดขึ้นหลังการรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายนพ.ศ. 2549 เจ้าหน้าที่สิทธิมนุษยชนโดยเฉพาะผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับความรุนแรงในภาคใต้รายงานว่าประสบปัญหาถูกคุกคามและข่มขู่ การค้ามนุษย์ยังคงเป็นปัญหาอยู่ ชาวเขาที่ไม่มีหลักฐานอย่างถูกต้องยังคงเผชิญปัญหาถูกจำกัดเรื่องการเดินทางโยกย้าย ไม่สามารถถือกรรมสิทธิ์การเป็นเจ้าของที่ดินและไม่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายแรงงาน รัฐไร้ประสิทธิผลในการบังคับใช้กฎหมายแรงงาน
การเคารพในสิทธิมนุษยชน
หมวดที่ 1 การเคารพบูรณภาพแห่งบุคคล อันรวมถึงการปลอดจาก:
ก. การสังหารตามอำเภอใจหรือการสังหารที่ผิดกฎหมาย
ไม่มีรายงานยืนยันว่ามีการสังหารที่เกี่ยวพันกับการเมืองโดยรัฐบาลหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐบาล อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงยังคงใช้กำลังเกินกว่าเหตุและบางครั้งก็รุนแรงถึงแก่ชีวิตต่อผู้ต้องสงสัยคดีอาญา และกระทำหรือเกี่ยวข้องกับคดีสังหารนอกกระบวนการยุติธรรมหรือวิสามัญฆาตกรรม การสังหารตามอำเภอใจและการสังหารที่ผิดกฎหมายหลายคดีซึ่งรวมถึงการสังหารที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงกระทำในเรื่องส่วนตัวด้วย
ตัวเลขจากกองการสอบสวนและนิติการ กระทรวงมหาดไทยระบุว่า ในช่วงปีที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตระหว่างถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำหรือระหว่างถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวทั้งสิ้น 459 ราย ในจำนวนนี้มี 34 รายที่เสียชีวิตจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทางการแจ้งว่าส่วนใหญ่เป็นการเสียชีวิตจากโรคภัยตามธรรมชาติ
เมื่อวันที่ 20 มีนาคม เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจ 39 กองทัพบกเข้าควบคุมตัวอิหม่ามยะผา กาเซ็ง และบุตรชายสองคนที่จังหวัดนราธิวาส ผู้ถูกควบคุมตัวอื่นๆ หลายคนเห็นเจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจ 39 ทุบตีนายยะผาหลายครั้ง ซึ่งหลังจากนั้นนายยะผาก็เสียชีวิต ทางการได้ส่งศพของนายยะผาไปให้ครอบครัวของนายยะผา ซึ่งพวกเขากล่าวหาว่า สภาพศพของนายยะผามีร่องรอยของการถูกทารุณกรรม ในการพิจารณาคดีหลังมรณกรรมของนายยะผาเมื่อวันที่ 30 มิถุนายนตามที่ครอบครัวนายยะผาร้องขอนั้น เจ้าหน้าที่นิติเวชเบิกความสรุปถึงการชันสูตรพลิกศพนายยะผาว่า สาเหตุการตายของนายยะผามาจากร่างกายกระแทกกับของแข็งอย่างแรง แม้ว่าทางกองทัพจะยืนยันว่า การสอบสวนของกองทัพระบุว่านายยะผาตายด้วยสาเหตุธรรมชาติ เมื่อถึงสิ้นปี ไม่มีเจ้าหน้าที่คนใดในหน่วยเฉพาะกิจ 39 ถูกแจ้งข้อหาเกี่ยวกับการตายของนายยะผา เจ้าหน้าที่ห้านายในกลุ่มดังกล่าวเบิกความในการพิจารณาคดีไต่สวนการตายของนายยะผาว่า ภายหลัง พวกเขาได้รับคำสั่งย้ายไปเพชรบูรณ์และได้รับโทษตามกระบวนการภายในของกองทัพบก เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม ศาลจังหวัดนราธิวาสออกคำสั่งสรุปการพิจารณาคดีหลังมรณกรรมนี้ว่า นายยะผาเสียชีวิตจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐระหว่างอยู่ในการควบคุมตัวของทางการ อย่างไรก็ตาม ศาลไม่ได้ระบุชัดเจนลงไปว่าเจ้าหน้าที่คนใดเป็นผู้ผิด
ยังคงมีรายงานว่า มีบุคคลถูกสังหารนอกกระบวนการยุติธรรมหรือวิสามัญฆาตกรรมหลังจากที่ได้เข้าร่วมอบรมที่ศูนย์เสริมสร้างสมานฉันท์ของกองทัพบก สถาบันนิติวิทยาศาสตร์แถลงว่า สถาบันฯ ได้รับศพนิรนาม 84 ศพในช่วงปีที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับจำนวน 194 ศพในปีพ.ศ. 2550
เมื่อถึงปลายปี การสืบสวนคดีการเสียชีวิตของนายนพพร ชัยวิชิตที่จังหวัดนครศรีธรรมราชถูกส่งต่อไปยังกองบังคับการปราบปรามที่กรุงเทพมหานคร แต่ไม่มีผู้ใดถูกจับกุม
ทางการปิดสำนวนการสืบสวนคดีที่พันตำรวจโทนายหนึ่งถูกกล่าวหาว่า ยิงนายธีระวุฒิ กูมูดา และนายพัฒพงศ์ ศรีสมุทร เสียชีวิตเมื่อเดือนเมษายนพ.ศ. 2550 หลังจากที่ตำรวจจังหวัดพังงาและสำนักงานอัยการระบุว่า การยิงนั้นเป็นการยิงป้องกันตัว
ในการพิจารณาคดีหลังมรณกรรมกรณีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของกระทรวงมหาดไทยในจังหวัดแม่ฮ่องสอนยิงนายไอ่ อู กะเหรี่ยงอพยพเสียชีวิตเมื่อเดือนธันวาคมพ.ศ. 2550 ศาลได้ไต่สวนรายละเอียดข้อมูลเบื้องต้นเพื่อพิจารณาว่า จะตั้งข้อหาฆาตกรรมกับผู้ต้องสงสัยซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่อาสาป้องกันภัยในท้องถิ่นหรือไม่ ผู้ต้องหาให้การสารภาพโดยอ้างว่าเป็นการป้องกันตนเองและหลังจากเหตุเกิดไม่นานก็ได้รับการประกันตัวออกไป
การพิจารณาคดีในชั้นศาลต่อผู้ต้องหาห้าคนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นมือปืนพัวพันในคดียิงสังหารอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กอบกุล นพภมรบดี เมื่อปีพ.ศ. 2549 นั้นยังคงดำเนินต่อไป
เนื่องจากไม่มีผู้ต้องสงสัยและหลักฐาน ตำรวจจึงปิดสำนวนการสืบสวนคดีฆาตกรรมนายสหรัฐ สุรมิตร นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิในที่ดิน คดีฆาตกรรมนายจรัญ เอี่ยมไพบูลย์ นักเคลื่อนไหวของพรรคประชาธิปัตย์ และคดีฆาตกรรมนายมูฮามัด ดูไน ตันยีโน ผู้ใหญ่บ้านและนักเคลื่อนไหวสิทธิมนุษยชนในจังหวัดนราธิวาสเมื่อปีพ.ศ. 2549
เมื่อเดือนมีนาคม กองบัญชาการตำรวจนครบาลปิดสำนวนการสืบสวนคดีการวางระเบิดในกรุงเทพมหานครและนนทบุรีเมื่อเดือนธันวาคมพ.ศ. 2549 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 คนและบาดเจ็บอีก 32 คน
เมื่อวันที่ 31 เดือนธันวาคม ศาลอาญาพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตนายธนู หินแก้วฐานจ้างวานฆ่านายเจริญ วัดอักษร นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมเมื่อปีพ.ศ. 2547
มีความคืบหน้าเล็กน้อยเกี่ยวกับการสืบสวนคดีของกระทรวงยุติธรรมเรื่องการสังหารนอกกระบวนการยุติธรรมหรือวิสามัญฆาตกรรมต่อบุคคลอย่างน้อย 1,300 คนใน “สงครามกับยาเสพติด” ระยะเวลา 3 เดือนเมื่อปีพ.ศ. 2546 ที่ดำเนินการในช่วงรัฐบาลทักษิณ ในเดือนมกราคม คณะกรรมาธิการอิสระซึ่งทำการสอบสวนสังหารนอกกระบวนการยุติธรรมหรือวิสามัญฆาตกรรมดังกล่าวออกรายงานให้มีการสืบสวนคดีต่อไปอีกแต่ไม่ได้ระบุว่าผู้ใดผิด หลังจากรัฐบาลรักษาการพ้นตำแหน่ง คณะกรรมาธิการนี้ก็ถูกยุบไปและผลการสอบสวนของคณะกรรมาธิการก็ถือว่าเป็นข้อมูลลับ ในการประชุมเมื่อวันที่ 3 มิถุนายนของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (The United Nations Human Rights Council - UNHRC) ศูนย์ข้อมูลทางกฎหมายแห่งเอเชีย (Asian Legal Resource Centre - ALRC) ได้แสดงความวิตกที่รัฐบาลเพิกเฉยไม่ดำเนินการใดในการสืบสวนคดีสังหารนอกกระบวนการยุติธรรมหรือวิสามัญฆาตกรรมข้างต้น รัฐบาลตอบโต้ว่า มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายบังคับใช้กฎหมายกว่า 50 นายถูกดำเนินคดีแต่กลุ่มสิทธิมนุษยชนและกลุ่มให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายในกรุงเทพมหานครไม่ทราบว่ามีการดำเนินคดีดังกล่าว
ข้อมูลของศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติระบุว่า ในปีที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตจากกับระเบิดสองคนโดยทั้งสองกรณีเกิดที่จังหวัดศรีสะเกษ
ข. การหายสาบสูญ
ไม่มีรายงานว่า มีบุคคลหายไปเนื่องมาจากเหตุผลทางการเมือง และไม่มีรายงานยืนยันว่า มีบุคคลหายไปหลังจากที่ถูกเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงในจังหวัดภาคใต้เรียกตัวไปสอบสวน แต่ยังคงมีรายงานว่า มีบุคคลถูกสังหารนอกกระบวนการยุติธรรมหรือวิสามัญฆาตกรรมหลังจากที่ได้เข้าร่วมอบรมที่ศูนย์เสริมสร้างสมานฉันท์ของกองทัพบก
เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ นายกมล เหล่าโสภาพันธ์ หายตัวไปจากจังหวัดขอนแก่นหลังจากได้แจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรบ้านไผ่ให้ดำเนินคดีอาญากับเจ้าหน้าที่ในท้องถิ่นเกี่ยวกับกรณีที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย ครอบครัวของนายกมลได้มาแจ้งความถึงการหายตัวไปของเขากับสถานีตำรวจภูธรบ้านไผ่และกองบังคับการปราบปราม การสืบสวนคดีนี้ยังดำเนินอยู่เมื่อถึงปลายปี
เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ อุสมาน อาแวนู ทหารเกณฑ์ประจำที่สัตหีบ จังหวัดชลบุรี หายตัวไป และเมื่อวันที่ 3 มีนาคม ญาติของเขาได้ติดต่อหน่วยงานของกองทัพเรือที่นายอุสมานประจำอยู่และอ้างว่าได้รับแจ้งจากหน่วยว่า นายอุสมานถูกกักตัวในสถานที่ที่ไม่อาจเปิดเผยได้ในภาคใต้ ญาติของเขาไม่สามารถเข้าพบเขาได้และจึงได้ยื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อโครงการเข้าถึงความยุติธรรมและการคุ้มครองทางกฎหมาย
ไม่มีความคืบหน้าในคดีการลักพาตัวนายอนุกร ไวถนอมศักดิ์ เมื่อเดือนกรกฎาคมพ.ศ. 2550 ซึ่งนายอนุกรเป็นผู้ช่วยของแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติคนหนึ่ง ซึ่งกลุ่มนี้คือกลุ่มที่นำการประท้วงต่อต้านการรัฐประหารเมื่อปีพ.ศ. 2549
รัฐบาลยังคงทำการสืบสวนคดีที่รัฐบาลของทักษิณถูกสงสัยว่ามีส่วนในการหายตัวของผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อการแบ่งแยกดินแดนในจังหวัดภาคใต้ อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงปลายปี ไม่มีผู้ใดถูกจับกุมอันเนื่องจากการหายตัวของผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อการแบ่งแยกดินแดนดังกล่าว
เมื่อวันที่ 12 มีนาคมซึ่งเป็นวันครบรอบสี่ปีของการหายตัวไปของนายสมชาย นีละไพจิตร ทนายความและนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนชาวมุสลิม นางอังคณา นีละไพจิตร ภรรยานายสมชายฯ กล่าวรายงานต่อที่ประชุมคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) ที่กรุงเจนีวา โดยเรียกร้องให้ทางการนำตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงมาดำเนินการตามกฎหมายและเรียกร้องให้ออกหมายเรียก พ.ต.ท.ทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรีมาสอบปากคำและให้การเป็นพยานเนื่องจากอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณเคยพูดในลักษณะที่ยืนยันการเสียชีวิตของสามีเธอ นอกจากนี้ เธอยังแสดงความวิตกที่นายสมัคร สุนทรเวชแต่งตั้งพล.ต.อ.สมบัติ อมรวิวัฒน์ ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งพล.ต.อ.สมบัติเป็นอดีตผู้บังคับบัญชาของจำเลยทั้งห้าคนที่ถูกจับเมื่อปีพ.ศ. 2549 ในข้อหาเกี่ยวพันกับการบังคับบุคคลให้สูญหาย มีรายงานว่าพันตำรวจตรีเงิน ทองสุข ซึ่งถูกพิพากษาลงโทษเมื่อเดือนมกราคมพ.ศ. 2550 ฐานบังคับขืนใจให้นายสมชายขึ้นรถ ได้เสียชีวิตจากดินถล่มที่จังหวัดกาญจนบุรีเมื่อวันที่ 19 กันยายน ยังหาศพไม่พบและไม่มีการออกใบมรณบัตร มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงกดดันให้นางอังคณาถอนฟ้องพันตำรวจตรีเงินเนื่องจากเขาได้เสียชีวิตแล้ว เมื่อถึงปลายปี คำอุทธรณ์ของพันตำรวจตรีเงินก็ยังอยู่ในระหว่างพิจารณา
ค. การทรมานและการปฏิบัติหรือการลงโทษด้วยวิธีการที่โหดเหี้ยม ไร้มนุษยธรรมหรือทำลายศักดิ์ศรีอื่นๆ
รัฐธรรมนูญมีบทบัญญัติห้ามการทรมานและการปฎิบัติหรือการลงโทษด้วยวิธีการที่โหดเหี้ยม ไร้มนุษยธรรมหรือทำลายศักดิ์ศรี อย่างไรก็ตาม ความผิดดังกล่าวไม่ได้เป็นความผิดที่มีโทษตามกฎหมายอาญา องค์กรเอกชนและองค์กรทางด้านกฎหมายยังคงรายงานว่า บางครั้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารบางคนทรมานและซ้อมผู้ต้องสงสัยเพื่อบังคับให้รับสารภาพ หนังสือพิมพ์ได้รายงานหลายคดีที่ประชาชนกล่าวหาว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงอื่นๆ ใช้ความรุนแรง คดีเหล่านี้ส่วนใหญ่ได้รับการสอบสวนรวมทั้งหลายคดีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ถูกกล่าวหาถูกพักราชการระหว่างที่มีการสอบสวนภายใน เมื่อถึงปลายปี ไม่มีเจ้าหน้าที่ทหารคนใดถูกกล่าวหาหรือดำเนินคดี
เมื่อวันที่ 27 มกราคม เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้เข้าจับกุมตัวนายอิสมาแอ เต๊ะและอามีซี มานาก นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา เนื่องจากทางการสงสัยว่า เขามีส่วนเกี่ยวพันกับการก่อความไม่สงบ ทั้งสองคนอ้างว่าถูกทหารชุดเฉพาะกิจที่ 11 ของจังหวัดยะลาและทหารจากหน่วยข้างเคียงในปัตตานีซ้อมทรมาน นักศึกษาทั้งสองคนได้รับการปล่อยตัวโดยไม่มีการกล่าวหาดำเนินคดีอาญาภายในเก้าวันหลังจากได้มีการยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดยะลา มีการรายงานเหตุการณ์นี้ต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ
นายอามีนูดิน กะจี ครูสอนศาสนาของโรงเรียนอิสลามของเอกชนแห่งหนึ่งในสงขลากล่าวหาว่า เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ตำรวจตระเวนชายแดนทุบตี บีบคอและเอาถุงพลาสติกครอบศีรษะเพื่อให้ขาดอากาศหายใจ ต่อยขมับทั้งสองของเขาเพื่อให้แก้วหูแตก กระทืบคอของเขา และสั่งให้เขาสารภาพว่าทำผิดหรือมิฉะนั้นก็ต้องเลือกว่าจะถูกฆ่าตายทันทีหรือถูกฆ่าภายหลังโดยทำเสมือนว่าเขากำลังพยายามหลบหนี เขาแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งเป็นผลให้ตำรวจตระเวนชายแดน 13 นายถูกสอบสวน แต่ภายหลังก็ถอนฟ้อง
เมื่อวันที่ 19 และ 20 มีนาคม เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจที่ 39 ที่ประจำที่อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาสจับกุมนายรายู คอคอ ชาวบ้านวัย 18 ปีพร้อมกับอิหม่าม ยะผา กาเซ็งและผู้ชายอีกสี่คน นายรายูอ้างว่าเห็นเจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจที่ 39 ฆ่านายยะผา (ดูหมวด 1.ก) เขายังอ้างด้วยว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงจับเขาแขวนบนต้นไม้โดยให้ศีรษะห้อยลงมา ทุบตีหลายครั้ง และเอาเข็มขีดยาเจาะเล็บมือเล็บเท้าและอวัยวะเพศ ภายหลัง เจ้าหน้าที่ย้ายนายรายูไปยังค่ายอิงคยุทธบริหารที่จังหวัดปัตตานีเพื่อให้การรักษาทางการแพทย์
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติรายงานว่า ทางการปิดสำนวนการสอบสวนคำร้องทุกข์ที่นางสาคร คำโต ยื่นฟ้องตำรวจเมื่อปีพ.ศ. 2549 ซึ่งอ้างว่าตำรวจทุบตีเธอและบังคับให้สารภาพ หลังจากเธอไม่สามารถชี้ตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำร้ายเธอได้
สภาพของเรือนจำและสถานกักกัน
เรือนจำมีสภาพไม่ค่อยดี เรือนจำและสถานพินิจแออัดมาก สถานที่นอนมีไม่เพียงพอ การรักษาพยาบาลก็ไม่ดีพอและในเรือนจำบางแห่งมีโรคติดต่อระบาด นักโทษที่ป่วยหนักจะได้รับการส่งตัวไปโรงพยาบาลจังหวัดหรือโรงพยาบาลของรัฐ
บางครั้ง เจ้าหน้าที่เรือนจำใช้การขังเดี่ยวนานไม่เกินหนึ่งเดือนเพื่อทำโทษนักโทษชายที่ฝ่าฝืนกฎระเบียบของเรือนจำเป็นประจำซึ่งสามารถทำได้ตามกฎหมาย แม้ว่ากรมราชทัณฑ์จะยืนยันว่าการขังเดี่ยวโดยเฉลี่ยจะไม่เกินเจ็ดวัน นอกจากนี้ ยังมีการตีตรวนเหล็กขนาดใหญ่เพื่อควบคุมนักโทษที่มีแนวโน้มว่าจะหลบหนีหรือนักโทษที่อาจเป็นอันตรายต่อนักโทษคนอื่นๆ
ประมาณร้อยละ 28 ของนักโทษทั้งหมดเป็นนักโทษที่รอการพิจารณาคดีซึ่งไม่ได้ถูกคุมขังแยกจากนักโทษทั่วไป ผู้ชาย ผู้หญิงและเด็กมักถูกคุมขังรวมกันในห้องขังของสถานีตำรวจเพื่อรอคำสั่งฟ้อง มีสถานพินิจฯ แยกต่างหากสำหรับผู้ต้องขังเยาวชนในทุกจังหวัด แต่ในบางพื้นที่ เยาวชนก็ยังถูกกักกันรวมกับผู้ที่บรรลุนิติภาวะแล้ว
ศูนย์กักกันของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในกรุงเทพฯ ยังคงมีสภาพไม่ค่อยดี สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองซึ่งขึ้นต่อสำนักนายกรัฐมนตรีมีหน้าที่บริหารจัดการศูนย์กักกันคนเข้าเมือง ซึ่งศูนย์ฯ เหล่านี้ไม่ต้องอยู่ภายใต้กฎระเบียบที่กำกับระบบราชทัณฑ์ตามปกติทั่วไป รายงานที่เชื่อถือได้กล่าวว่า ผู้คุมของศูนย์กักกันบางแห่งทำร้ายร่างกายผู้ต้องขัง สภาพแออัดและการขาดบริการทางการแพทย์ขั้นพื้นฐานยังคงเป็นปัญหาร้ายแรงอยู่
ผู้สังเกตการณ์องค์กรระหว่างประเทศรายงานว่า ศูนย์กักกันซอยสวนพลูในกรุงเทพฯ ยังคงแออัดอยู่ ผู้สังเกตการณ์อ้างว่า ผู้ต้องขังถูกล่วงละเมิดทางเพศและถูกทารุณกรรมทางกายในขณะที่ถูกคุมขัง มีรายงานว่า ในศูนย์กักกันบางแห่ง ผู้ต้องขังซึ่งรวมทั้งเด็กไม่ได้รับอนุญาตให้ออกกำลังกาย นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ในต่างจังหวัดยังยอมรับว่า ศูนย์กักกันที่แม่สาย จังหวัดเชียงรายยังแออัดอยู่
ผู้ลี้ภัยจำนวนทั้งสิ้น 158 คนที่ถือว่าเป็นบุคคลในความห่วงใยของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติซึ่งรวมถึงเด็ก 80 คน ยังคงอยู่ที่ศูนย์กักกันผู้เข้าประเทศจังหวัดหนองคายซึ่งพวกผู้ลี้ภัยเหล่านี้อยู่ที่ศูนย์ฯ นี้ตั้งแต่ปลายปีพ.ศ. 2549 ในจำนวนนี้ มีเด็กเก้าคนที่เกิดที่ศูนย์ฯ โดยที่สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยไม่สามารถนำไปรวมกับกรณีของบิดามารดาได้เนื่องจากไม่สามารถเข้าศูนย์ได้ เมื่อเดือนสิงหาคม เจ้าหน้าที่ได้อนุญาตให้ก่อสร้างอาคารชั่วคราวเพื่อคลี่คลายสภาพแออัดของศูนย์ฯ อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงปลายปี ทางการยังคงห้ามไม่ให้ดำเนินการโยกย้ายถิ่นฐานไปยังประเทศที่สามหรือปล่อยตัวผู้ลี้ภัย
ไม่มีการจำกัดการเข้าเยี่ยมนักโทษ และรัฐบาลอนุญาตให้ผู้สังเกตการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนอิสระและองค์การกาชาดสากลสามารถเข้าเยี่ยมนักโทษได้ ผู้แทนองค์การกาชาดสากลได้รับอนุญาตให้เข้าเยี่ยมนักโทษโดยไม่ต้องมีบุคคลที่สามอยู่ด้วยและสามารถเข้าเยี่ยมอีกได้หลายครั้ง อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงปลายปี ฝ่ายทหารยังไม่ได้ตอบคำร้องขอขององค์การกาชาดสากลที่ขอเข้าชมสถานกักกันของทหารในสี่จังหวัดภาคใต้ที่มีการกล่าวหาว่าผู้ต้องขังถูกทารุณ สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติยังคงไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าเยี่ยมผู้ต้องขังที่ศูนย์กักกันที่สนามบินสุวรรณภูมิในกรุงเทพฯ ตามคำสั่งของรัฐบาลเมื่อเดือนเมษายนพ.ศ. 2550 ในทางปฏิบัติแล้ว เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติงานของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติสามารถสัมภาษณ์ผู้ต้องขังที่ศูนย์กักกันซอยสวนพลู และในเดือนกันยายน ประเทศที่สามก็สามารถเข้าเยี่ยมนักโทษได้เพื่อดำเนินการจัดการให้ผู้ต้องขังที่พิจารณาแล้วว่าเป็นผู้ลี้ภัยโยกย้ายถิ่นฐานไปยังประเทศที่สาม
ง. การจับกุมหรือการกักกันตามอำเภอใจ
รัฐธรรมนูญห้ามการจับกุมและกักกันตามอำเภอใจ แต่กระนั้น บางครั้ง เจ้าหน้าที่ของทางการบางส่วนยังคงจับกุมและกักกันตามอำเภอใจ พระราชกำหนดเดือนธันวาคมพ.ศ. 2550 ระบุว่ากฎอัยการศึกซึ่งให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารในการควบคุมตัวบุคคลได้นานสูงสุด 7 วันโดยไม่ต้องมีข้อกล่าวหายังมีผลบังคับใช้ใน 31 จังหวัดจาก 76 จังหวัดทั่วประเทศ
สภาทนายความแห่งประเทศไทยได้รับคำร้องทุกข์ 200 ฉบับจากผู้ที่อาศัยอยู่ในจังหวัดภาคใต้ว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายมั่นคงทำการตรวจค้นและจับกุมโดยอ้างพระราชกำหนดภาวะฉุกเฉินและแสดงหมายจับภายหลัง สภาฯ ได้รับคำร้องทุกข์ 100 ฉบับจากผู้ที่อาศัยอยู่ในจังหวัดภาคเหนือว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายมั่นคงทำการตรวจค้นและจับกุมโดยอ้างว่าเป็น “ความผิดซึ่งหน้า” ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีหมายจับ
บทบาทของเจ้าหน้าที่ตำรวจและเครื่องมือรักษาความมั่นคง
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) มีหน้าที่ลดภัยคุกคามความมั่นคงภายในประเทศและปราบปรามการก่ออาชญากรรม โดยอยู่ภายใต้ความดูแลโดยตรงของนายกรัฐมนตรีและคณะกรรมการตำรวจซึ่งมี 20 คน ผู้บัญชาการ สตช. ได้รับการแต่งตั้งจากนายกรัฐมนตรีและต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีและพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตำรวจตระเวนชายแดนมีอำนาจและความรับผิดชอบพิเศษบริเวณชายแดนทั้งนี้เพื่อต่อสู้กับผู้ก่อความไม่สงบหรือขบวนการแบ่งแยกดินแดน
พระราชบัญญัติความมั่นคงภายในราชอาณาจักรซึ่งประกาศใช้เมื่อวันที่ 28 เดือนกุมภาพันธ์กำหนดให้มีการจัดตั้งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) เป็นหน่วยงานรัฐบาลภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรีซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ กอ.รมน. มีอำนาจกว้างขวางสำหรับฝ่ายทหาร เจ้าหน้าที่ กอ.รมน. ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารและพลเรือน กอ.รมน. มีหน้าที่เป็นหน่วยรักษาความมั่นคงภายในของประเทศเพื่อปราบปรามการก่อจลาจล องค์กรสิทธิมนุษยชนและนักวิชาการไม่เห็นด้วยกับกฎหมายฉบับนี้ที่ให้อำนาจแก่นายกรัฐมนตรีโดยได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีในการดำเนินการโต้ตอบการกระทำที่พิจารณาว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศด้วยการจำกัดสิทธิขั้นพื้นฐานต่างๆ และมีอำนาจล้มล้างการบริหารงานของฝ่ายพลเรือนและกระบวนการยุติธรรม
ปัญหาทุจริตในหมู่ข้าราชการตำรวจยังมีอยู่ทั่วไป ตำรวจอ้างว่าได้เงินเดือนน้อยจึงทำให้ถูกแรงยั่วยวนจากสินบน มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทรมาน ซ้อมและทารุณผู้ต้องขังและนักโทษโดยทั่วไปไม่ถูกลงโทษ นอกจากนี้ มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจบางนายมีส่วนเกี่ยวพันกับการอำนวยความสะดวกในการค้าประเวณีและการค้าสตรีและเด็ก
เมื่อวันที่ 25 มกราคม สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจับกุมร้อยตำรวจเอกณัฐ ธนนิธิวานิช และตำรวจตระเวนชายแดนอีกเจ็ดนายในข้อหา กรรโชกทรัพย์จากเหยื่อจำนวนประมาณ 200 รายซึ่งอ้างว่าถูกทรมานให้สารภาพว่าค้ายาเสพติดในกรุงเทพหมานคร กาญจนบุรีและอีกหลายจังหวัดในภาคใต้ โดยทั้งหมดถูกตั้งข้อหาสมรู้ร่วมคิดก่ออาชญากรรม ปล้นทรัพย์ บุกรุก ข่มขู่ด้วยอาวุธ กักขังหน่วงเหนี่ยวและพรากผู้เยาว์ หลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดประกาศเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ว่า จะคืนเงินแก่เหยื่อทุกรายที่พิสูจน์แล้วว่าถูกปรักปรำข้อหาค้ายาเสพติด องค์การสิทธิมนุษยชน Human Rights Watch ได้แสดงความวิตกต่อคำขู่ของพล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ เตมียาเวสว่าจะดำเนินการต่อผู้ที่กล่าวเท็จว่าตนบริสุทธิ์
ผู้ที่ต้องการร้องเรียนเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถร้องเรียนโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตำรวจที่ถูกกล่าวหา จเรตำรวจหรือผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สภาทนายความแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ศาลยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม สำนักนายกรัฐมนตรีก็รับคำร้องเรียนเกี่ยวกับการทรมานผู้ต้องขังและการทุจริตของเจ้าหน้าที่ตำรวจเช่นเดียวกับสำนักงานผู้ตรวจการของรัฐสภา
เมื่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับคำร้องเรียน คณะกรรมการไต่สวนภายในจะเป็นผู้เริ่มการสอบสวนก่อนและอาจสั่งพักราชการเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกกล่าวหาเป็นการชั่วคราวระหว่างที่ดำเนินการสอบสวน บทลงโทษทางวินัยสำหรับความผิดเหล่านี้มีอยู่หลายอย่างและคดีที่เป็นความผิดร้ายแรงจะถูกส่งไปให้ศาลอาญาพิจารณา สำนักงานตำรวจแห่งชาติรายงานว่า ระหว่างเดือนมกราคมพ.ศ. 2550 จนถึงเดือนมิถุนายนพ.ศ. 2551 มีเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกสอบสวนในคดีอาญารวม 310 นาย และในระหว่างเดือนตุลาคมพ.ศ. 2550 จนถึงเดือนกันยายนพ.ศ. 2551 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้รับคำร้องเรียนเกี่ยวกับตำรวจที่ทรมานผู้ต้องขังประมาณ 124 เรื่อง
ในกระบวนการสอบสวนกรณีการเสียชีวิตอย่างน่าสงสัยซึ่งรวมทั้งการเสียชีวิตระหว่างถูกตำรวจควบคุมตัวนั้นมีข้อกำหนดให้อัยการ แพทย์นิติเวช และเจ้าหน้าที่ทางการท้องถิ่นเข้าร่วมการสอบสวน และโดยส่วนใหญ่ สมาชิกครอบครัวของผู้เสียชีวิตมีสิทธิแต่งตั้งทนายเข้าร่วมการพิจารณาคดีด้วย อย่างไรก็ตาม มักไม่ค่อยมีการปฏิบัติตามกระบวนการนี้ ครอบครัวของผู้เสียชีวิตเองก็ไม่ค่อยใช้สิทธิตามบทบัญญัติของกฎหมายที่เปิดโอกาสให้บุคคลสามารถฟ้องร้องดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กระทำความผิดทางอาญาในระหว่างการจับกุมได้
การจับกุมและการกักขัง
กฎหมายกำหนดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องได้รับหมายจากศาลก่อนเข้าทำการจับกุม ยกเว้นในบางกรณีเท่านั้น แต่ในทางปฏิบัติ ระบบการออกหมายจับอาจถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจนำมาใช้อย่างไม่เหมาะสมโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจอาจนำหลักฐานเท็จมาขอให้ศาลออกหมายจับให้และศาลมักจะอนุมัติออกหมายตามที่ยื่นขอมาทั้งหมด องค์กรที่ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายต้งข้อสังเกตว่า ในปีพ.ศ. 2550 ศาลจังหวัดยะลาอนุมัติออกหมายจับ 390 ฉบับจากคำขอ 392 ฉบับภายใต้พระราชกำหนดภาวะฉุกเฉิน นอกจากนี้ ศาลยังอนุมติคำขอหมายค้นทุกฉบับ ตามกฎหมาย บุคคลต้องได้รับแจ้งข้อหาทันทีที่ถูกจับกุมและต้องได้รับอนุญาตให้สามารถแจ้งแก่ผู้ใดผู้หนึ่งถึงการถูกจับกุมได้ กฎหมายกำหนดให้ผู้ถูกคุมขังคดีอาญาติดต่อทนายได้ แต่นักกฎหมายและกลุ่มรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชนอ้างว่า ตำรวจในท้องที่มักทำการสอบสวนผู้ถูกคุมขังโดยไม่ช่วยให้ผู้ถูกคุมขังติดต่อทนาย นักกฎหมายที่ทำงานในจังหวัดภาคใต้รายงานว่า ภายใต้พระราชกำหนดภาวะฉุกเฉิน ทนายความถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าพบลูกความที่ถูกคุมขังและมีบุคคลในภาคใต้รายงานว่า ถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าเยี่ยมครอบครัวผู้ที่ถูกคุมขัง บางครั้ง ผู้ที่ถูกคุมขังชาวต่างชาติถูกกดดันให้ลงชื่อสารภาพโดยไม่มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือจากนักแปลที่มีความสามารถ กระทรวงยุติธรรมและสำนักงานอัยการสูงสุดจะจัดหาทนายให้แก่ผู้ถูกคุมขังที่มีฐานะยากจนโดยรัฐเป็นผู้ดูแลค่าใช้จ่ายให้
ในกรณีปกติทั่วไป กฎหมายกำหนดให้ตำรวจต้องส่งสำนวนคดีอาญาไปให้พนักงานอัยการยื่นฟ้องภายใน 48 ชั่วโมงหลังการจับกุม โดยกฎหมายอนุญาตให้ยืดเวลาดังกล่าวออกไปได้ไม่เกิน 3 วัน อัยการสามารถขออำนาจศาลขยายระยะเวลาควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้เพื่อดำเนินการสอบสวนคดี (นานสูงสุดไม่เกิน 84 วันสำหรับคดีร้ายแรงที่สุด) ทนายความรายงานว่าตำรวจไม่ค่อยส่งสำนวนต่อศาลภายใน 48 ชั่วโมง กฎหมายและระเบียบข้อบังคับกำหนดให้ความผิดที่มีระวางโทษสูงสุดไม่เกิน 3 ปีอยู่ในความรับผิดชอบของศาลแขวงซึ่งมีขั้นตอนการดำเนินคดีแตกต่างออกไป ในคดีเหล่านี้ ตำรวจต้องส่งสำนวนคดีไปให้พนักงานอัยการยื่นฟ้องภายใน 72 ชั่วโมงหลังการจับกุม จากรายงานของสภาทนายความแห่งประเทศไทย การคุมขังผู้ต้องสงสัยคดีอาญาเพื่อรอการพิจารณาคดีนานถึง 60 วันถือเป็นเรื่องปกติ
กฎหมายให้สิทธิแก่ผู้ต้องหาในการขอประกันตัว และโดยทั่วๆ ไป รัฐบาลก็เคารพในสิทธิดังกล่าว อย่างไรก็ดี กลุ่มสิทธิมนุษยชนบางกลุ่มรายงานว่า มีบ่อยครั้งที่ตำรวจไม่ได้แจ้งให้ผู้ต้องสงสัยที่ถูกกักขังทราบเกี่ยวกับสิทธิการขอประกันตัวหรือไม่ก็ปฏิเสธที่จะเสนอแนะให้มีการประกันตัวหลังจากผู้ต้องหาได้ยื่นขอประกันตัวต่อศาล เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ตำรวจจับกุมน.ส.ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล นักเคลื่อนไหวในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพหลังจากปราศรัยบนเวทีของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ (นปก.) เมื่อวันที่ 18 และ 19 กรกฎาคม ศาลไม่อนุญาตให้มีการประกันตัวโดยอ้างถึงความละเอียดอ่อนของคดีตลอดจนความปลอดภัยของน.ส.ดารณีเอง เมื่อถึงปลายปี น.ส.ดารณียังคงถูกคุมขังอยู่หลังจากศาลชั้นอุทธรณ์ปฏิเสธที่จะให้เธอประกันตัวด้วยเหตุผลว่าเธอมีแนวโน้มสูงที่จะกระทำผิดซ้ำอีกตลอดจนเพื่อความปลอดภัยของน.ส.ดารณีเอง
ภายใต้กฎอัยการศึก ทหารมีอำนาจกักกันบุคคลเป็นเวลาสูงสุดไม่เกิน 7 วันโดยไม่ต้องแจ้งข้อกล่าวหา
นิรโทษกรรม
เมื่อปลายปี ทางการได้ปล่อยตัวนักโทษประมาณ 28,500 คนที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเนื่องในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษาในเดือนธันวาคมพ.ศ. 2550
จ. การปฏิเสธการพิจารณาคดีอย่างเปิดเผยและเป็นธรรม
รัฐธรรมนูญกำหนดให้ระบบศาลมีความเป็นอิสระ แม้โดยทั่วไปจะถือกันว่าฝ่ายตุลาการมีความเป็นอิสระ แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องการทุจริตและการใช้อิทธิพลจากภายนอก ตามรายงานของกลุ่มสิทธิมนุษยชน การที่คดีดังๆ หลายคดีที่เกี่ยวกับการที่ตำรวจและทหารถูกกล่าวหาว่าใช้อำนาจในทางมิชอบไม่มีความคืบหน้าใดๆ นั้นทำให้ประชาชนขาดความเชื่อถือในระบบตุลาการและทำให้เหยื่อการทารุณทางสิทธิมนุษยชน (หรือครอบครัวของเหยื่อ) บางคนไม่สนใจเรียกร้องความยุติธรรม
ระบบศาลพลเรือนแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา นอกจากนี้ ยังมีศาลรัฐธรรมนูญซึ่งมีหน้าที่ตีความรัฐธรรมนูญ และศาลปกครองสูงสุดซึ่งมีหน้าที่พิจารณาคดีที่เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานของรัฐ ตุลาการที่ได้รับเสนอชื่อเป็นตุลาการศาลปกครองสูงสุดจะต้องได้การเห็นชอบจากวุฒิสภาและคณะกรรมาธิการตุลาการซึ่งประกอบด้วยตุลาการ 12 คนและเจ้าหน้าที่สี่คนที่ได้รับแต่งตั้งโดยวุฒิสภาและเลขาธิการศาลยุติธรรม เมื่อถึงปลายปี มีตุลาการศาลปกครองสูงสุดรวมทั้งสิ้น 17 คนโดยกฎหมายกำหนดให้มีตุลาการได้ไม่เกิน 23 คน ตุลาการศาลอื่นๆ เป็นข้าราชการพลเรือนโดยอาชีพซึ่งการแต่งตั้งตุลาการเหล่านี้ไม่ต้องได้รับการเห็นชอบจากรัฐสภา
ส่วนศาลทหารซึ่งแยกออกมาต่างหากจะพิจารณาเฉพาะคดีอาญาและคดีแพ่งที่เกี่ยวข้องกับข้าราชการทหารรวมทั้งคดีที่เกิดขึ้นระหว่างการประกาศใช้กฎอัยการศึก ส่วนศาลศาสนาอิสลาม (Shari'a) จะรับพิจารณาเฉพาะคดีแพ่งที่เกี่ยวกับเรื่องครอบครัวและการรับมรดกของชาวมุสลิมในจังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาสและสตูล
ขั้นตอนการพิจารณาคดี
การพิจารณาคดีของศาลไทยไม่ใช้ระบบลูกขุน การพิจารณาความผิด
ลหุโทษใช้ผู้พิพากษาคนเดียว ส่วนคดีความผิดที่ร้ายแรงกว่านั้นต้องใช้ผู้พิพากษาสองคนหรือมากกว่านั้น รัฐธรรมนูญกำหนดให้มีการพิพากษาคดีทันที อย่างไรก็ตาม ยังมีคดีที่ค้างคาอยู่ที่ศาลเป็นจำนวนมาก แม้ว่าการพิจารณาคดีส่วนใหญ่จะเปิดเผยต่อสาธารณชน แต่ศาลอาจสั่งให้มีการพิจารณาลับได้ โดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ ราชวงศ์ การทารุณเด็กและการล่วงละเมิดทางเพศ
กฎหมายกำหนดให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าทุกคนเป็นผู้บริสุทธิ์ จำเลยที่ถูกพิจารณาคดีในศาลอาญาธรรมดาจะได้รับสิทธิ์ตามกฎหมายหลายประการซึ่งรวมทั้งสิทธิ์ในการเลือกทนายด้วยตนเอง รัฐบาลมีโครงการให้คำปรึกษาทางกฎหมายแก่คนยากจนโดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม แต่รัฐไม่ได้จัดหาทนายให้แก่จำเลยที่ยากจนโดยใช้งบของรัฐโดยอัตโนมัติ กระทรวงยุติธรรมและสำนักงานอัยการสูงสุดยังคงทำหน้าที่จัดหาทนายให้จำเลยทั้งในคดีแพ่งและคดีอาญาแต่ไม่ได้จัดสรรทรัพยากรไว้เพียงพอ การให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายมักเป็นการช่วยเหลือโดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม พิจารณาเฉพาะกิจและมีมาตรฐานต่ำ องค์กรเอกชนบางแห่งรายงานว่าทนายความที่ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายกดดันให้ลูกความจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มแก่ทนายโดยตรง ศาลต้องแต่งตั้งทนายให้ในกรณีที่จำเลยค้านข้อกล่าวหา ยากจนหรือเป็นผู้เยาว์รวมทั้งในกรณีที่บทลงโทษอาจเป็นการจำคุกเกินกว่า 5 ปีหรือโทษประหารชีวิต การให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายโดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมส่วนใหญ่มาจากกลุ่มองค์กรเอกชน เช่น สภาทนายความแห่งประเทศไทยและสมาคมบัณฑิตสตรีทางกฎหมายแห่งประเทศไทย ไม่มีกระบวนการให้แสดงเอกสารเพื่อให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตรวจ ดังนั้น ทนายและจำเลยไม่สามารถเข้าถึงหลักฐานปรักปรำตนได้ก่อนมีการพิจารณาคดี กฎหมายเปิดโอกาสให้มีการฟ้องร้องต่อศาลหรือหน่วยงานราชการอื่นๆ เพื่อขอการชดใช้สินไหมทดแทนได้ และรัฐบาลก็เคารพในสิทธิดังกล่าว
องค์กรเอกชนหลายแห่งแสดงความกังวลที่ไม่มีการคุ้มครองพยานที่พอเพียง โดยเฉพาะในคดีที่ตำรวจถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด สำนักงานคุ้มครองพยาน กระทรวงยุติธรรมมีทรัพยากรจำกัดและโดยส่วนใหญ่ก็ทำหน้าที่ประสานงาน ในคดีส่วนใหญ่ ตำรวจเป็นผู้ให้การคุ้มครองพยาน แต่มีหน่วยงานอื่นของรัฐอีกหกหน่วยที่อยู่ในโครงการนี้ด้วย พยาน ทนายและนักเคลื่อนไหวในคดีที่ตำรวจถูกกล่าวหาว่าใช้อำนาจโดยมิชอบรายงานว่า การคุ้มครองพยานไม่พอเพียงและพวกเขาถูกข่มขู่จากตำรวจที่ทางการส่งไปให้การคุ้มครอง
เมื่อเดือนมีนาคม อังคณา นีละไพจิตรและบุคคลอื่นๆ ที่อยู่ในโครงการคุ้มครองพยานถอนตัวจากโครงการชั่วคราวเมื่อกรมสอบสวนคดีพิเศษมอบหมายให้ตำรวจแทนที่จะให้เจ้าหน้าที่พลเรือนทำการคุ้มครองพวกเขา บทบาทของพล.ต.อ.สมบัติ อมรวิวัฒน์ อดีตผู้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่ห้าคนที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของสามีของเธอเป็นประเด็นที่น่าวิตกอย่างยิ่ง
นักโทษและผู้ต้องขังการเมือง
ไม่มีรายงานว่ามีนักโทษหรือผู้ต้องขังการเมือง
กระบวนการพิจารณาความแพ่งและการชดใช้สินไหมทดแทน
มีฝ่ายตุลาการที่อิสระและเป็นกลางในการพิจารณาความแพ่ง กฎหมายเปิดโอกาสให้มีการฟ้องร้องต่อศาลหรือหน่วยงานราชการฝ่ายการปกครองเพื่อขอให้มีการชดใช้สินไหมทดแทนความเสียหายอันเนื่องจากการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือให้ยุติการละเมิดสิทธิมนุษยชน และรัฐบาลก็เคารพในสิทธิดังกล่าว อย่างไรก็ตาม มาตรา 16 และ 17 แห่งพระราชกำหนดภาวะฉุกเฉินซึ่งมีผลบังคับใช้ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งกำหนดชัดเจนว่าศาลปกครองสูงสุดหรือกระบวนการยุติธรรมทางแพ่งหรืออาญาไม่อาจตรวจสอบเจ้าหน้าที่ของรัฐแม้ว่าเหยื่ออาจร้องขอสินไหมทดแทนความเสียหายจากหน่วยงานรัฐแทนได้ ในช่วงปีที่ผ่านมา คำวินิจฉัยชี้ขาดของศาลรัฐธรรมนูญในสองคดีอันเป็นที่สนใจกว้างขวางคือคำวินิจฉัยชี้ขาดที่ทำให้นายกรัฐมนตรีสองนายต้องพ้นจากตำแหน่งนั้นก่อให้เกิดเสียงกล่าวหาจากนักการเมืองที่เสียผลประโยชน์จากคำวินิจฉัยชี้ขาดทั้งสองว่า ศาลลำเอียง
ฉ. การล่วงละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ครอบครัว บ้าน หรือเอกสารโต้ตอบโดยพลการ
รัฐธรรมนูญห้ามการล่วงละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ครอบครัว บ้านหรือเอกสารโต้ตอบโดยพลการ และโดยทั่วไป รัฐบาลก็เคารพสิทธิดังกล่าวในทางปฏิบัติ กฎหมายกำหนดให้มีขั้นตอนมาตรฐานในการออกหมายค้น กฎอัยการศึกให้ทหารมีอำนาจตรวจค้นโดยไม่ต้องมีหมายศาล และในช่วงปีที่ผ่านมา มีการใช้อำนาจดังกล่าวบางครั้ง
นอกจากนี้ พระราชกำหนดภาวะฉุกเฉินที่ประกาศใช้ในจังหวัดภาคใต้ให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่ทางการในการตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องสงสัยโดยไม่ต้องมีหมายศาล สภาทนายความแห่งประเทศไทยได้รับคำร้องเรียนจำนวนมากจากประชาชนในภาคใต้ที่อ้างว่าเจ้าหน้าที่ใช้อำนาจในทางมิชอบ อย่างไรก็ดี พระราชกำหนดภาวะฉุกเฉินให้เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงสามารถปฏิบัติงานโดยไม่ต้องถูกลงโทษดำเนินคดี
มีรายงานว่า ตำรวจตรวจค้นยาเสพติดตามหมู่บ้านชาวเขาในจังหวัดทางภาคเหนือโดยไม่มีหมายศาล แม้ว่าบางครั้ง เจ้าหน้าที่จะอ้างกฎอัยการศึกในการเข้าค้น การตรวจค้นโดยไม่มีหมายค้นได้รับอนุญาตในกรณีที่มีข้อสงสัยที่สมเหตุสมผลและมีความจำเป็นต้องทำการค้นหาอย่างเร่งด่วน
เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม ตำรวจและเจ้าหน้าที่จากวิทยุการบินแห่งประเทศเข้าค้นสถานีวิทยุชุมชนของมูลนิธิดวงประทีปโดยไม่มีหมายศาลและระงับการออกอากาศ ซึ่งสถานีวิทยุนี้ก่อตั้งโดยนางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ อดีตวุฒิสมาชิก ตำรวจอ้างว่า การกระจายเสียงของสถานีรบกวนคลื่นการสื่อสารวิทยุการบิน
ทางการยังคงดำเนินการสืบสวนคดีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารกรุงเทพมหานครยึดริบโปสเตอร์หน้าบ้านพักของนางประทีปโดยไม่มีหมายค้น ซึ่งโปสเตอร์ที่ถูกริบนั้นมีข้อความวิจารณ์รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ นอกจากนี้ ยังเข้าบ้านพักครูประทีปเพื่อค้นหาเพิ่มเติมโดยไม่มีหมายค้นอีกเช่นกัน
หน่วยงานด้านความมั่นคงยังคงติดตามความเคลื่อนไหวของบุคคลที่มีแนวความคิดสุดกู่หรือแนวความคิดเป็นที่ขัดแย้งรุนแรง ซึ่งรวมถึงชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศที่มีแนวความคิดลักษณะดังกล่าว
ชาวเขายังคงเผชิญปัญหาการขับไล่และการบังคับย้ายที่พำนักไปยังที่แห่งใหม่ เนื่องจากไม่มีหลักฐานแสดงสัญชาติและกรรมสิทธิ์การเป็นเจ้าของที่ดิน ชาวเขาเหล่านี้จึงถูกบังคับให้ออกจากพื้นที่ที่ตนทำการเพาะปลูกเลี้ยงชีพมาเป็นเวลาหลายทศวรรษ
คณะกรรมการดูแลที่ดินที่จัดตั้งขึ้นในปีพ.ศ. 2550 ภายใต้โครงการลดความยากจนแห่งชาติเพื่อจัดการปัญหาความขัดแย้งเรื่องที่ดินในพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากคลื่นยักษ์สึนามิปีพ.ศ. 2547 ถูกยุบไปเนื่องจากไม่ได้ดำเนินการใดมากนักหลังจากรัฐบาลชั่วคราวสิ้นสุดวาระการบริหาร
ช. การใช้กำลังเกินกว่าเหตุและการใช้อำนาจในทางมิชอบอื่นๆ ในการจัดการปัญหาขัดแย้งภายในประเทศ
ความขัดแย้งภายในประเทศในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ประชาชนส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมเชื้อสายมาเลย์ (จังหวัดนราธิวาส ปัตตานี ยะลาและบางพื้นที่ของสงขลา) ยังคงมีอยู่ตลอดปีที่ผ่านมา ผู้ก่อการวางระเบิดและทำร้ายประชาชนเกือบทุกวันซึ่งเป็นผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต พระราชกำหนดภาวะฉุกเฉินที่ประกาศใช้ในจังหวัดนราธิวาส ปัตตานี ยะลาและสามอำเภอของสงขลามอบอำนาจการรักษาความมั่นคงภายในบางประการให้แก่ทหารและตำรวจในการจำกัดสิทธิพื้นฐานบางประการตลอดจนให้อำนาจการรักษาความมั่นคงภายในประเทศแก่กองทัพ นอกจากนี้ พระราชกำหนดภาวะฉุกเฉินนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงสามารถปฏิบัติงานโดยการไม่ต้องถูกลงโทษดำเนินคดี กฎอัยการศึกที่ประกาศเมื่อปีพ.ศ. 2549 ซึ่งยังคงมีผลบังคับใช้ในพื้นที่เหล่านั้นให้อำนาจอย่างกว้างขวางแก่ทหาร
การสังหาร
กองกำลังของรัฐถูกกล่าวหาว่ากระทำการสังหารนอกกระบวนการยุติธรรมหรือวิสามัญฆาตกรรม การจับกุมตามอำเภอใจและการทรมานบุคคลที่สงสัยว่าเกี่ยวพันกับการแบ่งแยกดินแดน จากการที่ผู้ต้องสงสัยก่อการร้ายทำการโจมตีอย่างยั่วยุมากขึ้นทุกที ความตึงเครียดระหว่างชุมชนชาวมุสลิมเชื้อสายมาเลย์และชาวพุทธเชื้อสายไทยในพื้นที่รวมทั้งความไม่ไว้วางใจเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงจึงยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ องค์กรเอกชนกล่าวหาว่า ในช่วงปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงกระทำการสังหารนอกกระบวนการยุติธรรมหรือวิสามัญฆาตกรรมบุคคลประมาณสิบกว่าคนที่สงสัยว่าเกี่ยวพันกับการแบ่งแยกดินแดน แต่เจ้าหน้าที่กองทัพบกปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว
เมื่อวันที่ 27 มกราคม ทหารประมาณ 100 นายสังหารผู้ต้องสงสัยก่อการร้ายสองคนในขณะเข้าตรวจค้นหมู่บ้านบ้านน้ำทิพย์ จังหวัดชุมพร
เมื่อวันที่ 18 มีนาคม คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชียและคณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพ (Working Group on Justice for Peace) รายงานว่า เจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจที่ 39 จำนวน 60 นายยิงนายสะกรี โละมะเสียชีวิตที่หมู่บ้านบาโงมือลา จังหวัดนราธิวาสและคุมขังตัวนายซูกรีนัย โละมะ บุตรเขยของเขา มีรายงานอ้างว่านายซูกรีนัยถูกทรมานก่อนจะถูกส่งไปยังค่ายอิงคยุทธบริหาร จังหวัดปัตตานีและจากนั้นก็ถูกส่งไปยังสถานีตำรวจภูธรอำเภอรือเสาะ ครอบครัวของนายซูกรีนัยรายงานว่าเห็นรอยเลือดแห้งกรังตามเสื้อผ้าของนายซูกรีนัย และอ้างว่ารายงานของตำรวจรือเสาะบันทึกแผลบาดเจ็บของเขาแต่ไม่ได้ลงรายละเอียด
จากข้อมูลสถิติของสถาบันข่าวอิศรา ในช่วงปีที่ผ่านมา ความรุนแรงก่อการแบ่งแยกดินแดนเป็นผลให้มีผู้เสียชีวิต 546 คนในเหตุรุนแรง 1,056 ครั้ง อย่างไรก็ตาม แหล่งข้อมูลอื่นเชื่อว่าจำนวนผู้เสียชีวิตสูงกว่านั้น ข้อมูลสถิติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติระบุว่า ระหว่างเดือนตุลาคมพ.ศ. 2550 และเดือนกันยายน (พ.ศ. 2551) มีพลเรือนเสียชีวิต 694 คนจากเหตุรุนแรงอันเกี่ยวเนื่องกับความรุนแรงก่อการแบ่งแยกดินแดน 1,472 ครั้ง เช่นเดียวกับในปีที่ผ่านๆ มา ผู้ก่อการแบ่งแยกดินแดนมักมุ่งเป้าทำร้ายเจ้าหน้าที่ทางการและผู้แทนศาสนา เช่น ครู พระและข้าราชการอำเภอและเทศบาล รวมทั้งพลเรือนชาวพุทธและมุสลิม ในเดือนกรกฎาคม มีรายงานว่า ผู้ก่อการออกคำฟัตวา (ข้อกำหนดทางศาสนา) ที่อนุญาตให้มุ่งเป้าทำร้ายนักเรียนได้
ระหว่างวันที่ 1 – 15 มกราคม ผู้ต้องสงสัยก่อการร้ายโจมตียิงและวางระเบิดในจังหวัดนราธิวาส ปัตตานีและยะลาหลายจุด เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตสามคนและบาดเจ็บ 78 คน เมื่อวันที่ 24 มกราคม ครูคนหนึ่งถูกยิงเสียชีวิตที่อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี ในเดือนกุมภาพันธ์ ผู้ต้องสงสัยก่อการร้ายโจมตียิงและวางระเบิดหลายจุด เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตหกคนและบาดเจ็บ 35 คน เมื่อวันที่ 15 มีนาคม เกิดเหตุระเบิดรถยนต์ที่จังหวัดปัตตานีและยะลาซึ่งรวมถึงในโรงแรมแห่งหนึ่งในปัตตานีด้วย เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตสามคนและบาดเจ็บหลายคน
เมื่อวันที่ 3 และ 10 มกราคม คนร้ายลอบวางระเบิดข้างถนน แรงระเบิดทำให้ชุดทหารที่คุ้มครองครูในอำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานีและนราธิวาสบาดเจ็บ 12 นาย เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงกล่าวว่า ทางการได้จับกุมผู้ต้องสงสัยสองคนซึ่งภายหลังได้ให้การสารภาพ
ผู้ต้องสงสัยก่อการร้ายดำเนินการโจมตีขนาดใหญ่ในเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม ซึ่งรวมถึงเหตุการณ์วันที่ 21 มิถุนายนที่คนร้ายโจมตีขบวนรถไฟโดยสารที่อำเภอระแงะ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตสี่คน เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ผู้ต้องสงสัยก่อการร้ายได้ลอบยิงนายวีระ เหมือนจันทร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านมาแฮถึงแก่ความตาย ทำให้โรงเรียนรัฐบาล 55 แห่งต้องปิดสอนเป็นเวลาหลายวัน นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม นางวรรณา สี่ส่วน ชาวพุทธถูกยิงเสียชีวิตในจังหวัดนราธิวาส โดยมีจดหมายหนึ่งฉบับทิ้งไว้ข้างศพข่มขู่ว่าจะสังหารชาวพุทธเป็นการตอบโต้การเสียชีวิตของชาวมุสลิมเชื้อสายมาเลย์ เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม เกิดเหตุรถยนต์ระเบิดที่อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เป็นเหตุให้มีผู้สื่อข่าวหนึ่งคนและเจ้าหน้าที่กู้ภัยสองคนเสียชีวิต
อาสาสมัครป้องกันภัยที่เป็นพลเรือนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลและส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธเชื้อสายไทยจากหมู่บ้านต่างๆ ในภาคใต้ยังคงได้รับการฝึกขั้นพื้นฐานและรับแจกอาวุธจากกระทรวงมหาดไทยและฝ่ายรักษาความมั่นคง องค์กรสิทธิมนุษยชนแสดงความกังวลที่เห็นอาสาสมัครป้องกันภัยเหล่านี้และประชาชนอื่นๆ ระวังระไวชาวมุสลิมเชื้อสายมาเลย์ เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ชาวมุสลิมเชื้อสายมาเลย์ถูกสังหาร 3 คนเมื่อผู้ก่อการไม่ทราบนามเริ่มระดมยิงปืนใส่ร้านน้ำชาไม่ห่างจากโรงเรียนประถมพุทธที่ผู้อำนวยการวีระ เหมือนจันทร์ ถูกยิงเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม
ตำรวจยังคงดำเนินการสืบสวนการโจมตีเมื่อเดือนกุมภาพันธ์พ.ศ. 2550 ในจังหวัดนราธิวาส ปัตตานี ยะลาและสงขลาซึ่งเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตเก้าคนและบาดเจ็บประมาณ 70 คน ทางการได้ออกหมายจับ 15 ฉบับสำหรับการลอบซุ่มโจมตีรถโดยสารเล็กในจังหวัดยะลาเมื่อเดือนมีนาคมพ.ศ. 2550 ซึ่งทำให้ผู้โดยสารชาวพุทธเสียชีวิตแปดคน ผู้ต้องสงสัยสองคนจากจำนวน 15 คนเสียชีวิตระหว่างการปะทะกับเจ้าหน้าที่ในจุดอื่น
ยังไม่มีการจับกุมผู้ใดในคดีที่ชาวมุสลิมเชื้อสายมาเลย์ถูกทำร้ายในจังหวัดยะลาเมื่อเดือนมีนาคมพ.ศ. 2550 ซึ่งเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตสามคนและบาดเจ็บ 20 คนหลังจากที่ชาวพุทธแปดคนถูกสังหารในการลอบซุ่มโจมตีในวันเดียวกัน ตำรวจยังคงดำเนินการสืบสวนคดีสังหารเยาวชนมุสลิมเชื้อสายมาเลย์สี่คนในจังหวัดยะลาเมื่อเดือนเมษายนพ.ศ. 2550 สื่อมวลชนรายงานว่า ผู้สังหารเป็นอาสาสมัครป้องกันภัยชาวพุทธซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล
ตำรวจระบุตัวผู้ต้องสงสัยห้าคนที่พัวพันในคดีสังหารทหารเจ็ดนายในจังหวัดนราธิวาสเมื่อเดือนพฤษภาคมพ.ศ. 2550 คดีนี้กำลังอยู่ในระหว่างรออัยการพิจารณา ตำรวจยังคงทำการสืบสวนคดีระเบิดที่หาดใหญ่ จังหวัดสงขลาเมื่อเดือนพฤษภาคมพ.ศ. 2550 ตำรวจได้จับกุมบุคคลสามคนที่ต้องสงสัยว่าพัวพันในคดีระเบิดที่ตลาดอำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลาเมื่อเดือนพฤษภาคมพ.ศ. 2550
ไม่มีความคืบหน้าในการสืบสวนคดีสังหารนายแวอาแซ มะเด็ง อิหม่ามในจังหวัดนราธิวาสเมื่อเดือนกันยายนพ.ศ. 2550 และคดีสังหารนายอาแซ เด็งซา ซึ่งเป็นอิหม่ามในจังหวัดนราธิวาสเช่นเดียวกันเมื่อเดือนตุลาคมพ.ศ. 2550 ไม่มีผู้ใดถูกจับกุมในการสืบสวนคดีที่ผู้ต้องสงสัยว่าเป็นผู้ก่อการแบ่งแยกดินแดนสังหารชายชาวมุสลิมที่ถูกกล่าวว่าให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเมื่อเดือนพฤศจิกายนพ.ศ. 2550
ในการพิจารณาคดีเมื่อเดือนเมษายนของศาลจังหวัดสงขลาเกี่ยวกับสาเหตุการตายของผู้ถูกคุมขังชาวมุสลิมเชื้อสายมาเลย์ 78 คนที่ตากใบเมื่อปีพ.ศ. 2547 ศาลให้มีการพิจารณาเพิ่มเติม การพิจารณาคดีกรือเซะเริ่มเมื่อเดือนธันวาคมพ.ศ. 2550 และคาดว่าจะสิ้นสุดในเดือนมกราคมพ.ศ. 2552 ศาลพิจารณาคดีตากใบระหว่างเดือนมีนาคมและเมษายน แต่ไม่ได้เผยแพร่ผลการไต่สวน องค์กรเอกชนกล่าวหาว่า เจ้าหน้าที่ทหารในท้องที่ขู่คุกคามพยานในการไต่สวนเพื่อไม่ให้พยานเหล่านั้นให้การ เมื่อถึงปลายปี ไม่มีผู้ใดถูกจับกุมเกี่ยวกับการสังหารนายมะยูโซ๊ะ มะหลง สามีของนางแยนะ สะแลแม นักเคลื่อนไหว ที่จังหวัดนราธิวาสเมื่อเดือนตุลาคมพ.ศ. 2550 และการสืบสวนของทางการตำรวจยังดำเนินอยู่
คณะกรรมาธิการอิสระที่จัดตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางรับเรื่องร้องทุกข์ฟ้องร้องรัฐบาลในจังหวัดปัตตานี สงขลา ยะลาและนราธิวาสถูกยุบลง อดีตสมาชิกคณะกรรมาธิการดังกล่าวอ้างว่า คณะกรรมการได้ประชุมกันไม่กี่ครั้งก็ถูกยุบเพราะขาดงบประมาณ
การลักพาตัว
ภรรยาของนายมะยาเต็ง มะรานอ ซึ่งเป็นนักการภารโรงของโรงเรียนประถมของรัฐได้ยื่นคำร้องต่อศาลให้พิจารณาเรื่องที่สามีเธอหายตัวไปโดยมีผู้พบเห็นครั้งสุดท้ายเมื่อทหารพรานจากหน่วย 4111 ล้อมบ้านของพวกเขาและควบคุมตัวนายมะยาเต็ง เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน ศาลได้จำหน่ายคดีนี้
ในเดือนมีนาคมพ.ศ. 2550 องค์การสิทธิมนุษยชน Human Rights Watch ออกรายงานเกี่ยวกับการหายสาบสูญ 22 กรณีในจังหวัดภาคใต้ระหว่างปีพ.ศ. 2545 ถึงตุลาคมพ.ศ. 2549 ภายใต้รัฐบาลทักษิณและรัฐบาลรักษาการ ในหลายๆ กรณี มีการอ้างว่า บุคคลที่หายสาบสูญหายตัวไปหลังถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงสอบปากคำ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อสืบสวนการหายสาบสูญตามที่รายงาน แต่คณะกรรมการได้ประชุมเพียงครั้งเดียวโดยในที่ประชุมสรุปว่า ไม่ทราบว่าผู้ที่อยู่ในบัญชีรายชื่อผู้หายสาบสูญดังกล่าวนั้นอยู่ที่ใด เมื่อถึงปลายปี ไม่มีผู้ใดถูกนำขึ้นศาลพิจารณาคดีหรือตั้งข้อกล่าวหา
สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ยกเลิกโครงการที่จะขุดศพศพนิรนามประมาณ 400 ศพจากสุสานต่างๆ ในภาคใต้ เนื่องจากมีความเปลี่ยนแปลงจากรัฐบาลกลางตลอดจนมีข้อจำกัดทางงบประมาณ นอกจากนี้ ความลังเลของผู้ว่าราชการจังหวัดที่จะอนุญาตให้เคลื่อนย้ายซากศพข้ามเขตจังหวัดและการคัดค้านจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายบางหน่วยเป็นการเพิ่มอุปสรรคในการดำเนินงาน
ตำรวจปิดสำนวนการสืบสวนคดีนายแวฮาเล็ม กูแวกามะ ที่ถูกลักพาตัวจากอำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาสเมื่อปีพ.ศ. 2549 เนื่องจากไม่มีพยานหลักฐาน
การทารุณกรรมทางกาย การลงโทษและการทรมาน
กองทัพบกถูกกล่าวหาว่าทรมานผู้ต้องสงสัยก่อการร้ายบางคน โดยส่วนใหญ่เกิดที่ค่ายอิงคยุทธบริหารของกองทัพภาคที่ 4 ในจังหวัดปัตตานีและค่ายกักกันอื่นๆ ในภาคใต้
เมื่อถึงเดือนกันยายน สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ดำเนินการสืบสวนเป็นที่เรียบร้อยเกี่ยวกับคำร้องทุกข์ของนายสุกรี อาดัม ที่อ้างว่าถูกทรมานที่ค่ายกักกันแห่งหนึ่งในภาคใต้เมื่อเดือนเมษายนพ.ศ. 2550 และการเสียชีวิตเมื่อเดือนกรกฎาคมพ.ศ. 2550 ของนายอาชารี สะมะแอ และกำลังดำเนินการส่งรายงานผลการสืบสวนไปให้รัฐบาล
คดีการเสียชีวิตของนายสะการียา ปาโอะ มะนี เมื่อเดือนมิถุนายนพ.ศ. 2550 ในขณะที่เขาอยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงยังอยู่ในระหว่างพิจารณาที่ศาลจังหวัดยะลา
การสอบสวนข้อกล่าวหาว่านายมูฮัมหมัด อารีย์ ยูโซะถูกทรมานเมื่อปีพ.ศ. 2549 เป็นผลให้มีข้อตกลงระงับคดีจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) โดย กอ.รมน. เสนอเงินชดเชย 50,000 บาทแก่เหยื่อโดยจ่ายเป็นรายเดือน ครอบครัวของเหยื่อกล่าวว่า การจ่ายเงินชดเชยหยุดไปก่อนกำหนด และขณะนี้ครอบครัวกำลังรอคำตอบจาก กอ.รมน.หลังจากได้ยื่นเรื่องสอบถามไป
รัฐบาลยังคงจับกุมผู้ต้องสงสัยก่อการร้ายซึ่งบางคนก็ยังเป็นผู้เยาว์ และในบางกรณี ทางการก็คุมขังผู้ต้องสงสัยนานกว่าหนึ่งเดือนภายใต้พระราชกำหนดภาวะฉุกเฉินและกฎอัยการศึก องค์กรสิทธิมนุษยชนหลายแห่งเห็นว่าการจับกุมเหล่านี้เป็นการกระทำตามอำเภอใจ เกินกว่าเหตุและยาวนานโดยไม่จำเป็น องค์กรเหล่านี้แสดงความกังวลเกี่ยวกับสภาพแออัดของสถานกักกัน สื่อบันทึกเหตุการณ์ต่างๆ ที่ฝ่ายความมั่นคงจับกุมผู้ชายทุกคนในหมู่บ้านหรือคุมขังผู้สูงอายุหรือผู้ทุพพลภาพ การที่ทหารหลายร้อยคนดำเนินการตรวจค้นขนาดใหญ่ตามหมู่บ้านในเขตจังหวัดใต้สุดของประเทศเป็นผลให้เกิดการคุมขังโดยไม่มีหมายศาลเป็นจำนวนมาก เมื่อวันที่ 25 มกราคม เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงกว่า 300 นายเข้าตรวจค้นในหลายพื้นที่และจับกุมผู้ต้องสงสัย 12 คนในสองอำเภอของจังหวัดนราธิวาสเป็นการตอบโต้การโจมตีหลายครั้งเมื่อเดือนมกราคมที่ทำให้มีทหารเสียชีวิตแปดนาย
กฎหมายด้านความมั่นคงสองฉบับประกาศใช้ในสี่จังหวัดภาคใต้ ภายใต้กฎอัยการศึก เจ้าหน้าที่ทางการสามารถกักกันบุคคลเป็นเวลาสูงสุดไม่เกิน 7 วันโดยไม่ต้องได้รับอนุมัติจากศาลหรือหน่วยงานของรัฐในจังหวัดปัตตานี นราธิวาส ยะลาและสามอำเภอของสงขลา พระราชกำหนดภาวะฉุกเฉินมีการบังคับใช้ในพื้นที่เดียวกันและให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่ทางการในการจับกุมและคุมขังผู้ต้องสงสัยได้นานสูงสุด 30 วันโดยไม่ต้องมีข้อกล่าวหา หลัง 30 วัน ทางการสามารถคุมขังผู้ต้องสงสัยได้ภายใต้กฎหมายอาญาปกติ การคุมขังเหล่านี้ไม่เหมือนการคุมขังภายใต้กฎอัยการศึกเพราะต้องมีคำอนุญาตจากศาล แต่องค์กรสิทธิมนุษยชนร้องเรียนว่าศาลไม่ใช้อำนาจของศาลในการพิจารณาการคุมขังเหล่านี้ ในบางกรณี ผู้ต้องสงสัยจะถูกคุมขังภายใต้กฎอัยการศึกเป็นเวลา 7 วันและจากนั้นก็ถูกคุมขังภายใต้พระราชกำหนดภาวะฉุกเฉินเป็นเวลาอีก 30 วัน ไม่มีข้อมูลสถิติจากรัฐบาล แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจแถลงว่ามีบุคคล 1,474 คนถูกจับกุมภายใต้กฎหมายเหล่านี้ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2548 และในจำนวนนี้มี 289 คนถูกดำเนินคดี ไม่มีข้อมูลชัดเจนว่า มีบุคคลใดในภาคใต้ถูกคุมขังภายใต้กฎอัยการศึกเพียงอย่างเดียวหรือไม่
รัฐบาลยกเลิกโครงการที่จะย้ายผู้ต้องขังประมาณ 400 คนซึ่งทางการไม่ดำเนินคดีอาญาให้ไปอยู่ที่ค่ายทหารที่จังหวัดชุมพร ระนองและสุราษฎร์ธานีเพื่อเข้าร่วมในโครงการฝึกอาชีพ รัฐบาลสั่งยกเลิกหลังจากมีคำร้องเรียนจากองค์กรสิทธิมนุษยชนรวมทั้งคำสั่งศาลจังหวัดเมื่อเดือนตุลาคมพ.ศ. 2550 ที่ระบุว่า กองทัพไม่มีอำนาจบังคับให้บุคคลเข้าร่วมโครงการ นักกฎหมายและองค์กรเอกชนแถลงว่า ผู้ถูกคุมขังได้เดินทางกลับภูมิลำเนาหลังศาลมีคำสั่งออกมา อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือระบุว่า บางคนยังคงถูกทางการสอดส่องอยู่และบางครั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงก็มาที่บ้าน
องค์กรสิทธิมนุษยชนกล่าวหาว่า ทหารได้ส่งจดหมายเชิญไปยังผู้ต้องสงสัยก่อการร้ายในสี่จังหวัดภาคใต้ให้เข้าร่วมในโครงการฝึกอาชีพ แหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือระบุว่า มีการดำเนินการอบรมไปสองครั้งที่จังหวัดปัตตานีและสงขลา การอบรมมีระยะเวลา 15 – 30 วันโดยมีเนื้อหาให้ความรู้รวมทั้งไปทัศนศึกษาจังหวัดใกล้เคียงด้วย องค์กรเอกชนตั้งข้อสังเกตว่า ผู้เข้าร่วมโครงการหลายคนถูกสังหารหลังจากกลับไปภูมิลำเนาของตน มีการสงสัยว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงจะมีส่วนพัวพันในการสังหารเหล่านี้เนื่องจากสถานที่สังหารใกล้กับมัสยิด
ทหารเด็ก
มีรายงานว่า กลุ่มแบ่งแยกดินแดนเกณฑ์เยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีให้ทำการก่อการร้าย องค์กรสิทธิมนุษยชนกล่าวหาว่า กลุ่มแบ่งแยกดินแดนใช้โรงเรียนอิสลามของเอกชนในการปลุกปั่นเยาวชนมุสลิมเชื้อสายมาเลย์ให้หลงเชื่อแนวคิดของกลุ่มแบ่งแยกดินแดน
เมื่อวันที่ 29 มกราคม คณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพ (Working Group on Justice for Peace) รายงานว่า หน่วยรวมไทยซึ่งเป็นกองกำลังอาสาป้องกันตนชาวพุทธในพื้นที่สามจังหวัดภาคใต้และมีพันตำรวจเอกพิทักษ์ เอียดแก้วเป็นผู้นำได้ดำเนินการอบรมเยาวชนชาวพุทธและมุสลิมประมาณ 300 คนเพื่อให้เข้าร่วมในกองกำลังนี้ด้วย รายงาน Child Soldiers Global Report ประจำปีพ.ศ. 2551 ซึ่งจัดพิมพ์โดย Coalition to Stop the Use of Child Soldiers อ้างว่า กลุ่มแบ่งแยกดินแดนมีเยาวชนด้วย
การกระทำมิชอบอื่นๆ ที่เนื่องมาจากความขัดแย้ง
มีรายงานว่า กลุ่มแบ่งแยกดินแดนใช้ผู้หญิงและเด็กเป็นโล่มนุษย์เพื่อประจันหน้าหรือยั่วยุเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เหล่านั้น ตำรวจและทหารประกาศใช้ข้อกำหนดการห้ามออกจากเคหสถานเวลาค่ำคืนหลังเวลา 21.00 น. ในหลายอำเภอของจังหวัดยะลา
กระทรวงศึกษาธิการรายงานว่า ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2547 ผู้ก่อการร้ายได้เผาโรงเรียนกว่า 304 แห่งในภาคใต้ ในช่วงปีที่ผ่านมา ผู้ก่อการร้ายเผาโรงเรียน 14 แห่งในจังหวัดปัตตานีและนราธิวาส รัฐบาลประกาศปิดโรงเรียนทั่วภาคใต้เป็นบางช่วงเนื่องจากมีการโจมตีทำร้ายครู นักเรียน อาคารเรียนและผู้ปกครองนักเรียน รัฐบาลให้อาวุธแก่พลเรือนชาวไทยพุทธและชาวมุสลิมเชื้อสายมาเลย์บางคน เพิ่มกำลังป้องกันโรงเรียนและวัดพุทธและจัดให้ทหารคุ้มครองพระสงฆ์และครู ข้อมูลกระทรวงศึกษาธิการระบุว่า ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2547 มีครู นักเรียนและเจ้าหน้าที่ทางการศึกษา 139 คนถูกสังหาร และบาดเจ็บอีก 228 คนเนื่องจากเหตุรุนแรงแบ่งแยกดินแดน
เหตุรุนแรงแบ่งแยกดินแดนได้รวมถึงการโจมตีสถานพยาบาล เช่น การทำลายศูนย์อนามัยสองแห่งในปัตตานีเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน ข้อมูลกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า ในจังหวัดภาคใต้ ตั้งแต่เดือนมกราคมพ.ศ. 2547 มีอาสาสมัครสาธารณสุขถูกสังหาร 69 คน บาดเจ็บ 47 คน และศูนย์อนามัยชุมชน 24 แห่งถูกวางเพลิงหรือลอบวางระเบิด
แม้ว่าจะไม่มีสถิติของรัฐ แต่มีรายงานว่ามีชาวพุทธเชื้อสายไทยจำนวนมากหนีออกจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงที่เกิดขึ้นไปอยู่จังหวัดอื่นของประเทศ
หมวดที่ 2 การเคารพสิทธิเสรีภาพของพลเมือง อันประกอบด้วย
ก. เสรีภาพในการพูดและเสรีภาพของสื่อมวลชน
รัฐธรรมนูญและกฎหมายระบุให้เสรีภาพด้านการพูดและเสรีภาพของสื่อมวลชนโดยมีการยกเว้นบางกรณี นอกจากนี้ รัฐบาลและประมวลกฎหมายยังจำกัดสิทธิบางประการ
บางครั้ง เสรีภาพด้านการพูดและเสรีภาพของสื่อมวลชนจะถูกจำกัดด้วยการแทรกแซงจากรัฐบาลและการใช้ข้อหาหมิ่นประมาทต่อผู้สื่อข่าว สื่อกระจายเสียงโดยเฉพาะโทรทัศน์และวิทยุถูกสอดส่องอย่างใกล้ชิด ภายใต้การบริหารของอดีตนายกรัฐมนตรีนายสมัคร สุนทรเวช การแทรกแซงจากรัฐบาลเพิ่มมากขึ้น รัฐบาลกดดันสื่อโดยเฉพาะสื่อแพร่ภาพกระจายเสียงให้ร่วมมือออกข่าวและให้ข้อมูลที่สร้างสรรค์และยกย่องรัฐบาล อย่างไรก็ตาม สื่อมวลชนและประชาสังคมก็วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอย่างเปิดเผยตลอดปี สื่อสิ่งพิมพ์และสื่อกระจายเสียงรายงานข่าววิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลรวมทั้งคำปราศรัยและกิจกรรมของอดีตนายกรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีที่กำลังดำรงตำแหน่งอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สื่อจะวิพากษ์วิจารณ์ทัศนคติที่นายสมัครมีต่อสื่อ
กฎหมายระบุว่า รัฐบาลอาจจำกัดเสรีภาพด้านการพูดและเสรีภาพของสื่อมวลชนเพื่อรักษาความมั่นคงของชาติ ความสงบเรียบร้อยของประชาชน คุ้มครองสิทธิ์ของบุคคลอื่น ปกป้องศีลธรรมอันดีของประชาชนและป้องกันการลบหลู่พุทธศาสนา กฎหมายอนุญาตให้ตำรวจปิดหนังสือพิมพ์หรือสื่อสิ่งพิมพ์ในยามที่เกิดสงครามหรือเหตุวิกฤตระดับประเทศ แต่จะกระทำได้ด้วยคำสั่งศาลเท่านั้น กฎหมายอนุญาตให้ตำรวจจำกัดหรือยึดสิ่งพิมพ์และอื่นๆ เนื่องจากก่อกวนให้เกิดความไม่สงบ เป็นภัยต่อความปลอดภัยของประชาชนหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน แต่การดำเนินการดังกล่าวต้องได้รับคำสั่งศาล
บทบัญญัติเกี่ยวกับการห้ามการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพกำหนดว่าการวิพากษ์วิจารณ์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาทหรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์นั้นถือว่าเป็นความผิดทางอาญา โดยประมวลกฎหมายอาญากำหนดโทษจำคุกระหว่าง 3 – 15 ปี กฎหมายอนุญาตให้ประชาชนสามารถยื่นคำร้องเกี่ยวกับการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และมีกว่าสิบคดีที่ประชาชนยื่นฟ้องกล่าวหาซึ่งกันและกันว่าหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เป็นเหตุให้ทางการต้องดำเนินกระบวนการสืบสวนที่ยืดยาวรวมทั้งสำนักงานอัยการสูงสุดต้องดำเนินการพิจารณาคำร้องเหล่านี้ด้วย แม้ว่าสำนักงานอัยการสูงสุดจะได้ดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพอย่างเป็นทางการต่อบุคคลจำนวนหนึ่ง แต่เมื่อถึงปลายปี มีเพียงคดีนางบุญยืน ประเสริฐยิ่ง แกนนำกลุ่มประชาธิปไตยก้าวหน้าเท่านั้นที่ถูกนำขึ้นพิจารณา นางบุญยืนถูกพิพากษาจำคุกหกปี
เมื่อวันที่ 5 เมษายน ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพต่อนายโชติศักดิ์ อ่อนสูงและนายสงกรานต์ ป้องบุญจันทร์ นักเคลื่อนไหวทางสังคมเนื่องจากไม่ยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมีในโรงภาพยนตร์เมื่อเดือนกันยายนพ.ศ. 2550 ทั้งสองได้รับการปล่อยตัวโดยไม่ต้องประกันตัว เมื่อถึงปลายปี คดีนี้ยังอยู่ในระหว่างสืบสวน เมื่อวันที่ 29 และ 30 เมษายน รายการ Metro Life ทางสถานีวิทยุเอฟ.เอ็ม. 97 เมกะเฮิรตซ์เรียกร้องให้ผู้ฟังโจมตีนายโชติศักดิ์เมื่อเขามีกำหนดปรากฏตัวเข้าร่วมอภิปรายหัวข้อการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นอกจากนี้ เว็บไซต์ของสถานีดังกล่าวยังได้ลงข้อมูลส่วนตัวของนายโชติศักดิ์ซึ่งรวมถึงที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์
เมื่อวันที่ 8 เมษายน เจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งแจ้งข้อกล่าวหานายโจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวบีบีซีประจำกรุงเทพมหานครว่าหมิ่นพระบรมเดชานุภาพจากคำพูดของนายเฮดที่กล่าวเมื่อเดือนสิงหาคมพ.ศ. 2550 และเดือนธันวาคมพ.ศ. 2550 ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย ในการสัมนาเดือนสิงหาคมพ.ศ. 2550 นั้น นายจักรภพ เพ็ญแข นักเคลื่อนไหวทางการเมืองก็ได้อภิปรายถึงความเป็นมาของระบบอุปถัมภ์ในประเทศไทยด้วย การสืบสวนที่สรุปสำนวนเมื่อวันที่ 10 กันยายนชี้ว่า มีหลักฐานสำคัญแสดงให้เห็นว่านายจักรภพหมิ่นพระบรมเดชานุภาพและเสนอแนะให้ดำเนินคดีกับนายจักรภพ เมื่อถึงปลายปี คดีนายจักรภพอยู่ในระหว่างพิจารณาของสำนักงานอัยการสูงสุด และการสืบสวนคดีนายเฮดก็กำลังดำเนินอยู่
เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม นายแฮรี่ นิโคไลด์ส นักเขียนชาวออสเตรเลียถูกจับข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพจากข้อความหมิ่นพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมารในหนังสือนวนิยายชื่อ Verisimilitude ที่พิมพ์เมื่อปีพ.ศ. 2548 เมื่อถึงปลายปี นายนิโคไลด์ส ยังถูกคุมขังรอข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการและถูกปฏิเสธไม่ให้ประกันตัวสี่ครั้ง
เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่นจับนายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ นักปราชญ์ทางพุทธศาสนาและนักวิจารณ์สังคมที่กรุงเทพมหานครและแจ้งข้อกล่าวหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพภายใต้ประมวลกฎหมายอาญา เมื่อถึงปลายปี เขาได้รับการประกันตัวเป็นอิสระและรอการดำเนินการอย่างเป็นทางการต่อไป นายสุลักษณ์ถูกจับกุม ถูกตั้งข้อกล่าวหาหรือดำเนินคดีในข้อหาคล้ายคลึงกันนี้หลายครั้ง แต่ไม่เคยถูกพิพากษาลงโทษ
นักการเมืองและเครือบริษัทสื่อขนาดใหญ่ยังคงถือหุ้นจำนวนมากในธุรกิจหนังสือพิมพ์ที่สำคัญหลายฉบับ
หน่วยงานของรัฐยังคงเป็นเจ้าของและเป็นผู้ควบคุมสถานีวิทยุและโทรทัศน์ทุกสถานี ซึ่งได้แก่สถานีวิทยุเอเอ็มและเอฟเอ็มที่ขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการว่าเป็นคลื่น ”ปกติ” รวม 524 สถานี กองทัพและตำรวจยังคงถือกรรมสิทธิ์ในสถานีวิทยุที่เหลืออีก 244 สถานีโดยให้เหตุผลเรื่องความมั่นคง ส่วนหน่วยงานรัฐอื่นๆ ที่เป็นเจ้าของสื่อกระจายเสียงของรัฐได้แก่ กรมประชาสัมพันธ์และองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทยซึ่งเคยเป็นรัฐวิสาหกิจซึ่งรัฐบาลยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อยู่ สถานีวิทยุและโทรทัศน์เกือบทุกแห่งให้บริษัทเอกชนเช่า
พระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์พ.ศ.2551 ที่ประกาศใช้เมื่อวันที่ 4 มีนาคมกำหนดกฎระเบียบคลื่นวิทยุและโทรทัศน์ กฎหมายฉบับใหม่นี้แบ่งใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์โดยใช้คลื่นความถี่เป็นสามประเภทได้แก่ ใบอนุญาตประกอบกิจการบริการสาธารณะ ใบอนุญาตประกอบกิจการบริการชุมชนและใบอนุญาตประกอบกิจการทางธุรกิจ พระราชบัญญัติดังกล่าวให้อำนาจแก่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติในการกำกับดูแลกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ให้เป็นไปตามกฎหมายฉบับนี้ ในระหว่างที่การจัดตั้งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติยังไม่แล้วเสร็จ ส่วนการจัดตั้งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาตินั้นยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ และจึงทำให้ตลอดปีที่ผ่านมาไม่มีการออกใบอนุญาตประกอบกิจการใหม่
รัฐบาลตรวจสอบการรายงานข่าวของสื่อกระจายเสียงทั้งทางตรงและทางอ้อม และเห็นได้ชัดว่าสื่อมีการตรวจสอบการรายงานข่าวและบทความของตนก่อนนำเสนอ อย่างไรก็ตาม สื่อกระจายเสียงยังรายงานการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล
ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรีประกาศแผนจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อตรวจสอบ “การเสนอข่าวอย่างเท่าเทียมกัน” ของสื่อโทรทัศน์ ในเดือนเดียวกัน นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีลงนามในคำสั่งโยกย้ายนายปราโมช รัฐวินิจ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ให้ย้ายไปสำรองราชการ แม้รัฐบาลจะอ้างว่า การโยกย้ายดังกล่าวไม่มีสาเหตุมาจากการเมือง แต่ผู้สังเกตการณ์ฝ่ายสื่อมวลชนเชื่อว่า นายปราโมชถูกปลดจากตำแหน่งเนื่องจากมีความสัมพันธ์กับรัฐบาลชุดก่อน ในเดือนพฤษภาคม นายจักรภพเตือนสื่อกระจายเสียงและโทรทัศน์เกี่ยวกับการรายงานข่าวที่สนับสนุนการก่อรัฐประหารที่เป็นเรื่องลือในขณะนั้นและแถลงว่าจะดำเนินการทางวินัยกับเจ้าหน้าที่กรมประชาสัมพันธ์ที่กระทำการดังกล่าว
เมื่อวันที่ 14 มกราคม พระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยมีผลบังคับใช้ ดังนั้น สถานภาพสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี (TITV - Thailand Independent Television) จึงเปลี่ยนเป็นองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (Thai Public Broadcasting Service: TPBS) ซึ่งสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวีเดิมคือสถานีโทรทัศน์ไอทีวีที่ทักษิณเคยเป็นเจ้าของและต่อมากรมประชาสัมพันธ์เข้ามาบริหาร ส่วนสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสนั้นภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็นสถานีโทรทัศน์ทีวีไทย
รัฐบาลพยายามทำให้องค์กรสื่อเสียความน่าเชื่อถือด้วยการใช้สื่อที่รัฐบาลเป็นเจ้าของและดำเนินการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โดยผ่านรายการโทรทัศน์ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (National Broadcasting Services of Thailand: NBT) รัฐบาลมักโต้แย้งข้อความที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวีซึ่งเป็นของบริษัทหนังสือพิมพ์ผู้จัดการและผู้จัดการของบริษัทนี้มีความเกี่ยวพันกับการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลที่นำโดยกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
เมื่อวันที่ 9 มกราคม รถยนต์ของนายสำเริง คำสนิท ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ มติชนและผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ข่าวสดประจำจังหวัดอ่างทอง ถูกคนร้ายลอบเผา เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม นายสุรยุทธ ยงชัยยุทธ ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์มติชนอีกคนหนึ่งรอดชีวิตจากการลอบยิงที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม นายอธิวัฒน์ ไชยนุรัตน์ ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์มติชนอีกคนหนึ่งถูกยิงเสียชีวิตที่บ้านพักในจังหวัดนครศรีธรรมราช เชื่อว่า ผู้สื่อข่าวทั้งสามตกเป็นเป้าลอบทำร้ายเนื่องจากรายงานข่าวที่มีความอ่อนไหวทางการเมือง
ศาลยกฟ้องคดีนายมานพ รัตนจรุงภรณ์ ผู้สื่อข่าวที่ถูกยิงที่จังหวัดพังงาเมื่อปีพ.ศ. 2549 เนื่องจากขาดหลักฐาน ยังไม่มีการสรุปคดีนายสันติ ลำมณีนิล เจ้าของหนังสือพิมพ์พัทยาโพสต์และผู้สื่อข่าวอิสระที่ถูกฆ่าตายเมื่อปีพ.ศ. 2549 เชื่อกันว่าบุคคลเหล่านี้ถูกสังหารเนื่องจากรายงานข่าวที่มีความอ่อนไหวทางการเมือง
การที่สื่อสิ่งพิมพ์วิพากษ์วิจารณ์พรรคการเมือง บุคคลที่มีชื่อเสียงและรัฐบาลถือเป็นเรื่องปกติ โดยทั่วไป ผู้สื่อข่าวมีเสรีภาพในการแสดงความเห็นเกี่ยวกับกิจกรรมและสถาบันของรัฐบาลโดยไม่ต้องเกรงว่าจะถูกตอบโต้ อย่างไรก็ตาม โดยปกติ สื่อสิ่งพิมพ์มีการพิจารณาตรวจสอบรายงานข่าวและบทความของตนก่อนนำเสนอ โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์และความมั่นคงของชาติ
เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นักจัดรายการวิทยุและอดีตสมาชิกวุฒิสภาที่มีชื่อเสียงถูกถอดรายการวิทยุที่เป็นที่นิยมของเขาออกจากการออกอากาศหลังจากเขาวิจารณ์คำพูดของนายกรัฐมนตรีสมัครที่เกี่ยวกับการสังหารหมู่เมื่อวันที่ 6 ตุลาคมพ.ศ. 2519 มีรายงานว่า บริษัทผลิตรายการของนายเจิมศักดิ์บอกให้เขายกเลิกรายการหลังจากได้รับโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่ของรัฐ
สื่อต่างประเทศและสื่ออิสระได้รับอนุญาตให้ดำเนินการได้อย่างเสรี แม้จะมีข้อยกเว้นอยู่บ้าง
เมื่อวันที่ 31 มกราคม ศาลปกครองระงับคำสั่งเมื่อปีพ.ศ. 2549 ของกรมประชาสัมพันธ์ที่สั่งให้บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ระงับสัญญาณออกอากาศของสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี แม้จะมีคำสั่งดังกล่าว สถานีโทรทัศน์เอเอสทีวีก็ยังสามารถแพร่สัญญาณ ได้โดยใช้ดาวเทียม
เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสั่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและเจ้าหน้าที่ในต่างจังหวัดยื่นฟ้องผู้ประกอบการสถานีโทรทัศน์ตามสาย (เคเบิลทีวี) ที่แพร่ภาพการชุมนุมประท้วงรัฐบาล ไม่มีการยื่นฟ้องแต่มีรายงานว่า เนื่องจากคำสั่งดังกล่าว สถานีโทรทัศน์ตามสายหลายแห่งในต่างจังหวัดระงับการแพร่ภาพการชุมนุมประท้วงรัฐบาลของสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี
คดีที่พิธีกรรายการสนทนาทางโทรทัศน์ที่เป็นที่นิยมสามคนโดยหนึ่งในนั้นคือ นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ยังอยู่ในระหว่างอุทธรณ์ เมื่อวันที่ 25 กันยายน ศาลอุทธรณ์ยืนคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่พิพากษาจำคุกสองปีนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี ฐานหมิ่นประมาท ส่วนอีกสองคดีนั้นยังอยู่ในระหว่างอุทธรณ์ นายสมัครยังคงเป็นอิสระเนื่องจากได้รับการประกันตัวและยังพยายามอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลต่อไปอีก
เมื่อวันที่ 10 กันยายน ศาลอุทธรณ์ยืนคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่พิพากษาว่า น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ บรรณาธิการหนังสือพิมพ์แนวหน้ามีความผิดฐานหมิ่นประมาทตุลาการศาลรัฐธรรมนูญให้เสียชื่อเสียงที่วินิจฉัยตัดสินปล่อยตัวอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณให้พ้นจากข้อกล่าวหาในคดีที่ทักษิณจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบเมื่อปีพ.ศ. 2544 ศาลมีคำสั่งให้รอลงอาญา น.ต.ประสงค์เป็นเวลาหนึ่งปี
เมื่อถึงปลายปี คำพิพากษาเมื่อเดือนธันวาคมพ.ศ. 2550 ในคดีนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและเจ้าของหนังสือพิมพ์ผู้จัดการถูกศาลพิพากษาลงโทษฐานโฆษณาหมิ่นประมาทนั้นยังอยู่ในระหว่างอุทธรณ์ ไม่มีรายงานว่ารัฐบาลใช้กฎหมายหมิ่นประมาทเพื่อกดดันการวิจารณ์ผู้นำทางการเมืองหรือผู้นำอื่นๆ
มีรายงานว่า สื่อที่รัฐบาลเป็นเจ้าของไม่ให้เวลาในการนำเสนอข่าวของแต่ละฝ่ายอย่างเท่าเทียมกันและใช้สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) ที่ดำเนินงานโดยกรมประชาสัมพันธ์เพื่อทำให้สื่อทั่วไปเสียความน่าเชื่อถือ ในเดือนกรกฎาคม นายสมัคร ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นได้รับช่วงเวลาออกอากาศเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงทุกวันทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ซึ่งนายสมัครใช้ช่วงเวลานี้โจมตีสื่อเป็นประจำโดยกล่าวหาว่าสื่อรายงานข่าวบิดเบือนเกี่ยวกับคณะรัฐบาลของเขา มีรายงานว่า กรมประชาสัมพันธ์ปฏิเสธคำร้องขออย่างเป็นทางการของนายอภิสิทธิ์ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้นำพรรคฝ่ายค้านที่ขอช่วงเวลาออกอากาศที่เท่าเทียมกันทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย
ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ ในการจัดตั้งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ ซึ่งจะมีหน้าที่จัดสรรคลื่นความถี่ที่ใช้ในการส่งวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ และกำกับดูแลการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ฉบับใหม่
กฎหมายในอดีตระบุว่า สถานีวิทยุกระจายเสียงต้องต่อใบอนุญาตทุกปี อย่างไรก็ดี พระราชบัญญัติประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ฉบับใหม่เพิ่มระยะเวลาเป็นเจ็ดปี สัญญาณวิทยุต้องถ่ายทอดผ่านเครื่องส่งของรัฐบาล กฎหมายกำหนดให้สถานีวิทยุทุกแห่งต้องถ่ายทอดรายการข่าวที่รัฐบาลผลิตวันละ 2 ช่วงๆ ละ 30 นาที เนื่องจากยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ ในการจัดตั้งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ ฉะนั้น ตามหลักการแล้ว ประเทศไทยจึงมีสถานีวิทยุชุมชนจำนวนประมาณ 2,000 – 3,000 แห่งที่ยังคงดำเนินการนอกกฎหมาย
ในการสัมนาเมื่อวันที่ 19 เมษายน ร่วมกับผู้ประกอบการสถานีวิทยุชุมชนในภาคตะวันออกของประเทศ มีรายงานว่า นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเสนอช่วยไม่ให้สถานีวิทยุชุมชนที่ดำเนินการโดยไม่มีใบอนุญาตไม่ต้องถูกจับกุมหากสถานีเหล่านั้นจะยอมถ่ายทอดรายการที่รัฐบาลผลิตวันละ 2 – 3 ชั่วโมง สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทยประณามข้อเสนอดังกล่าว
รัฐบาลยังคงห้ามนำเข้าและจำหน่ายหนังสือเรื่อง The King Never Smiles ที่เขียนโดยพอล แฮนด์ลีย์และจัดพิมพ์ในต่างประเทศ รวมทั้งหนังสือเรื่อง "ค่อนศตวรรษประชาธิปไตยไทยที่เต็มไปด้วยขวากหนาม" ที่เขียนโดยนายสุลักษณ์ ศิวรักษ์
เสรีภาพทางอินเทอร์เน็ต
โดยทั่วไป บุคคลและกลุ่มบุคคลสามารถแสดงความคิดเห็นโดยสันติทางอินเทอร์เน็ตรวมถึงการใช้ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ อย่างไรก็ตาม ก็มีข้อจำกัดอยู่บ้าง รัฐบาลจำกัดการเข้าใช้อินเทอร์เน็ตบ้างและมีรายงานว่ารัฐบาลตรวจสอบการเข้าห้องสนทนาทางอินเทอร์เน็ต
พระราชบัญญัติว่าด้วยอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์พ.ศ. 2550 ซึ่งกำหนดการกระทำประเภทใหม่ๆ อันถือว่าเป็นอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ กำหนดขั้นตอนการเข้าค้นและยึดคอมพิวเตอร์และข้อมูลคอมพิวเตอร์ในการสืบสวนคดีอาชญากรรมบางคดี และให้อำนาจกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการร้องขอและบังคับใช้การระงับการเผยแพร่ข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ ภายใต้กฎหมายฉบับนี้ การปิดประกาศข้อมูลเท็จทางอินเทอร์เน็ตที่เป็นการคุกคามความปลอดภัยของประชาชน ก่อให้เกิดความระส่ำระสายหรือทำให้บุคคลอื่นได้รับความเดือดร้อนจะมีโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 5 ปีและปรับไม่เกิน 100,000 บาท และหากการกระทำใดมีผลให้เกิดการเสียชีวิตจะมีโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 20 ปีและปรับไม่เกิน 300,000 บาท นอกจากนี้ หากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตรายใดตั้งใจเห็นด้วยหรือสนับสนุนการตีพิมพ์ข้อความผิดกฎหมายก็จะมีความผิดด้วย นอกจากนี้ กฎหมายฉบับนี้ยังกำหนดให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเก็บข้อมูลผู้ใช้ทุกคนเป็นเวลา 90 วันในกรณีที่เจ้าหน้าที่ทางการต้องการข้อมูลเหล่านั้น นักเคลื่อนไหวด้านสื่อวิจารณ์กฎหมายฉบับนี้โดยกล่าวว่า คำจำกัดความของการกระทำผิดที่ระบุไว้กินความกว้างเกินไปและบทลงโทษก็รุนแรงเกินไป
มีการตรวจสอบข้อความก่อนนำเสนอทางอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น รัฐบาลสั่งปิดกั้นการเข้าเว็บไซต์อินเทอร์เน็ตจำนวนมากที่วิจารณ์ราชวงศ์และที่สนับสนุนทักษิณและคตินิยมแบบสาธารณรัฐ แต่เมื่อถึงปลายปี รัฐบาลก็ยกเลิกการปิดกั้นการเข้าถึงเว็บไซต์ดังกล่าวเกือบทั้งหมด รัฐบาลให้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นบนเว็บไซต์และกระดานสนทนาด้านการเมืองมากพอควร กระดานสนทนาบนเว็บไซต์และเวทีอภิปรายทางการเมืองบนอินเทอร์เน็ตจำนวนมากเลือกที่จะตรวจสอบข้อความของตนก่อนนำเสนอและคอยตรวจสอบการอภิปรายอย่างใกล้ชิดเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกสั่งปิดกั้นการเข้าถึง รัฐบาลสั่งปิดกั้นการเข้าเว็บไซต์อินเทอร์เน็ตและ URL 2,300 เว็บไซต์ และมีเว็บไซต์อินเทอร์เน็ตถูกขึ้นบัญชีรอศาลสั่งปิดกั้นการเข้าถึงอีกประมาณ 400 เว็บไซต์ ซึ่งในจำนวนนี้มี 344 เว็บไซต์ที่ถูกพิจารณาว่ามีเนื้อหาวิจารณ์ราชวงศ์ สองเว็บไซต์เป็นเว็บไซต์ศาสนาและอีกหกเว็บไซต์มีข้อความลามก รายงานของสื่อระบุว่ากระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารยังให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตปิดกั้นการเข้าถึงเว็บไซต์เพิ่มอีก 1,200 เว็บไซต์ที่ทางการพิจารณาว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศหรือความสงบเรียบร้อยของประชาชน
บางเว็บไซต์ถูกผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตตรวจสอบเอง เมื่อวันที่ 4 มกราคม เว็บไซต์ของสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกันซึ่งผลิตนิตยสารการเมืองและสังคมรายปักษ์ภายใต้ชื่อเดียวกันถูกงดใช้บริการต่อจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต จึงย้ายไปใช้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตต่างประเทศ เว็บไซต์ดังกล่าวมีเนื้อหาที่มาจากนิตยสาร บล็อกของนักเขียนคอลัมน์ประจำและบทความต่างๆ กระดานสนทนาของเว็บไซต์นี้มีการสนทนาเรื่องราชวงศ์อย่างกว้างขวาง เมื่อวันที่ 28 เมษายน นายสุนิมิต จิระสุข ชาวจังหวัดขอนแก่น แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวหาเว็บไซต์ของฟ้าเดียวกันและประชาไทหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ซึ่งเป็นสื่อแนวเสรีนิยม พร้อมกับแจ้งความกล่าวหานายโชติศักดิ์ อ่อนสูง นักเคลื่อนไหว นายสุนิมิตอ้างว่าคนเหล่านี้สนับสนุนการล้มล้างราชวงศ์ นายโชติศักดิ์ถูกข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพอยู่แล้วเนื่องจากไม่ลุกขึ้นยืนถวายความเคารพเมื่อได้ยินเพลงสรรเสริญพระบารมีในโรงภาพยนตร์เมื่อเดือนกันยายนพ.ศ. 2550 ลูกค้าขององค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยรายงานว่าไม่สามารถเข้าเว็บไซต์ของฟ้าเดียวกันและประชาไทในวันที่ 14 และ 15 พฤษภาคม ผู้ใช้เจอข้อความว่า เว็บไซต์ถูกปิดกั้นตามคำร้องขอของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม รัฐบาลเรียกผู้จัดการเว็บไซต์จากหลายองค์กรเข้าพบเพื่อขอความร่วมมือในการตรวจสอบข้อความที่มีเนื้อหาวิจารณ์ราชวงศ์
เสรีภาพทางวิชาการและการแสดงทางวัฒนธรรม
รัฐบาลไม่ได้จำกัดเสรีภาพทางวิชาการ
ในช่วงปีที่ผ่านมา รศ. ใจ อึ้งภาภรณ์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยรายงานว่า ร้านหนังสือของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยปฏิเสธที่จะจำหน่ายหนังสือของเขาที่ชื่อ “A Coup for the Rich” หนังสือดังกล่าวมีจำหน่ายทางอินเทอร์เน็ตเท่านั้นหลังจากที่ร้านหนังสือของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ก็หยุดจำหน่ายหนังสือเล่มนี้ตามที่ตำรวจร้องขอ
การแสดงทางวัฒนธรรมอาจถูกห้ามได้ โดยปกติจะเนื่องจากเหตุผลเกี่ยวกับความเหมาะสมทางด้านสังคม กฎหมายกำหนดให้เจ้าของโรงภาพยนตร์และผู้แพร่ภาพกระจายเสียงส่งฟิล์มภาพยนตร์ที่ต้องการจะฉายให้คณะกรรมการตรวจพิจารณาภาพยนตร์ตรวจสอบก่อน คณะกรรมการฯ อาจสั่งระงับการฉายภาพยนตร์ได้ถ้าเจ้าของภาพยนตร์ไม่ยอมตัดส่วนของภาพยนตร์ที่ไม่เหมาะสมออก เหตุผลในการตัดบางส่วนของภาพยนตร์มีอาทิ ละเมิดบรรทัดฐานด้านวัฒนธรรมและศีลธรรมอันดีงามและขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนหรือความมั่นคงของชาติ มีอยู่บ่อยครั้งที่เจ้าของโรงภาพยนตร์และผู้แพร่ภาพกระจายเสียงจะตรวจพิจารณาตัดต่อภาพยนตร์ของตนก่อนส่งมอบฟิล์มภาพยนตร์ให้คณะกรรมการฯ คณะกรรมการฯ กล่าวว่า ไม่มีภาพยนตร์ถูกห้ามฉายอีกเลยตั้งแต่ปีพ.ศ. 2546 ในช่วงปีที่ผ่านมา นายอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล ผู้กำกับภาพยนตร์นำภาพยนตร์ “แสงศตวรรษ” ออกฉายโดยมีหกฉากที่มีแต่สีดำเพื่อแสดงให้เห็นว่าฉากใดบ้างที่เขายอมตัดออกตามคำสั่งของคณะกรรมการฯ
ข. เสรีภาพในการชุมนุมกันอย่างสงบและการจัดตั้งสมาคม
เสรีภาพในการชุมนุม
รัฐธรรมนูญให้สิทธิเสรีภาพในการชุมนุม และโดยทั่วไป รัฐบาลก็เคารพสิทธิดังกล่าวยกเว้นในบางกรณี กฎอัยการศึกที่ให้อำนาจแก่ทหารในการจำกัดเสรีภาพในการชุมนุมมีผลบังคับใช้ใน 31 จังหวัด พระราชกำหนดภาวะฉุกเฉินสำหรับจังหวัดในภาคใต้ให้อำนาจรัฐบาลในการจำกัดเสรีภาพในการชุมนุม แต่ไม่มีการใช้อำนาจดังกล่าวในช่วงปีที่ผ่านมา
เจ้าหน้าที่รัฐในจังหวัดระนอง สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต พังงา ชุมพรและระยองออกกฎเป็นลายลักษณ์อักษรห้ามคนงานอพยพ โดยเฉพาะผู้ที่มาจากกัมพูชา พม่าและลาว ไม่ให้ทำการชุมนุม นอกเหนือจากข้อจำกัดอื่นๆ ในขณะที่จังหวัดสมุทรสาครห้ามชุมนุมมากกว่า 5 คนขึ้นไป นายจ้างอาจขออนุญาตจากทางการให้คนงานอพยพจัดงานชุมนุมทางวัฒนธรรมได้
ตลอดปีที่ผ่านมา มีกลุ่มต่างๆ ทั้งกลุ่มผู้นิยมทักษิณและกลุ่มต่อต้านทักษิณ เช่น กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและเครือข่ายแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติทำการประท้วงอย่างต่อเนื่องในกรุงเทพมหานครและพื้นที่อื่นๆ ซึ่งในที่สุดเป็นเหตุให้เกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงกันระหว่างผู้ชุมนุม มีผู้เข้าร่วมชุมนุมหลายพันคนและเพิ่มสูงสุดเมื่อมีผู้ชุมนุมเสียชีวิตเมื่อวันที่ 2 กันยายนในกรุงเทพมหานครคือ นายประสิทธิ์ จันทร์เต็มดวง และเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม คือ นางสาวอังขณา ระดับปัญญาวุฒิและพ.ต.ท. เมธี ชาติมนตรี รวมทั้งการยึดสนามบินทั้งสองแห่งในกรุงเทพมหานครตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายนจนถึงวันที่ 4 ธันวาคม จำนวนผู้ชุมนุมประท้วงลดลงอย่างมากหลังจากที่นายสมัครซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นลาออกเมื่อวันที่ 4 กันยายนและหลังจากที่นายสมชายซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นต้องออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม
เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยปะทะกับกลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาลจำนวนอย่างน้อย 200 คนในจังหวัดศรีสะเกษซึ่งพยายามขัดขวางไม่ให้กลุ่มพันธมิตรฯ เดินทางไปยังเขาพระวิหาร เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม เกิดการปะทะกันระหว่างกลุ่มที่สนับสนุนกลุ่มพันธมิตรฯ กับกลุ่มที่ต่อต้านกลุ่มพันธมิตรฯ เป็นผลให้มีผู้ชุมนุมประมาณ 13 คนและเจ้าหน้าที่ตำรวจสองนายบาดเจ็บในจังหวัดอุดรธานี
เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม กลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลซึ่งนำโดยกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเข้ายึดทำเนียบรัฐบาลโดยไม่มีการขัดขวางจากทางตำรวจ และทางรัฐบาลก็ประกาศว่าจะแก้ไขปัญหานี้อย่างสันติ แต่มีการออกหมายจับแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ
เสรีภาพในการจัดตั้งสมาคม
รัฐธรรมนูญกำหนดให้มีเสรีภาพในการจัดตั้งสมาคมแม้จะมีข้อยกเว้นเพื่อ “ปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน รักษาความสงบเรียบร้อยหรือปกป้องศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือป้องกันการผูกขาดทางเศรษฐกิจ”
ตามกฎหมาย รัฐบาลห้ามผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาซึ่งเป็นองค์กรที่ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองแจกสิ่งพิมพ์ที่มีชื่อพรรคการเมืองหรือแสดงต่อสาธารณชนว่าพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งเป็นผู้สนับสนุน
กฎหมายห้ามการลงทะเบียนพรรคการเมืองในชื่อเดียวกันหรือใช้สัญลักษณ์เดียวกันกับพรรคการเมืองที่ถูกยุบ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายยืนยันว่า การแก้ไขกฎหมายดังกล่าวก็เพื่อป้องกันไม่ให้พรรคไทยรักไทยที่ถูกศาลรัฐธรรมนุญสั่งยุบเมื่อเดือนพฤษภาคมพ.ศ. 2550 กลับลงทะเบียนใหม่อีกครั้ง
ค. เสรีภาพในการนับถือศาสนา
รัฐธรรมนูญให้เสรีภาพในการนับถือศาสนา และโดยทั่วๆ ไป รัฐบาลก็เคารพสิทธิดังกล่าวในทางปฏิบัติ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้จำกัดกิจกรรมของกลุ่มศาสนาบางกลุ่ม รัฐธรรมนูญกำหนดให้เสรีภาพในการนับถือศาสนา หากศาสนานั้นๆ ไม่ขัดต่อ “หน้าที่พลเมือง ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดี” ของประชาชน
รัฐธรรมนูญกำหนดให้พระมหากษัตริย์ต้องเป็นพุทธศาสนิกชน แต่ไม่มีการกำหนดให้พุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ องค์กรพุทธบางแห่งเรียกร้องให้รัฐธรรมนูญระบุว่าศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ แต่ความพยายามดังกล่าวก็ไม่ประสบผล รัฐธรรมนูญกำหนดให้รัฐบาล "อุปถัมภ์และคุ้มครองพุทธศาสนาและศาสนาอื่น" รัฐบาลจัดสรรงบประมาณเพื่ออุดหนุนกิจกรรมของกลุ่มศาสนาที่ใหญ่ที่สุด 3 กลุ่ม
พระราชบัญญัติองค์กรศาสนากำหนดว่า กรมการศาสนาจะให้การยอมรับการลงทะเบียนศาสนาใหม่ถ้าสำมะโนประชากรบ่งชี้ว่ามีผู้นับถือศาสนาดังกล่าว 5,000 คนเป็นอย่างน้อย มีหลักการศาสนาที่มีลักษณะเฉพาะอย่างเห็นได้ชัด และไม่ดำเนินกิจกรรมทางการเมือง นอกจากนี้ องค์กรศาสนานั้นๆ จะต้องได้รับการยอมรับเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มที่ทางการให้การยอมรับ 5 กลุ่มคือ กลุ่มพุทธศาสนา กลุ่มมุสลิม กลุ่มคริสต์ (ซึ่งรวมกลุ่มแคธอลิกและกลุ่มย่อยของโปรเตสแตนท์อีก 4 กลุ่ม) กลุ่มพราหมณ์-ฮินดู และซิกห์ นับตั้งแต่ พ.ศ. 2527 เป็นต้นมา รัฐบาลยังไม่ให้การยอมรับกลุ่มศาสนาใหม่ใดๆ การจดทะเบียนขององค์กรศาสนาทำให้ได้สิทธิประโยชน์บางอย่าง เช่น สิทธิในการได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐ การยกเว้นภาษี และการพิจารณาออกวีซ่าพิเศษสำหรับเจ้าหน้าที่องค์กร องค์กรศาสนาที่ไม่ได้จดทะเบียนไม่ได้รับสิทธิพิเศษเหล่านี้ แต่ในทางปฏิบัติแล้วสามารถดำเนินกิจกรรมของตนได้อย่างเสรี
พระราชบัญญัติสงฆ์ พ.ศ. 2505 ห้ามการหมิ่นประมาทหรือว่าร้ายศาสนาพุทธและพระสงฆ์ ประมวลกฎหมายอาญายังห้ามการดูหมิ่นหรือสร้างความวุ่นวายในสถานที่หรือพิธีทางศาสนาของทุกศาสนาที่ได้รับการยอมรับในประเทศ สมาชิกของกลุ่มสันติอโศกในศาสนาพุทธไม่สามารถอ้างตนว่าเป็นชาวพุทธได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายเนื่องจากขัดแย้งกับมหาเถรสมาคมด้านหลักการศาสนา แต่ก็สามารถดำเนินกิจกรรมตามความเชื่อของตนได้อย่างเสรี
ทางการกำหนดให้มีการสอนศาสนาในโรงเรียนรัฐบาลทั้งในระดับประถมศึกษาและระดับมัธยมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการได้วางหลักสูตรที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับศาสนาทุกศาสนาที่ได้รับการยอมรับในประเทศ
ในอดีต โรงเรียนสอนศาสนาอิสลามหรือ “ปอเนาะ” ไม่ต้องจดทะเบียนกับ รัฐบาล และไม่ได้อยู่ภายใต้การดูแลของรัฐบาลและไม่ได้รับเงินสนับสนุน แต่หลังเกิดเหตุความรุนแรงทางภาคใต้เมื่อพ.ศ. 2547 รัฐบาลกำหนดให้โรงเรียนเหล่านี้ต้องจดทะเบียน เมื่อถึงปลายปี รัฐบาลได้จดทะเบียนโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามหรือ“ปอเนาะ” 367 แห่งในจังหวัดสงขลา สตูล ยะลา ปัตตานีและนราธิวาส และอีก 7 แห่งในจังหวัดอื่นๆ ผู้สังเกตการณ์ประมาณว่า มีโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามหรือ“ปอเนาะ” ดำเนินการในภาคใต้อย่างน้อย 1,000 แห่ง
ชาวมุสลิมซึ่งคิดเป็นสัดส่วนระหว่างร้อยละ 5-10 ของประชาชนทั่วประเทศและเป็นประชากรส่วนใหญ่ของสี่ในห้าจังหวัดทางใต้สุดของประเทศยังคงต้องเผชิญกับการเลือกปฏิบัติทางเศรษฐกิจอยู่บ้าง รัฐบาลพยายามแก้ปัญหาโดยปฏิบัติตามนโยบายเดิมที่มีมาช้านาน คือพยายามดึงชุมชนมุสลิมเข้ามาสู่สังคมไทยด้วยการพัฒนาและขยายโอกาสทางการศึกษา อย่างไรก็ตาม ความพยายามดังกล่าวมักถูกต่อต้านท่ามกลางคำกล่าวหาว่าพวกเขาถูกบังคับให้กลมกลืนกับสังคมส่วนใหญ่ ชาวมุสลิมที่ไม่ได้อยู่ภาคใต้สามารถเป็นส่วนหนึ่งของสังคมได้ดีกว่ามาก
มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่รัฐยังจับตาดูสมาชิกกลุ่มฟาหลุนกงและจำกัดกิจกรรมของกลุ่มอยู่ กลุ่มฟาหลุนกงร้องทุกข์ว่าเจ้าหน้าที่พยายามจำกัดกิจกรรมของกลุ่มเนื่องจากเกรงว่าจะกระทบกระเทือนความสัมพันธ์ทวิภาคีกับประเทศจีน เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมสมาชิกกลุ่มฟาหลุนกง 13 คนที่ทำสมาธิหน้าสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 13 และ 14 มีนาคม สมาชิกกลุ่มฟาหลุนกงจากประเทศจีนหกคนถูกจับในขณะที่กำลังแจกจ่ายใบปลิวใกล้สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยและพระบรมมหาราชวัง เมื่อถึงปลายปี ทั้งหมดยังอยู่ที่ศูนย์กักกันของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่กรุงเทพฯ
การกระทำทารุณและการเลือกปฏิบัติต่อชนกลุ่มใหญ่
การที่ผู้ต้องสงสัยชาวมุสลิมก่อการรุนแรงในจังหวัดภาคใต้ได้แก่ นราธิวาส ปัตตานี สงขลาและยะลามีผลให้ชาวพุทธเชื้อสายไทยบางคนในภูมิภาคที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมไม่สามารถปฏิบัติศาสนกิจตามประเพณีได้เต็มที่ พระสงฆ์และวัดพุทธตกเป็นเป้าโจมตีของผู้ก่อการร้าย มีพระจำนวนหนึ่งรายงานว่า ไม่สามารถเดินทางได้อย่างอิสระในชุมชนภาคใต้ได้อีกต่อไป นอกจากนี้ พระอ้างว่า ฆราวาสก็ปฏิเสธไม่ช่วยเหลือพระสงฆ์ในกิจประจำวันเนื่องจากกลัวตกเป็นเป้าโจมตีของผู้ก่อการร้าย ในช่วงปีที่ผ่านมา มีรายงานว่า ฆราวาสชาวพุทธหนึ่งคนถูกฆ่าตัดศีรษะเมื่อเทียบกับปีพ.ศ. 2549 ซึ่งมีห้าคน เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ที่อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา นายขัน สังข์ทอง ถูกยิงเสียชีวิตก่อนศพจะถูกเผาโดยคนร้ายได้ตอกตะปูนายขันตรึงไว้กลางถนน ก่อนจะตัดศีรษะ สื่อรายงานว่า เหตุการณ์นี้เป็นการโต้ตอบการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐสังหารนายกอเซ็ง อภิบาลแบ แกนนำผู้ก่อความไม่สงบและสมาชิกคนอื่นๆ เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน แหล่งข่าวจากสื่อและนักวิชาการกล่าวว่า ผู้ต้องสงสัยก่อการร้ายฆ่าตัดศีรษะชาวมุสลิมอย่างน้อยหนึ่งคนในช่วงปีที่ผ่านมา
เนื่องจากการโจมตีที่ยั่วยุมากขึ้นทุกที ความตึงเครียดระหว่างชุมชนชาวมุสลิมเชื้อสายมาเลย์และชาวพุทธเชื้อสายไทยในพื้นที่ภาคใต้ยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม ไม่มีความรุนแรงในชุมชนระหว่างชุมชนพุทธและมุสลิมใดๆ เกิดขึ้น ชาวมุสลิมหลายคนร้องทุกข์ว่าถูกเลือกปฏิบัติทางสังคมทั้งจากชาวพุทธและรัฐบาลกลาง ชาวมุสลิมหลายคนร้องทุกข์ว่าหนังสือพิมพ์ภาษาไทยเสนอภาพที่ไม่ดีของชาวมุสลิมและชุมชนมุสลิมโดยแสดงให้เห็นว่าชาวมุสลิมมีส่วนเกี่ยวพันกับการก่อการร้าย
กลุ่มก่อการรุนแรงในภาคใต้กระจายการโฆษณาชวนเชื่อต่อต้านชาวพุทธด้วยใบปลิวและแผ่นพับที่มีข้อความข่มขู่ มีการกล่าวหาว่าครูโรงเรียนศาสนาบางคนในภาคใต้สอนให้นักเรียนเกลียดชาวพุทธและชาวมุสลิมที่ร่วมมือกับรัฐบาลและฝ่ายรักษาความมั่นคง
ชุมชนชาวยิวมีขนาดเล็ก และไม่มีรายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์ต่อต้านชาวยิว
ท่านที่ประสงค์จะทราบรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถดูได้จากรายงานว่าด้วยเสรีภาพทางศาสนานานาชาติประจำปี พ.ศ. 2551 ได้ที่ www.state.gov/g/drl/irf/rpt
ง. เสรีภาพในการเดินทาง บุคคลพลัดถิ่นภายในประเทศ การคุ้มครองผู้ลี้ภัยและบุคคลไร้สัญชาติ
รัฐธรรมนูญให้เสรีภาพประชาชนในการเดินทางภายในประเทศ ต่างประเทศ และโยกย้ายถิ่นฐานไปต่างประเทศ และในทางปฏิบัติโดยทั่วๆ ไป รัฐบาลก็เคารพในสิทธิดังกล่าว แต่ก็มีข้อยกเว้นในบางกรณี รัฐธรรมนูญให้สิทธิดังกล่าวเป็นการเฉพาะแต่ระบุข้อยกเว้นในกรณี “การรักษาความมั่นคงของประเทศ ความสงบเรียบร้อยของประชาชน หรือความผาสุกของประชาชน การวางผังเมืองและประเทศ หรือความผาสุกของเยาวชน” โดยทั่วๆ ไป รัฐบาลให้ความร่วมมือกับองค์กรด้านมนุษยธรรมในการคุ้มครองและช่วยเหลือบุคคลพลัดถิ่นภายในประเทศ ผู้ลี้ภัย ผู้แสวงที่พักพิง บุคคลไร้สัญชาติ และบุคคลที่น่าห่วงใยอื่นๆ แม้ว่าจะมีข้อจำกัดอยู่หลายประการ
ชาวเขาที่ไม่มีสัญชาติไทยได้รับบัตรประจำตัวซึ่งสะท้อนถึงการถูกจำกัดเสรีภาพในการเดินทาง ผู้ถือบัตรเหล่านี้มักถูกห้ามเดินทางออกนอกอำเภอที่อาศัยอยู่โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายอำเภอก่อนและต้องได้รับอนุญาตจากผู้ว่าราชการจังหวัดก่อนเดินทางออกนอกจังหวัด ผู้ฝ่าฝืนจะถูกปรับและต้องโทษจำคุก ส่วนชาวเขาที่ไม่มีบัตรไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางเลย องค์กรสิทธิมนุษยชนรายงานว่า ตำรวจตามจุดตรวจในประเทศมักเรียกเงินสินบนเป็นการตอบแทนการให้คำอนุญาตบุคคลไร้สัญชาติที่จะเดินทางจากอำเภอหนึ่งไปยังอีกอำเภอหนึ่ง
บุคคลไร้สัญชาติอื่นๆ ที่อาศัยในประเทศไทยมาเป็นเวลานาน เช่น ชาวไทยใหญ่และชนกลุ่มน้อยอื่นๆ ที่ไม่ใช่ชาวเขาจำนวนหลายพันคนต้องขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหรือกองทัพถ้าต้องการเดินทางภายในประเทศหรือไปต่างประเทศ
แรงงานต่างด้าวมีสิทธิ์ทำงานในบางจังหวัดเท่านั้น รัฐบาลยังเปิดโอกาสให้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายมาจดทะเบียนได้ต่อไป และต้องต่ออายุใบอนุญาตทุกปี จากตัวเลขของกระทรวงแรงงาน มีแรงงานต่างด้าว 787,640 คนมาจดทะเบียนในช่วงปีผ่านมา ในจำนวนนี้ 476,676 คนมาจากพม่า แรงงานพม่าสามารถขอหนังสือเดินทางชั่วคราวได้ที่ด่านชายแดนไทย-พม่าที่กำหนดไว้ ชาวพม่าที่มีหนังสือเดินทางชั่วคราวดังกล่าวจะสามารถเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยและทำงานได้อย่างถูกกฎหมาย แต่หนังสือเดินทางดังกล่าวไม่สามารถใช้เพื่อเดินทางไปประเทศที่สามได้ ไทยได้ทำข้อตกลงแบบเดียวกันกับรัฐบาลลาวและกัมพูชาด้วย กฎหมายระบุด้วยว่าบุตรที่ไม่ได้จดทะเบียนของแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายต้องถูกจับกุมและส่งตัวกลับประเทศ
กฎหมายห้ามการบังคับลี้ภัย และรัฐบาลก็มิได้ทำเช่นนั้น อดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร เดินทางกลับประเทศไทยเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ หลังจากไปอยู่ต่างประเทศ 18 เดือนหลังเกิดรัฐประหารเมื่อปีพ.ศ. 2549 ในช่วงที่ทักษิณพำนักในต่างประเทศ รัฐบาลประกาศว่า ทักษิณมีสิทธิเดินทางกลับประเทศได้ แต่ทักษิณกล่าวว่าไม่ต้องการทำเช่นนั้น โดยอ้างเหตุผลด้านความปลอดภัย นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในขณะนั้นอนุมัติการออกหนังสือเดินทางทางการทูตให้แก่ทักษิณก่อนที่ทักษิณจะเดินทางกลับ ทักษิณยังคงเก็บหนังสือเดินทางทางการทูตไว้เมื่อหนีออกจากประเทศไปพำนักที่ประเทศอังกฤษเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม รัฐบาลได้ยกเลิกหนังสือเดินทางทางการทูตของทักษิณ
การคุ้มครองผู้ลี้ภัย
ไทยไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัย
พ.ศ. 2494 เกี่ยวกับสถานภาพของผู้ลี้ภัย หรือพิธีสารของอนุสัญญาดังกล่าว พ.ศ. 2510 กฎหมายไทยไม่ได้ระบุว่าจะต้องให้ที่พักพิงหรือสถานภาพผู้ลี้ภัยแก่บุคคล อย่างไรก็ดี
เจ้าหน้าที่ยังคงให้ที่พักพิงแก่ผู้ลี้ภัยจำนวนมากอย่างที่เคยปฏิบัติมาเป็นเวลานานแล้ว
รัฐบาลมีกระบวนการคัดแยกชาวพม่าที่เข้ามาพักพิงในค่ายผู้ลี้ภัยอย่างเป็นทางการ แต่กระบวนการดังกล่าวต้องชะงักงันไปในจังหวัดส่วนใหญ่ในช่วงปี แม้ว่าโดยทั่วไป รัฐบาลให้ความร่วมมือกับองค์กรด้านมนุษยธรรมในการช่วยเหลือผู้ลี้ภัยในค่าย แต่ไทยยังคงให้ความช่วยเหลือแก่สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) น้อยในช่วงปี โดยเฉพาะในเรื่องการให้ความคุ้มครอง เพราะเจ้าหน้าที่ไทยกักขังผู้แสวงที่พักพิงและผู้ลี้ภัยชาวม้ง ชาวเกาหลีเหนือ และชาวพม่าโรฮิงญา ก่อนหน้านี้UNHCR ไม่ได้รับอนุญาตให้พิจารณาสถานภาพผู้ลี้ภัย หรือให้ความคุ้มครองบุคคลเหล่านี้ แต่ในเดือนกรกฎาคม เจ้าหน้าที่ได้ให้สิทธิ์ UNHCR อย่างไม่เป็นทางการในการสัมภาษณ์ผู้แสวงที่พักพิงที่ศูนย์กักกันของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่กรุงเทพฯ เพื่อพิจารณาสถานภาพ และมีหลายประเทศที่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการต่างๆ เพื่อรับคนเหล่านี้ไปตั้งหลักแหล่งในประเทศของตน รัฐบาลยังอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ UNHCR ประจำอยู่ที่ศูนย์กักกันแห่งนี้ เพื่อสอดส่องดูแลผู้แสวงที่พักพิงที่ศูนย์ฯ ซึ่งใช้กักขังผู้แสวงที่พักพิงจำนวนมากที่เพิ่งเข้ามาในประเทศ
รัฐบาลยังอนุญาตให้ UNHCR สอดส่องดูแลสภาพความเป็นอยู่ของผู้ลี้ภัยชาวพม่าประมาณ 140,000 คนในค่ายผู้ลี้ภัย 9 แห่งตามชายแดนไทยที่ติดกับพม่า แต่ห้าม UNHCR ประจำการอย่างถาวรตามค่ายผู้ลี้ภัยเหล่านี้ องค์กรเอกชนให้ความช่วยเหลือพื้นฐานแก่ผู้ลี้ภัยในค่าย เจ้าหน้าที่อนุญาตให้ UNHCR แจกบัตรประจำตัวแก่ผู้ลี้ภัยที่ขึ้นทะเบียนแล้วภายในค่าย
ในปี พ.ศ. 2551 คณะกรรมการระดับจังหวัดเพื่อพิจารณาสถานะให้กับบุคคลสัญชาติพม่า (PAB) ได้รับผู้ลี้ภัยจำนวน 711 คนเข้ามาอยู่ในค่าย ในจำนวนนี้ มีหลายคนที่เคยอาศัยอยู่ในค่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการ รัฐบาลยินยอมให้ผู้ลี้ภัยในค่ายเดินทางไปตั้งถิ่นฐานในประเทศที่สาม และเมื่อถึงปลายปี ก็มีผู้ลี้ภัยจำนวน 16,607 คนได้เดินทางไปประเทศที่สาม
ศูนย์กักกันของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในหลายจังหวัดรวมทั้งกรุงเทพฯถูกใช้เป็นที่กักกันผู้แสวงที่พักพิง สภาพความเป็นอยู่ภายในศูนย์ไม่ดี และผู้พำนักอยู่ที่ศูนย์ต้องประสบปัญหาสุขภาพกายและใจ เนื่องจากสภาพความเป็นอยู่ที่แออัดและการระบายอากาศไม่ดี
รัฐบาลอนุญาตให้องค์กรเอกชนจัดหาอาหาร บริการรักษาพยาบาล ที่พักอาศัย และบริการอื่นๆ แก่ผู้ลี้ภัยชาวพม่าที่มีเหตุผลเพียงพอในการอ้างสิทธิในการเป็นผู้ลี้ภัยแต่อาศัยอยู่นอกค่ายผู้ลี้ภัย เจ้าหน้าที่ทางการจับกุมชาวพม่าที่อยู่นอกค่ายในข้อหาคนต่างด้าวผิดกฎหมายอยู่เป็นระยะๆ โดยทั่วๆ ไป ผู้ที่ถูกจับกุมจะถูกนำตัวไปปล่อยไว้ที่ชายแดน โดยไม่ได้ถูกส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ทางการของพม่า และมีหลายคนที่กลับเข้ามาในไทยอีกหลังจากนั้นไม่นาน
UNHCR ยังรายงานว่าหลังจากมีการปราบปรามผู้เรียกร้องประชาธิปไตยในพม่าในเดือนกันยายน พ.ศ. 2550 แล้ว ผู้แสวงที่พักพิงชาวพม่าที่เดินทางเข้าไทยประมาณ 230 คน ได้ติดต่อ UNHCR และได้รับเอกสารประจำตัวชั่วคราวที่ออกโดย UNHCR รัฐบาลจัดกระบวนการคัดแยก “แบบเร่งด่วน” โดยคณะกรรมการ PAB สองครั้ง และมี 58 รายที่ได้รับสถานภาพผู้ลี้ภัยและได้ตั้งถิ่นฐานในประเทศที่สาม
ผู้แสวงที่พักพิงชาวพม่าจำนวนมากที่ต้องเผชิญกับเจ้าหน้าที่ด่านตรวจชายแดนของไทยยังคงถูกส่งตัวกลับประเทศโดยไม่ทันเดินทางถึงค่ายผู้ลี้ภัย อย่างไรก็ดี ผู้แสวงที่พักพิงกลุ่มอื่นๆ จำนวนหลายพันคนได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศและเข้าค่ายผู้ลี้ภัยได้ในช่วงปี จากตัวเลขของ UNHCR องค์กรเอกชนแห่งหนึ่งที่ดำเนินกิจกรรมอย่างแข็งขันบริเวณชายแดนมาเป็นเวลานาน มีผู้แสวงที่พักพิงชาวพม่าประมาณ 30,000 -40,000 คนที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนอาศัยอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยเก้าแห่ง คณะกรรมการระดับจังหวัดเพื่อพิจารณาสถานะให้กับบุคคลสัญชาติพม่า (PAB) ประชุมกันนานๆ ครั้ง
ในวันที่ 16-17 กรกฎาคม กองทัพภาคที่ 3 ดูแลการส่งตัวผู้แสวงที่พักพิงชาวคะเรนนี 59 คนจากค่ายผู้ลี้ภัยสองแห่งที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนกลับพม่า เจ้าหน้าที่ทางการมักส่งตัวผู้แสวงที่พักพิงกลับพม่าถ้าคนเหล่านี้ถูกพบก่อนที่จะเดินทางถึงค่ายผู้ลี้ภัย แต่คนกลุ่มนี้อยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยอยู่แล้ว หลังเหตุการณ์นี้ ผู้แสวงที่พักพิงประมาณ 1,000 คนที่เพิ่งเดินทางเข้าค่ายผู้ลี้ภัยสองแห่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอนก็ถูกถ่ายภาพ ซึ่งที่ผ่านมาเป็นกระบวนการก่อนการส่งตัวกลับประเทศ
ในทางปฏิบัติ รัฐบาลพยายามไม่ส่งตัวผู้ลี้ภัยกลับประเทศที่ซึ่งชีวิตหรือเสรีภาพของคนเหล่านี้จะถูกคุกคาม แม้ว่ารัฐบาลใช้แนวทางที่เข้มงวดขึ้นในการแก้ไขปัญหาชาวม้งประมาณ 7,800 คนที่ถูกกักกันอยุ่ในค่ายทหารที่ห้วยน้ำขาว จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยส่วนหนึ่งของชาวม้งเหล่านี้ดูมีข้ออ้างที่มีเหตุผลในการได้รับสถานภาพผู้ลี้ภัย รัฐบาลสงวนสิทธิในการส่งชาวม้งเหล่านี้กลับประเทศลาวและไม่อนุญาตให้ UNHCR สัมภาษณ์ชาวม้งเพื่อพิจารณาสถานภาพผู้ลี้ภัย ในช่วงปี ชาวม้ง 1,600 คนถูกส่งตัวกลับลาว โดยแบ่งเป็นห้าครั้ง หลายคนดูเหมือนจะกลับโดยสมัครใจ แม้ว่าในช่วงแรกรัฐบาลลาวไม่อนุญาตให้บุคคลที่สามสอดส่องการส่งตัวกลับดังกล่าว ต่อมาในเดือนกันยายน รัฐบาลลาวจึงยอมให้ UNHCR และเจ้าหน้าที่ทางการทูตสังเกตการณ์ อย่างไรก็ดี ในเดือนมิถุนายน ชาวม้งกว่า 830 คนถูกส่งตัวกลับลาว โดยเจ้าหน้าที่ฉวยโอกาสที่คนเหล่านี้เดินขบวนภายนอกค่ายเพื่อประท้วงที่ไม่ได้รับโอกาสให้ไปตั้งรกรากในประเทศที่สาม มีการจัดทำระบบคัดกรองภายในขึ้นมาเพื่อระบุชี้ว่าชาวม้งรายใดอาจเผชิญอันตรายถ้าถูกส่งกลับลาว อย่างไรก็ดี ในช่วงปี ไม่มีการพิจารณากรณีของชาวม้งเหล่านี้อย่างเป็นระบบโดยคณะกรรมการระดับชาติ องค์กรเอกชนต่างชาติเป็นผู้จัดหาอาหารและบริการทางสุขภาพขั้นพื้นฐานแก่ชาวม้งในค่ายทหารแห่งนี้
ในช่วงปี เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในจังหวัดแม่ฮ่องสอนอนุญาตให้ผู้ลี้ภัยกะเหรี่ยงแดงที่ผาด้วงเข้าไปพำนักในค่ายผู้ลี้ภัยได้เพื่อผ่านกระบวนการคัดเลือกไปตั้งถิ่นฐานในประเทศที่สาม ซึ่งต่างกับปี พ.ศ. 2550
รัฐบาลยังอนุญาตให้ UNHCR เดินทางไปเยี่ยมชาวม้งจากลาวที่ถูกกักกันตัว
ไว้ในห้องเล็กๆ ที่ศูนย์กักกันของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดหนองคายตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 สัปดาห์ละครั้ง และองค์กรเอกชนของไทยแห่งหนึ่งเป็นผู้จัดอาหารและของใช้ส่วนตัวให้ชาวม้งเหล่านี้ รัฐบาลอนุญาตให้องค์กรเอกชนสร้างที่พักชั่วคราวเพิ่มในบริเวณเดียวกันนี้เพื่อบรรเทาความแออัดในศูนย์ฯ มีหลายประเทศที่ต้องการพิจารณารับชาวม้งเหล่านี้ไปตั้งรกรากในประเทศในฐานะผู้ลี้ภัย อย่างไรก็ดี เมื่อถึงปลายปี เจ้าหน้าที่ไม่ได้อนุญาตให้มีกระบวนการพิจารณาดังกล่าว หรือปล่อยตัวชาวม้งเหล่านี้ออกจากศูนย์กักกัน
แม้มติคณะรัฐมนตรีเมื่อปี พ.ศ. 2548 ระบุว่าเด็กทุกคนในประเทศ ไม่ว่าจะมีสถานภาพทางกฎหมายอย่างไร มีสิทธิ์ได้รับการศึกษาขั้นต้นโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย (เรียน 9 ปี จนอายุครบ 15 ปีหรือจบการศึกษาระดับมัธยมต้น) แต่ในทางปฏิบัติ รัฐบาลไม่ได้เคารพสิทธิ์ดังกล่าว องค์กรสิทธิมนุษยชนรายงานว่าเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นมักไม่อนุญาตให้เด็กที่ไม่มีใบเกิดเข้าศึกษาในโรงเรียนประถมศึกษา อัตราการสมัครเข้าเรียนในโรงเรียนของเด็กชาวเขาที่ไร้สัญชาติยังคงต่ำอยู่และลดลงตามอายุเด็ก ผลการสำรวจขององค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) เมื่อปี พ.ศ. 2549 เกี่ยวกับผลกระทบจากการไร้สัญชาติในกลุ่มชาวเขา 12,000 ครอบครัวในภาคเหนือ ชี้ว่าชาวเขาที่ไร้สัญชาติมีความเป็นไปได้ที่จะเข้าศึกษาในโรงเรียนประถมศึกษาน้อยกว่าชาวเขาที่มีสัญชาติร้อยละ 73 ยิ่งกว่านั้น องค์กรสิทธิมนุษยชนรายงานว่าเด็กนักเรียนที่ไร้สัญชาติและเรียนจนจบการศึกษาขั้นต้นกลับไม่ได้รับประกาศนียบัตรอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อโอกาสที่เด็กเหล่านี้จะได้ศึกษาต่อ และทำให้มีโอกาสจำกัดในการหางาน
บุคคลไร้สัญชาติ
ในประเทศไทย มีบุคคลไร้สัญชาติอาศัยอยู่จำนวนพอสมควรแต่ไม่ทราบตัวเลขแน่นอน
บุคคลไร้สัญชาติซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวเขาอยู่กันอย่างหนาแน่นในภาคเหนือ ผลการสำรวจจำนวนชาวเขาล่าสุดเมื่อปี พ.ศ. 2542 ระบุว่ามีชาวเขาทั้งหมดเกือบ 874,000 คน ในจำนวนนี้ กว่า 496,000 คนได้รับสัญชาติไทยแล้ว ส่วนที่เหลืออีก 378,000 คนถูกจัดอยู่ในประเภทอื่นๆ เช่น “มีสิทธิ์ได้รับสัญชาติ” “มีสิทธิ์เป็นผู้อยู่อาศัยถาวร” หรือ “ยังไม่พิจารณา” ในกลุ่มชาวเขาที่ยังไม่ได้รับสัญชาติไทย 378,000 คนนี้ มีบางคนที่ได้รับสัญชาติไทยในภายหลัง แต่ทั้งแหล่งข่าวของรัฐบาลและองค์กรเอกชนต่างไม่สามารถระบุจำนวนที่แน่นอนได้ เนื่องจากไม่มีการสำรวจสำมะโนประชากรและสถานภาพเกี่ยวกับสัญชาติของคนเหล่านี้ในช่วงที่เพิ่งผ่านมา แม้ว่ารัฐบาลและองค์กรเอกชนเห็นพ้องกันเกี่ยวกับความจำเป็นในการสำรวจครั้งใหม่ที่ต้องมีความครอบคลุมมากขึ้น แต่ก็ไม่สามารถตกลงกันได้ว่าวิธีการควรจะเป็นอย่างไร
ชาวเขาที่เป็นบุคคลไร้สัญชาติจำนวนมากมีสภาพความเป็นอยู่ยากจน การที่คนเหล่านี้ไม่มีสัญชาติไทย ทำให้ไม่มีสิทธิ์เป็นเจ้าของที่ดิน และประสบความยากลำบากในการกู้เงินจากธนาคาร รวมทั้งไม่สามารถเข้าถึงบริการต่างๆ จากภาครัฐ เช่น บริการสุขภาพถ้วนหน้า กฎหมายยังห้ามชาวเขาเดินทางออกนอกอำเภอหรือจังหวัดที่เป็นบ้านเกิดโดยไม่ได้รับอนุญาตล่วงหน้า นอกจากนี้ กฎหมายยังห้ามชาวเขาประกอบอาชีพที่สงวนไว้สำหรับบุคคลสัญชาติไทย เช่น อาชีพเกษตรกรรม แม้ว่าในทางปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ทางการจะอนุญาตให้ชาวเขาทำการเกษตรเล็กๆน้อยๆ เพื่อเลี้ยงชีพ องค์กรเอกชนสันนิษฐานว่าการไร้ไร้สัญชาติเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดประการเดียวที่ทำให้ชาวเขาถูกนำมาค้าหรือแสวงประโยชน์ เช่น ถูกบังคับให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด หรือกิจกรรมผิดกฎหมายอื่นๆ เนื่องจากชาวเขาเหล่านี้ไม่มีโอกาสประกอบอาชีพอื่นๆ ที่ถูกกฎหมายได้
พระราชบัญญัติสัญชาติปี พ.ศ. 2551 ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ให้สิทธิ์ชาวเขาบางประเภทซึ่งก่อนหน้านี้ไม่มีสิทธิ์ขอสัญชาติไทย สามารถขอสัญชาติไทยได้ในขณะนี้ นอกจากนี้ พระราชบัญญัติดังกล่าวยังปรับปรุงขั้นตอนการขอสัญชาติให้กระชับขึ้น และคลายความเข้มงวดด้านหลักฐานที่ต้องใช้ประกอบด้วย องค์กรเอกชนเชื่อว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้ทำให้ชาวเขาซึ่งก่อนหน้านี้ไม่มีสิทธิ์ขอสัญชาติไทยมีจำนวนน้อยลงมาก อย่างไรก็ดี ยังไม่มีการประเมินผลที่เกิดขึ้นอย่างเต็มที่ เนื่องจากระเบียบข้อบังคับในการปฏิบัติของกระทรวงมหาดไทยยังมีความคลุมเครือ และองค์กรเอกชนต้องการให้มีการชี้แจง
เนื่องจากชาวเขาไร้สัญชาติอาศัยอยู่ห่างไกลและถูกจำกัดการเดินทาง คนเหล่านี้จึงประสบความยากลำบากในการหาเอกสารและหลักฐานการเกิดเพื่อแสดงสิทธิ์ในการขอสัญชาติ อย่างไรก็ดี พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2551 ระบุว่าเด็กทุกคนที่เกิดในไทยจะได้รับใบเกิดอย่างเป็นทางการ ไม่ว่าบิดามารดาจะมีสถานภาพทางกฎหมายอย่างไร บุคคลไร้สัญชาติบางรายที่เกิดในประเทศและอาจพิสูจน์ได้ว่าตนมีสิทธิ์ในการขอสัญชาติไทยก็มักสละสิทธิ์เพื่อจะได้ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “แรงงานต่างด้าว” และมีสิทธิ์ได้รับการรักษาพยาบาลจากทางการ และทำงานบางประเภทซึ่งบุคคลไร้สัญชาติไม่สามารถทำได้ แต่เมื่อทำเช่นนี้ คนเหล่านี้ก็สูญเสียสิทธิ์ในการขอสัญชาติไป อย่างไรก็ตาม พระราชบัญญัติสัญชาติฉบับใหม่อนุญาตให้คนเหล่านี้ขอสัญชาติใหม่ได้ แต่ต้องยกเลิกสถานภาพแรงงานต่างด้าวของตน และปฏิบัติตามขั้นตอนอื่นๆ อีก เช่น คืนใบอนุญาตทำงาน
ชาวเขาไร้สัญชาติที่เป็นผู้หญิงต้องเผชิญอุปสรรคในการขอสัญชาติมากกว่าชาวเขาที่เป็นชาย ขนบธรรมเนียมประเพณีชาวเขาและสถานภาพทางสังคมของผู้หญิงทำให้หญิงชาวเขามีโอกาสจำกัดในการศึกษาต่อหลังจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน และไม่มีสิทธิ์เข้าถึงกิจกรรมทางการเมืองที่ให้ความรู้แก่ผู้หญิงเกี่ยวกับกระบวนการขอสัญชาติ ผู้หญิงต้องพึ่งผู้ใหญ่บ้านและเจ้าหน้าที่อำเภอที่มีรายงานว่าทุจริตให้ช่วยอำนวยความสะดวกให้ หญิงชาวเขาไร้สัญชาติส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีโอกาสทำงานนอกบ้าน จึงไม่มีเงินจ่ายสินบนที่เจ้าหน้าที่เรียกร้องเป็นค่าดำเนินการขอสัญชาติ ชาวเขาอ้างว่าต้องจ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่อำเภอตั้งแต่ 3,000 -15,000 บาท แม้ว่าในการดำเนินการเกี่ยวกับการขอสัญชาตินั้น จะไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมอย่างเป็นทางการ องค์กรเอกชนรายงานว่าเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นบางคนบังคับให้หญิงชาวเขามีเพศสัมพันธ์กับตนแลกกับการอนุมัติสัญชาติให้เร็วขึ้น
นโยบายแห่งชาติที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีในปี พ.ศ. 2548 อนุญาตให้บุคคลซึ่งไม่มีสถานภาพทางกฎหมายและเดินทางเข้าไทยก่อนเดือนมกราคม พ.ศ. 2538 มีสิทธิ์พำนักในประเทศได้ชั่วคราว และสามารถยื่นขอสถานภาพทางกฎหมายประเภทต่างๆ ได้รวมทั้งสัญชาติไทย อย่างไรก็ดี เมื่อถึงสิ้นปี รัฐบาลไม่ได้บังคับใช้นโยบายดังกล่าวอย่างเต็มที่ เนื่องจากระเบียบข้อบังคับบางข้อยังอยู่ระหว่างการจัดทำ ในเดือนตุลาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่าการที่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นบางคนไม่ปฏิบัติตามนโยบายแห่งชาติมักมีสาเหตุมาจากการขาดความรู้ด้านกฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง และกระทรวงมหาดไทยกำลังร่วมมือกับองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนเพื่อฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นในเรื่องเหล่านี้
หมวดที่ 3 การเคารพสิทธิทางการเมือง: สิทธิของประชาชนในการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล
หลังการเลือกตั้งทั่วไปในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2550 ประเทศกลับสู่การปกครองระบบรัฐสภาที่มีสองสภา คือวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร รัฐธรรมนูญให้สิทธิพลเมืองในการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลอย่างสันติผ่านการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรมบนพื้นฐานของสิทธิในการเลือกตั้งที่เป็นสากลและถือเป็นหน้าที่ รัฐธรรมนูญกำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จำนวน 480 คน และสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จำนวน 76 คนจากจำนวนทั้งหมด 150 คน ส่วน ส.ว. ที่เหลือ 74 คนจะมาจากการแต่งตั้งโดยหน่วยงาน
ตุลาการและหน่วยงานกำกับดูแลต่างๆ
การเลือกตั้งและการมีส่วนร่วมทางการเมือง
โดยทั่วๆ ไป การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2550 ถือว่าเป็นไปอย่างเสรีและเป็นธรรม อย่างไรก็ตาม มีการกล่าวหาว่ามีการซื้อเสียงในวงกว้าง มีการกระทำผิดขั้นตอนการเลือกตั้งเล็กๆ น้อยๆ และมีรายงานที่ไม่ได้รับการยืนยันเกี่ยวกับการข่มขู่โดยเจ้าหน้าที่ทหารและข้าราชการท้องถิ่นในหลายๆ พื้นที่ ผู้สังเกตการณ์นานาชาติระบุว่าการประกาศใช้กฎอัยการศึกในบางพื้นที่ของประเทศในช่วงการเลือกตั้งขัดต่อบรรทัดฐานสากล คณะกรรมการการเลือกตั้งได้เปิดเผยผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งชี้ว่าพรรคพลังประชาชนนำโดยนายสมัคร สุนทรเวช ได้รับคะแนนเสียงมากที่สุดและได้ที่นั่ง 233 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมี 480 ที่นั่ง คณะกรรมการการเลือกตั้งตัดสิทธิผู้สมัครและ ส.ส. 10 คนในข้อหาซื้อเสียง รวมทั้งนายยงยุทธ ติยะไพรัช จากพรรคพลังประชาชน ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรช่วงสั้นๆ
มีรายงานว่าในช่วงหาเสียงเลือกตั้งปี พ.ศ. 2550 มีหัวคะแนนและข้าราชการท้องถิ่นอย่างน้อย 3 คนถูกสังหารหรือทำร้าย คาดว่าสาเหตุของการสังหารน่าจะมาจากเรื่องการเมือง ในเดือนกันยายน วุฒิสภาก็มีสมาชิกครบทั้ง 150 คน ในขณะที่สภาผู้แทนราษฎรมี ส.ส.เพียง 470 คนจากทั้งหมด 480 คน เนื่องจากมี ส.ส. บางคนลาออกหรือถูกตัดสิทธิ
พรรคการเมืองสามารถดำเนินงานโดยไม่มีข้อจำกัดหรือการแทรกแซงจากภายนอก อย่างไรก็ดี การฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรคสามคนมีผลให้ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินเมื่อวันที่ 2 ธันวาคมให้ยุบพรรคการเมืองสามพรรคจากทั้งหมดแปดพรรคที่มี ส.ส.อยู่ในสภา ในจำนวนสามพรรคที่ถูกยุบเป็นพรรคใหญ่ที่สุดสองพรรค รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ให้อำนาจในการยุบพรรค และยังตัดสิทธิทางการเมืองของกรรมการบริหารของพรรคที่ถูกยุบทุกคนเป็นเวลาห้าปีด้วย คำตัดสินดังกล่าวของศาลรัฐธรรมนูญมีผลให้นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีและกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชนต้องหลุดออกจากตำแหน่ง พรรคอีกสองพรรคที่ถูกยุบด้วยคือพรรคชาติไทยและพรรคมัชฌิมาธิปไตย มีกรรมการบริหารพรรคทั้งหมด 106 คนที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองในคดียุบพรรค
วุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรมีสมาชิกที่เป็นผู้หญิง 80 คนจากสมาชิกทั้งหมด 620 คน และมีรัฐมนตรีที่เป็นผู้หญิง 3 คน รัฐธรรมนูญสนับสนุนให้พรรคการเมืองมีสมาชิกพรรคที่เป็นหญิงและชายในจำนวนที่ใกล้เคียงกัน องค์กรเอกชนหลายแห่งชี้ว่าแม้ว่าผู้หญิงจะมีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งและลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่มีเพียงไม่กี่คนที่ได้รับการเลือกตั้ง
มีสมาชิกจากชนกลุ่มน้อยไม่กี่คนที่มีตำแหน่งสูงในการเมืองระดับประเทศ ชาวมุสลิมจากภาคใต้ดำรงตำแหน่งสำคัญที่มาจากการเลือกตั้ง แม้ว่าชาวมุสลิมที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ระดับท้องถิ่น และระดับจังหวัดยังมีจำนวนน้อยกว่าที่ควร
ในรัฐสภา มีสมาชิกที่นับถือศาสนาอิสลาม 32 คนและนับถือศาสนาคริสต์ 6 คน
การทุจริตและความโปร่งใสของรัฐบาล
กฎหมายกำหนดโทษทางอาญาสำหรับการทุจริตในวงราชการ แม้ว่าการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวของรัฐบาลยังอ่อนแอและในบางครั้งข้าราชการก็เกี่ยวข้องในการทุจริตโดยไม่ต้องรับโทษ
มีคดีทุจริตหลายคดีที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐบาลระดับสูง รวมทั้งอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร และสมัคร สุนทรเวช รวมทั้งรัฐมนตรีหลายคน
ในวันที่ 10 มีนาคม พนักงานอัยการได้สั่งฟ้องอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณและเจ้าหน้าที่อีก 46 คนรวมทั้ง นพ. สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นางอุไรวรรณ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายอนุรักษ์ จุรีมาศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในข้อหาฉ้อโกงรายได้จากการจำหน่ายหวยบนดินของรัฐบาลระหว่างเดือนสิงหาคมถึงเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2549 ในสมัยรัฐบาลทักษิณ ในเดือนเมษายน คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ (คตส.) สั่งฟ้องคดีอาญาอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณในข้อหาที่เกี่ยวกับการปล่อยเงินกู้วงเงิน 4,000 ล้านบาทของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้า (Exim Bank) ให้พม่า
ในวันที่ 14 มีนาคม คตส. ระบุว่านายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายราเชนทร์ พจนสุนทร อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ มีความผิดในข้อหาประพฤติมิชอบ ในกรณีจัดซื้อรถดับเพลิง ในคดีเดียวกันก่อนหน้านี้ คตส. ได้ระบุว่านายสมัคร สุนทรเวช อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายโภคิน พลกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายประชา มาลีนนท์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายอธิลักษณ์ ตันชูเกียรติ อดีตผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานครมีความผิดด้วย ต่อมา คณะอนุกรรมการไต่สวนระบุให้นายอภิรักษ์พ้นข้อกล่าวหา
ในวันที่ 31 กรกฏาคม ศาลฎีกาพิพากษาจำคุกคุณหญิงพจมาน ชินวัตรเป็นเวลาสามปีในข้อหาเลี่ยงภาษี คุณหญิงพจมานได้รับการประกันตัว และยื่นอุทธรณ์คำตัดสิน เมื่อถึงปลายปี คดีนี้ยังค้างคาอยู่ในชั้นศาล ส่วนพี่ชายและเลขานุการของคุณหญิงพจมานก็ถูกพิพากษาว่ามีความผิดในคดีเดียวกันนี้และยื่นอุทธรณ์คำตัดสินเช่นกัน เมื่อถึงปลายปี คดียังค้างคาอยู่ในชั้นศาล หลังการพิพากษาตัดสิน พ.ต.ท.ทักษิณและคุณหญิงพจมานไม่ยอมเดินทางกลับประเทศไทย ในวันที่ 11 กันยายน ศาลอาญาได้ออกหมายจับคนทั้งสองเนื่องจากไม่ยอมมาขึ้นศาลในคดีปกปิดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ ต่อมาในวันที่ 21 ตุลาคม ศาลฎีกาตัดสินว่าคุณหญิงพจมานไม่มีความผิดในขณะที่ พ.ต.ท. ทักษิณมีความผิดในข้อหาใช้ตำแหน่งหน้าที่เอื้อประโยชน์ในการซื้อที่ดินของภรรยา
ในวันที่ 9 กันยายน ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้นายสมัคร สุนทรเวช ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นมีความผิดในข้อหาผลประโยชน์ทับซ้อนจากการที่นายสมัครจัดรายการทำอาหารทางโทรทัศน์ ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญมาตราที่ 267 ส่งผลให้นายสมัครต้องลาออกจากตำแหน่ง
สำนักงานอัยการสูงสุดยังคงสอบสวนคดีนายตำรวจเกษียณอายุรายหนึ่งที่ถูกจับกุมเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2550 ในข้อหาจ่ายสินบนให้ผู้พิพากษาศาลรัฐธรรมนูญสองคนก่อนที่ศาลจะตัดสินให้ยุบพรรคไทยรักไทยในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2550
ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2550 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ตัดสินว่าอดีตผู้พิพากษาศาลรัฐธรรมนูญ 13 คน อดีตกรรมการการเลือกตั้ง 4 คนและอดีตผู้ตรวจการรัฐสภาสามคนอนุมัติการขึ้นเงินเดือนให้ตนเองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย คดีดังกล่าวยังอยู่ที่สำนักงานอัยการสูงสุดซึ่งจะต้องสั่งฟ้องผู้ต้องหา
ในช่วงปี ปปช. คตส. และสำนักงานอัยการสูงสุดยังคงสอบสวนคดีทุจริตที่เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลทักษิณ ผลการสอบสวนของคตส. และสำนักงานอัยการสูงสุดทำให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาสำหรับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต้องพิจารณาคดีจำนวนมาก
นอกจากนี้ ปปช. ยังส่งฟ้องศาลอีกหลายคดี และรายงานว่าเมื่อถึงเดือนตุลาคมปลายปีงบประมาณ ยังมีอีก 5,333 คดีที่รอการสอบสวนอยู่
กฎหมายกำหนดให้ข้าราชการต้องแจ้งรายการทรัพย์สินของตน นอกจาก ปปช. คตส. และสำนักงานอัยการสูงสุดแล้ว สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ศาลฎีกา สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา ศาลปกครอง และกระทรวงยุติธรรมก็มีบทบาทในการปราบปรามการทุจริต
รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้ประชาชนมีสิทธิเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของราชการไม่มีรายงานว่ามีหน่วยงานราชการใดปฏิเสธคำร้องขอข้อมูลจากประชาชน หากหน่วยงานราชการใดปฏิเสธไม่ให้ข้อมูลแก่ประชาชนตามคำร้อง ประชาชนอาจยื่นเรื่องร้องทุกข์ต่อสำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ และผู้ร้องทุกข์สามารถยื่นอุทธรณ์คำตัดสินเบื้องต้นของคณะกรรมการฯ ต่อคณะกรรมการอุทธรณ์ได้ คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการระบุว่าคำร้องทุกข์ส่วนใหญ่ได้รับการอนุมัติ คำร้องขอข้อมูลราชการบางส่วนอาจถูกปฏิเสธด้วยเหตุผลเพื่อความมั่นคงของประเทศและความปลอดภัยของประชาชน
หมวดที่ 4 ทัศนะของรัฐบาลเกี่ยวกับการสืบสวนโดยองค์กรระหว่างประเทศและองค์กรเอกชนในประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน
โดยทั่วๆ ไป องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศและระหว่างประเทศหลายประเภทสามารถดำเนินกิจกรรมต่างๆ ได้โดยไม่มีข้อจำกัดจากรัฐบาล โดยสืบสวนสอบสวนตลอดจนตีพิมพ์ผลการสืบสวนกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชนได้ อย่างไรก็ตาม องค์กรเอกชนที่ดำเนินการเกี่ยวกับประเด็นทางการเมืองที่อ่อนไหว เช่น ขบวนการคัดค้านโครงการพัฒนาที่รัฐบาลเป็นผู้สนับสนุนต้องเผชิญกับการคุกคามเป็นระยะๆ นักสิทธิมนุษยชนที่มุ่งเน้นเรื่องความรุนแรงในภาคใต้มักเสี่ยงต่อการถูกคุกคามและข่มขู่จากเจ้าหน้าที่ของรัฐและกลุ่มทหารเป็นพิเศษ
มีองค์กรเอกชนเพียงไม่กี่รายที่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษี ซึ่งบางครั้งก็เป็นอุปสรรคต่อการที่องค์กรสิทธิมนุษยชนในประเทศจะหาทุนได้อย่างเพียงพอ คณะกรรมการนิติศาสตร์สากล (International Commission of Jurists – ICJ) ต้องประสบกับความล่าช้าของราชการในการต่อทะเบียนสำนักงานในกรุงเทพฯ ของตน และเมื่อถึงปลายปี หน่วยงานแห่งนี้ก็ยังไม่มีหมายเลขทะเบียนสำนักงาน
เจ้าหน้าที่ตำรวจปิดสำนวนคดียิงนายสอด สุดนาค นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตำรวจระบุว่านายสอดหลบหนีออกนอกจังหวัดหลังถูกยิง และไม่มีใครพบเห็นอีก
เจ้าหน้าที่ทางการพบและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่จากองค์การกาชาดสากลและสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนสหประชาชาติ (UN High Commissioner for Human Rights) ตลอดปี ผู้นำศาสนามุสลิมต่างชาติเดินทางมาเยือนไทยหลายราย รวมทั้งเจ้าหน้าที่องค์การการประชุมอิสลาม (Organization of the Islamic Conference- OIC) ที่เดินทางเยือนจังหวัดภาคใต้ โดยบางรายเดินทางมาเยือนตามคำเชิญของรัฐบาล
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติทำงานอย่างเข้มแข็งตลอดปีที่ผ่านมาในฐานะที่เป็นหน่วยงานอิสระของรัฐบาล คณะกรรมการฯ ได้เสนอรายงานประจำปีประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนและเสนอนโยบายและข้อแนะนำในการแก้ไขกฎหมายต่อรัฐสภา ส่งเสริมมาตรการที่จะให้ความรู้ในเรื่องสิทธิมนุษยชนแก่ประชาชน และสืบสวนกรณีละเมิดสิทธิมนุษยชน ก่อนหน้าการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ซึ่งให้อำนาจคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติฟ้องร้องศาลแทนผู้ถูกละเมิดสิทธิ การขาดอำนาจในการดำเนินคดีหรือลงโทษผู้กระทำผิดคืออุปสรรคในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการฯ การขาดบุคลากรและทรัพยากรก็เป็นอุปสรรคต่อความก้าวหน้าของคณะกรรมการฯ ด้วยเช่นกัน
หมวดที่ 5 การเลือกปฏิบัติ การกระทำโดยมิชอบในสังคมและการค้ามนุษย์
รัฐธรรมนูญกำหนดให้มีการปฏิบัติต่อบุคคลอย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่คำนึงถึงเชื้อชาติ เพศ ศาสนา ความพิการ ภาษา หรือสถานภาพทางสังคม แต่ในทางปฏิบัติแล้ว ยังมีการเลือกปฏิบัติอยู่บ้าง ทั้งยังมีความไม่เท่าเทียมในการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิที่เท่าเทียมกันนี้ด้วย
สตรี
การข่มขืนกระทำชำเราถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย แม้ว่ารัฐบาลไม่ได้บังคับใช้กฎหมายดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพเสมอไป ประมวลกฎหมายอาญาให้อำนาจเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีกับสามีที่ข่มขืนภรรยาของตน ระหว่างเดือนตุลาคม พ.ศ. 2550 ถึงเดือนกันยายน พ.ศ. 2551 ตำรวจระบุว่าได้รับแจ้งความคดีข่มขืน 4,736 คดี ในจำนวนนี้มี 5 คดีที่เหยื่อเสียชีวิตด้วย และมี 2,340 คดีที่มีการจับกุมผู้ต้องสงสัย ซึ่งรวมถึงทุกคดีที่เหยื่อเสียชีวิตด้วย กระทรวงสาธารณสุขรายงานว่ามีผู้หญิงและเด็กประมาณ 11,538 คนถูกล่วงละเมิดทางเพศระหว่างเดือนตุลาคม พ.ศ. 2550 ถึงเดือนกันยายน พ.ศ. 2551 ซึ่งในจำนวนนี้เป็นหญิงที่อายุมากกว่า 18 ปีจำนวน 2,366 คนและเด็กจำนวน 9,172 คน
องค์กรเอกชนเชื่อว่าการข่มขืนเป็นปัญหาร้ายแรง นักวิชาการและนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิสตรีระบุว่ามีการแจ้งความคดีข่มขืนกระทำชำเราหรือการประทุษร้ายบุคคลในครัวเรือนน้อยกว่าความเป็นจริง ส่วนหนึ่งเนื่องจากหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่แก้ปัญหาไม่ได้รับเงินสนับสนุนเพียงพอ และหน่วยงานรักษากฎหมายก็ถูกมองว่าไม่สามารถนำผู้กระทำผิดมาลงโทษได้ ฝ่ายตำรวจได้พยายามแก้ไขมุมมองดังกล่าว และสนับสนุนให้สตรีแจ้งความอาชญากรรมทางเพศด้วยการจัดหาเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงมาประจำตามสถานีตำรวจในเขตกรุงเทพมหานครและอีกสามจังหวัด
กฎหมายกำหนดบทลงโทษระดับต่างๆสำหรับคดีข่มขืน โดยพิจารณาจากอายุของเหยื่อ ระดับความรุนแรงของการกระทำ และสภาพทางกายและจิตใจของผู้ถูกข่มขืนหลังจากถูกทำร้าย บทลงโทษเริ่มตั้งแต่โทษจำคุก 4 ปีไปจนถึงจำคุกตลอดชีวิตรวมทั้งโทษปรับ กฎหมายยังระบุด้วยว่าบุคคลใดที่ถูกตัดสินว่ากระทำความผิดในคดีข่มขืนซ้ำเป็นครั้งที่สองภายในเวลา 3 ปีต้องได้รับโทษเพิ่ม ผู้ถูกข่มขืนมีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐสูงสุดถึง 30,000 บาท
การใช้ความรุนแรงต่อสตรีในครัวเรือนเป็นปัญหาสำคัญ กฎหมายกำหนดโทษปรับสูงสุดถึง 6,000 บาทหรือโทษจำคุกสูงสุด 6 เดือนสำหรับผู้กระทำผิด และให้อำนาจเจ้าหน้าที่ในการห้ามผู้กระทำความผิดอาศัยในบ้านต่อไป หรือติดต่อกับสมาชิกในครอบครัวระหว่างการพิจารณาคดี ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากศาลด้วย กฎหมายยังกำหนดมาตรการอำนวยความสะดวกในการแจ้งความเหตุความรุนแรงในครอบครัว และการรอมชอมระหว่างผู้ถูกทำร้ายและผู้กระทำความผิด นอกจากนี้ กฎหมายยังห้ามสื่อรายงานคดีความรุนแรงในครอบครัวในช่วงที่คดีอยู่ในระบบศาลแล้ว
มีการดำเนินคดีความรุนแรงในครอบครัว 2-3 คดีภายใต้บทบัญญัติว่าด้วยการทำร้ายร่างกายผู้อื่น บ่อยครั้งที่ไม่มีการแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มักไม่กระตือรือร้นที่จะติดตามคดีประเภทนี้ องค์กรเอกชนให้การสนับสนุนโครงการต่างๆ อาทิ บริการโทรศัพท์สายด่วน การจัดที่พักพิงชั่วคราว บริการให้คำปรึกษาแนะนำ และรายการโทรทัศน์ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยให้ประชาชนตระหนักถึงปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อเอ็ชไอวีและโรคเอดส์ และปัญหาอื่นๆ เกี่ยวกับสตรี ศูนย์วิกฤติของรัฐที่จัดตั้งขึ้นในโรงพยาบาลรัฐบางแห่ง ยังคงให้การดูแลบำบัดรักษาสตรีและเด็กที่ถูกทำร้าย แต่ศูนย์ฯ เหล่านี้ประสบปัญหางบประมาณไม่เพียงพอ โรงพยาบาลของรัฐเหล่านี้จะส่งตัวคนเหล่านี้ไปองค์กรอื่นๆ ในกรณีที่โรงพยาบาลไม่สามารถให้บริการได้
ศูนย์วิกฤตรายงานว่าได้รับแจ้งคดีการใช้ความรุนแรงในครอบครัวทั้งสิ้น 26,565 คดีระหว่างเดือนตุลาคม พ.ศ. 2550 ถึงเดือนกันยาน พ.ศ. 2551
ในวันที่ 11 มกราคม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้เริ่มใช้ระบบเฝ้าระวังของชุมชนที่จะช่วยป้องกันผู้หญิงจากความรุนแรงในครอบครัวในชุมชนนำร่อง 6 แห่งในกรุงเทพฯ ตัวแทนจากแต่ละชุมชนได้รับการอบรมเพื่อเพิ่มจิตสำนึกเกี่ยวกับสิทธิสตรีและการป้องกันการถูกทำร้าย
แม้ว่าการค้าประเวณีจะเป็นสิ่งผิดกฎหมาย แต่ก็เป็นอาชีพที่ทำค่อนข้างเปิดเผยทั่วประเทศ และมักจะได้รับการปกป้องจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่ได้ผลประโยชน์จากธุรกิจนี้ การค้าสตรีและเด็กเพื่อการค้าประเวณีเป็นปัญหาร้ายแรง การที่ธุรกิจค้าประเวณีเป็นสิ่งผิดกฎหมายและมีโสเภณีจำนวนมากที่ค้าประเวณีเพียงชั่วคราวทำให้เป็นการยากที่จะระบุตัวเลขที่แน่นอน ผลการสำรวจของรัฐบาลในช่วงปีพบว่ามีโสเภณีผู้ใหญ่ 76,000 -77,000 คนในสถานบันเทิงที่จดทะเบียนอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ดี องค์กรเอกชนเชื่อว่าน่าจะมีโสเภณีอยู่ประมาณ 200,000 – 300,000 คน
มีรายงานว่าสตรีที่อยู่ตามจังหวัดชายแดนถูกบังคับให้ค้าประเวณี แต่เป็นการยากที่จะยืนยันจำนวนที่แน่นอน องค์กรเอกชนและหน่วยงานรัฐบาลยังคงให้ที่พักพิง ให้การฟื้นฟูบำบัด และจัดโครงการกลับสู่สังคมสำหรับเด็กและสตรีที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจทางเพศ
การท่องเที่ยวเพื่อจุดประสงค์ทางเพศยังคงเป็นปัญหาอยู่ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ระบุว่าไม่มีกฎหมายเรื่องการท่องเที่ยวเพื่อจุดประสงค์ทางเพศเป็นการเฉพาะ แต่ประมวลกฎหมายอาญา กฎหมายว่าด้วยการค้าประเวณี และกฎหมายว่าด้วยการค้ามนุษย์มีบทบัญญัติที่มุ่งแก้ปัญหาการท่องเที่ยวเพื่อจุดประสงค์ทางเพศ
การคุกคามทางเพศเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายทั้งในภาคแรงงานอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ กฎหมายกำหนดโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท สำหรับบุคคลที่ถูกศาลตัดสินว่าคุกคามทางเพศต่อพนักงานหญิงหรือพนักงานเด็กในภาคแรงงานอย่างเป็นทางการ ส่วนในภาคแรงงานอย่างไม่เป็นทางการนั้น กฎหมายระบุว่าผู้เสียหายต้องฟ้องร้องเอง บทลงโทษขึ้นอยู่กับระดับของการคุกคามทางเพศและอายุของผู้เสียหาย การคุกคามทางเพศที่ถือว่าเป็นการกระทำอนาจารอาจได้รับโทษจำคุกสูงสุด 15 ปีและโทษปรับสูงสุด
30,000 บาท พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนฉบับใหม่ห้ามการคุกคามทางเพศ และกำหนดบทลงโทษไว้ห้าระดับ ได้แก่ ภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน ลดเงินเดือน ปลดออก และไล่ออก
องค์กรเอกชนอ้างว่าคำจำกัดความของคำว่าการคุกคามทางเพศที่กฎหมายบัญญัติไว้มีความคลุมเครือและทำให้การดำเนินคดีประเภทนี้เป็นเรื่องลำบาก บริการโทรศัพท์สายด่วนของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนสำหรับรับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการคุกคามและข่มขู่ทางเพศถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม ในช่วงปี ไม่มีการร้องเรียนเกี่ยวกับการคุกคามทางเพศเลย ไม่ค่อยมีความพยายามในการดำเนินคดีหรือลงโทษทางวินัย เนื่องจากผู้ร้องเรียนส่วนใหญ่เพียงต้องการขอคำปรึกษาหรือไมได้ให้ข้อมูลเพียงพอแก่การสอบสวน บางเรื่องอาจมีการยอมความกันนอกศาล
รัฐธรรมนูญให้ความเท่าเทียมแก่พลเมืองทุกคน อย่างไรก็ดี ความไม่เท่าเทียมระหว่างหญิงและชายตามกฎหมายก็ยังคงมีอยู่ เช่น ชายสามารถฟ้องหย่าภรรยาของตนได้โดยอ้างว่าภรรยาคบชู้ แต่สตรีต้องพบกับภาระเพิ่มเติมทางกฎหมายที่ต้องพิสูจน์ว่าสามีของตนได้ยกย่องสตรีอื่นเป็นภรรยาอย่างเปิดเผย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ระบุว่าสามีหรือภรรยาของบุคคลสัญชาติไทยมีสิทธิ์ขอสัญชาติไทยได้ ซึ่งต่างจากเมื่อปี พ.ศ. 2550
สถาบันการศึกษาของตำรวจและทหาร (ยกเว้นวิทยาลัยพยาบาล) ไม่รับสตรีเข้าศึกษาแม้ว่าสถาบันทางทหารเหล่านี้จะมีอาจารย์ที่เป็นสตรีอยู่จำนวนมาก สถาบันการศึกษาของตำรวจมีแผนรับสมัครนักศึกษาหญิงในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2552 แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตัวเลขของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ระบุว่าในปี พ.ศ. 2549 แรงงานสตรีมีสัดส่วนร้อยละ 59 ของแรงงานนอกภาคเกษตรกรรม ในบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ มีผู้บริหารที่เป็นสตรีร้อยละ 22 และในภาครัฐ มีสตรีที่อยู่ในตำแหน่งบริหารระดับสูงร้อยละ 22 เช่นกัน ตัวเลขของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนระบุว่ามีสตรีร้อยละ 15 ที่อยู่ในตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง สตรีสามารถเป็นเจ้าของและบริหารกิจการได้อย่างเสรี ระเบียบข้อบังคับทางราชการกำหนดให้นายจ้างจ่ายค่าแรงและผลประโยชน์ให้แก่ลูกจ้างที่ทำงานเหมือนกันอย่างเท่าเทียมโดยไม่คำนึงว่าเป็นหญิงหรือชาย อย่างไรก็ตาม การเลือกปฏิบัติในการว่าจ้างยังคงมีอยู่ทั่วไป และสตรีจำนวนมากมักประกอบอาชีพที่มีค่าจ้างต่ำ ในทางปฏิบัติ ผู้หญิงยังได้รับค่าจ้างต่ำกว่าผู้ชายในงานประเภทเดียวกันในภาคเศรษฐกิจเกือบทุกภาค
ขบวนการผู้หญิงกับการปฏิรูปการเมือง (We Move) ซึ่งเป็นกลุ่มองค์กรสตรีกว่า 50 องค์กร ส่งเสริมการปฏิรูปทางกฎหมายเพื่อแก้ปัญหาการปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียมต่อสตรี องค์กรดังกล่าวรณรงค์เพื่อให้มีการบรรจุข้อความว่าด้วยความเท่าเทียมทางเพศไว้ในกฎหมายและรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และสนับสนุนให้สตรีลงสมัครรับเลือกตั้งในองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่น
เด็ก
รัฐธรรมนูญให้ความคุ้มครองแก่เด็กอย่างเท่าเทียมกัน
องค์กรเอกชนระบุว่าในบางครั้งชาวเขาและบุคคลไร้สัญชาติอื่นๆ ไม่ได้จดทะเบียนใบเกิดกับทางการเพราะยากจนและถูกจำกัดการเดินทาง (ดูหมวดที่ 2 ง.)
รัฐธรรมนูญกำหนดให้เด็กทุกคนต้องได้รับการศึกษาขั้นต้นซึ่งเป็นภาคบังคับ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย สถานการณ์รุนแรงในจังหวัดภาคใต้ โดยเฉพาะการใช้ความรุนแรงกับครูโรงเรียนของรัฐ ทำให้โรงเรียนต้องปิดเป็นการชั่วคราวเป็นระยะๆ และทำให้การศึกษาในเขตจังหวัดเหล่านั้นต้องขาดช่วงไป
องค์กรเอกชนหลายแห่งรายงานว่าบุตรของแรงงานต่างด้าวที่จดทะเบียนแล้ว โดยเฉพาะที่จังหวัดเชียงใหม่และที่อำเภอแม่สอด จ. ตาก ได้รับอนุญาตให้เข้าเรียนในโรงเรียนของรัฐ เด็กที่ไม่ได้เข้าเรียนชั้นประถมปีที่ 1 เมื่ออายุครบ 7 ขวบต้องรอจนอายุ 15 ปีแล้วจึงสามารถสมัครเรียนโครงการศึกษานอกโรงเรียนหรืออาชีวะศึกษา เด็กในกลุ่มนี้ยังคงไม่มีโอกาสเข้าถึงบริการต่างๆ ในชุมชนที่ให้บริการเด็กที่เรียนในโรงเรียนของรัฐ เช่น ศูนย์ดูแลเด็กช่วงกลางวัน นมฟรีที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล และสิทธิพิเศษสำหรับอาหารกลางวัน แรงงานต่างด้าวที่มีเงินพอจึงมักเลือกที่จะส่งบุตรไปยังโรงเรียนเด็กเล็กหรือศูนย์ดูแลเด็กของเอกชนแทน
กฎหมายมีบทบัญญัติคุ้มครองเด็กจากการกระทำทารุณ และกฎหมายว่าด้วยการข่มขืนกระทำชำเราและการทอดทิ้งได้กำหนดบทลงโทษที่รุนแรงขึ้นในกรณีที่ผู้เสียหายเป็นเด็ก กฎหมายกำหนดโทษจำคุกระหว่าง 7 ปีถึงตลอดชีวิตสำหรับคดีที่ผู้ถูกข่มขืนอายุต่ำกว่า 15 ปี ในปี พ.ศ. 2549 การสำรวจความเห็นจากนักเรียนระดับมัธยมปลายทั่วประเทศพบว่าร้อยละ 5 ของนักเรียนชายและร้อยละ 3 ของนักเรียนหญิงเคยถูกคุกคามทางเพศ เจ้าหน้าที่ตำรวจมักไม่เต็มใจสอบสวนคดีคุกคามทางเพศต่อเด็ก และกฎว่าด้วยพยานหลักฐานก็ทำให้การดำเนินคดีประเภทนี้ยากขึ้น กฎหมายดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อคุ้มครองพยาน ผู้เสียหายและผู้กระทำความผิดที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี กระบวนการนี้เปิดโอกาสให้บันทึกคำให้การของเด็กลงเทปวีดิทัศน์เป็นการส่วนตัว โดยมีนักจิตวิทยา จิตแพทย์ หรือนักสังคมสงเคราะห์อื่นๆ ร่วมฟัง ทั้งนี้ต้องได้รับความยินยอมจากศาล อย่างไรก็ตาม ผู้พิพากษาหลายคนปฏิเสธไม่รับคำเบิกความของพยานที่บันทึกเทปวีดิทัศน์ โดยอ้างปัญหาทางเทคนิคและการที่ไม่สามารถซักค้านโจทก์และจำเลยได้โดยตรงในศาล ผู้ต้องหาคดีอนาจารเด็กจะถูกฟ้องตามกฎหมายว่าด้วยเรื่องการบรรลุนิติภาวะและกฎหมายว่าด้วยการค้าประเวณี การเบิกความของผู้เสียหายจะดำเนินการตามบทบัญญัติเกี่ยวกับการสืบพยานเด็ก
การค้าเด็ก รวมทั้งการแสวงประโยชน์ทางเพศจากเด็กเพื่อการค้ายังเป็นปัญหาร้ายแรง คดีอนาจารเด็กยังคงมีอยู่ ซึ่งมีผู้ต้องหาทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางมาไทยเพื่อบริการทางเพศ ในปี พ.ศ. 2550 รัฐบาล นักวิจัยของมหาวิทยาลัยและองค์กรเอกชนคาดว่ามีโสเภณีอายุต่ำกว่า 18 ปีจำนวน 60,000 คน พระราชบัญญัติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณีถือว่าการค้าประเวณีเด็กเป็นสิ่งผิดกฎหมาย และยังกำหนดว่าผู้ที่ไปใช้บริการโสเภณีอายุต่ำกว่า 18 ปีมีโทษตามกฎหมาย บิดามารดาที่ยอมให้บุตรเข้าสู่ธุรกิจการค้าประเวณีก็มีโทษตามกฎหมายเช่นกัน เจ้าหน้าที่ทางการระบุว่าในปี พ.ศ. 2551 ไม่มีการจับกุมหรือการดำเนินคดีกับบิดามารดาที่ยอมให้บุตรเข้าสู่ธุรกิจค้าประเวณี ขนบธรรมเนียมประเพณีของไทยทำให้เด็กไม่ค่อยกล่าวหาบิดามารดาในการพิจารณาความในศาล
ในวันที่ 8 สิงหาคม ศาลอาญาจังหวัดระนองพิพากษาจำคุกหกปีนายสุชน บุญปล้อง คนขับรถคอนเทนเนอร์บรรทุกแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย 54 คน ซึ่งเสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจขณะกำลังเดินทางไปจังหวัดภูเก็ตในเดือนเมษายน พ.ศ. 2550
ส่วนการดำเนินคดีกับเจ้าของแพปลาโชคเจริญชัย ซึ่งถูกฟ้องในข้อหาสมรู้ร่วมคิด ยังคงค้างคาอยู่ในชั้นศาล
ผลการสำรวจในปี พ.ศ. 2548 ซึ่งองค์กรเอกชนและหน่วยงานรัฐมักนำมากล่าวอ้างอย่างกว้างขวาง ระบุว่ามีเด็กที่อาศัยอยู่ตามข้างถนนในเขตใจกลางเมืองใหญ่ๆ ประมาณ 20,000 คน อย่างไรก็ดี รัฐบาลและองค์กรเอกชนสามารถจัดหาที่พักพิงให้เด็กเพียง 5,000 คนในแต่ละปี โดยทั่วๆ ไป เด็กเหล่านี้จะถูกส่งไปที่บ้านพักที่รัฐบาลจัดให้ แต่มีรายงานว่าเด็กจำนวนมาก โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าว ไม่ต้องการอาศัยอยู่ในที่พักพิงเหล่านั้นเนื่องจากกลัวว่าจะถูกกักตัวและเนรเทศออกนอกประเทศ รัฐบาลระบุว่าเด็กที่เป็นคนไทยจะถูกส่งตัวไปที่ศูนย์ฝึกอาชีพในจังหวัดที่เป็นภูมิลำเนาเดิม
รายงานของรัฐบาลเกี่ยวกับการใช้แรงงานเด็กมักไม่กล่าวถึงเด็กที่อาศัยตามข้างถนนและยอดตัวเลขของเด็กเหล่านี้ทั่วประเทศมักมีเฉพาะเด็กไทยเท่านั้น
การค้ามนุษย์
พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ฉบับใหม่ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันที่ 5 มิถุนายน ขยายคำจำกัดความของคำว่าการค้ามนุษย์ให้ครอบคลุมการค้ามนุษย์เพื่อใช้แรงงานและการค้าผู้ชายด้วย พระราชบัญญัติฉบับเดิมให้คำจำกัดความของคำว่าการค้ามนุษย์ในรูปแบบที่เกี่ยวข้องกับการแสวงประโยชน์ทางเพศเท่านั้น และระบุให้ผู้หญิงและเด็กเท่านั้นที่จะถือเป็นเหยื่อค้ามนุษย์และได้รับที่พักพิงรวมทั้งบริการทางสังคมจากรัฐบาล พระราชบัญญัติฉบับใหม่กำหนดบทลงโทษรุนแรงสำหรับอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ และยังกำหนดให้การค้ามนุษย์เป็นความผิดมูลฐานเพื่อการดำเนินคดีภายใต้พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งจะทำให้มีโทษเพิ่มขึ้นและมีการยึดทรัพย์
ตลอดปี พ.ศ. 2551 มีรายงานว่าประเทศไทยเป็นทั้งแหล่ง ทางผ่าน และ จุดหมายปลายทางสำหรับการค้ามนุษย์เพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ ผู้หญิงและเด็ก (โดยเฉพาะเด็กหญิง) มักเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์เพื่อแสวงประโยชน์ทางเพศบ่อยกว่า อย่างไรก็ดี ผลการศึกษาและหลักฐานที่เชื่อถือได้ที่รวบรวมจากคดีจำนวนหนึ่งชี้ว่าการค้าผู้ชายเพื่อใช้แรงงาน โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าวมีอยู่ทั่วไป มีการระบุชี้ว่ามีการค้าผู้ชาย ผู้หญิงและเด็กให้ธุรกิจต่างๆ เช่น การประมงเพื่อการพาณิชย์และโรงงานผลิตอาหารทะเลในจังหวัดสมุทรสาคร บางส่วน (ซึ่งสหประชาชาติ องค์กรเอกชน และรัฐบาลคิดว่าเป็นส่วนน้อย) ของคนงานในธุรกิจค้าประเวณีทั้งหมดประมาณ 200,000 – 300,000 คนทั่วประเทศอายุต่ำกว่าเกณฑ์หรือไม่ก็ทำงานเพื่อหักล้างหนี้ มีการพบหญิงและเด็กต่างด้าวโดยเฉพาะจากประเทศลาวที่ถูกบังคับให้ทำงานตามสัญญาผูกมัด
ภายในประเทศนั้น มีการนำผู้หญิงที่ยากจนจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือมาค้าให้ธุรกิจทางเพศที่กรุงเทพฯ อย่างไรก็ตาม การค้าผู้หญิงไทยในประเทศดูเหมือนจะลดลง เนื่องจากโครงการป้องกันและปราบปรามและโอกาสทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น มีการค้าหญิงไทยไปญี่ปุ่น มาเลเซีย สิงคโปร์ บาห์เรน ออสเตรเลีย แอฟริกาใต้ ยุโรปและสหรัฐอเมริกา ส่วนใหญ่เพื่อแสวงประโยชน์ทางเพศ แต่มีบางส่วนถูกค้าเป็นแรงงานในโรงงานเถื่อนด้วย ผู้ชาย โดยเฉพาะชาวพม่าพม่า ถูกนำมาค้าแรงงานในธุรกิจประมงเชิงพาณิชย์ โรงงานผลิตอาหารทะเล ไร่นา โรงงานอุตสาหกรรม และงานก่อสร้าง
มีการนำผู้หญิงและผู้ชายจากพม่า กัมพูชา สาธารณรัฐประชาชนจีน ลาว รัสเซีย อุซเบกิสถาน และประเทศยุโรปตะวันออกมาค้าแรงงานและแสวงประโยชน์ทางเพศ
มีบางครั้งที่มีการนำสมาชิกทั้งครอบครัวเข้ามาใช้แรงงานในโรงงานเถื่อน เด็กชายและเด็กหญิงที่ถูกนำมาค้าส่วนใหญ่มาจากพม่าและกัมพูชา และถูกนำมาค้าให้ธุรกิจทางเพศและทำงานกับแก๊งขอทานเป็นหลัก มีรายงานว่าเด็กชายอายุต่ำกว่าเกณฑ์ถูกลักลอบนำเข้าประเทศเพื่อทำงานที่ต้องการคนรูปร่างเล็ก องค์กรเอกชนของไทยระบุว่า ยังมีการค้าเด็กหญิงวัย 12-18 ปีจากพม่า ภาคใต้ของสาธารณรัฐประชาชนจีน และลาวเพื่อป้อนธุรกิจทางเพศอยู่ นักสังคมสงเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่าเด็กหญิงที่มีอายุน้อยจะมีราคาสูงเนื่องจากลูกค้าเชื่อว่าเด็กเหล่านี้ปลอดจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ชาวจีนที่ถูกนำมาค้ามักต้องเดินทางผ่านไทยต่อไปยังประเทศอื่น เช่นมาเลเซีย แต่สตรีและเด็กจากมณฑลยูนนานนั้นมักถูกส่งไปทำงานในซ่องโสเภณีในภาคเหนือของไทย เหยื่อการค้ามนุษย์ที่ถูกล่อลวงเข้ามาค้าในไทยหรือผ่านไทยไปยังประเทศอื่นๆ มักได้รับคำมั่นสัญญาว่าจะได้ทำงานในร้านอาหาร สปา หรือทำงานตามบ้าน แต่แล้วก็จะถูกกดดันหรือใช้กำลังบังคับให้ค้าประเวณี
การที่สตรีและเด็กชาวเขาบางรายไม่ได้รับสัญชาติไทยคือปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ทำให้คนเหล่านี้ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ แม้คนกลุ่มนี้จะไม่ใช่คนกลุ่มใหญ่ของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ แต่ก็มีสัดส่วนสูงในกลุ่มที่ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ในรูปแบบที่เลวร้าย
การค้ามนุษย์ภายในประเทศและจากประเทศเพื่อนบ้านมักดำเนินการโดยกลุ่มย่อยที่รวมตัวกันอย่างหลวมๆ และมักมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับชุมชนที่เป็นแหล่งสินค้า ชาวพม่า ลาว กัมพูชาและไทยมีส่วนพัวพันในการค้าแรงงานตามชายแดน นักค้ามนุษย์มักใช้คนที่รู้จักกันเป็นผู้ช่วยหาเหยื่อ ในบางกรณี ผู้ค้ามนุษย์ก็เคยตกเป็นเหยื่อมาก่อน โดยเฉพาะในธุรกิจทางเพศ
โสเภณีส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกกักขังหน่วงเหนี่ยว แต่มีจำนวนมากที่ต้องทำงานใช้หนี้ มีรายงานว่าผู้จัดหาสตรีส่งซ่องโสเภณีมักจ่ายเงินล่วงหน้าก้อนใหญ่แก่บิดามารดาของเด็ก ซึ่งจะหักจากรายได้ของเด็กในภายหลัง ทำให้เด็กต้องทำงานในซ่องโสเภณีเพื่อหาเงินมาใช้หนี้
เนื่องจากสตรีต่างชาติมักพูดภาษาไทยไม่ได้และถือว่าเป็นผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย จึงตกเป็นเหยื่อของการทำร้ายร่างกายและแสวงประโยชน์ได้ง่าย มีรายงานการค้ามนุษย์เพื่อใช้แรงงานจากแรงงานพม่าซึ่งถูกหลอกว่าจะให้ทำงานในโรงงานผลิตอาหาร แต่ภายหลังกลับถูกล่อลวงหรือถูกส่งตัวไปทำงานบนเรือประมง
ในวันที่ 10 มีนาคม ตำรวจได้บุกเข้าไปในโรงงานอโนมา ซึ่งเป็นโรงงานผลิตอาหารจากกุ้งในจังหวัดสมุทรสาคร และพบแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย 72 คนถูกกักขังตัวไว้ ในจำนวนนี้ มี 10 คนที่ถูกสงสัยว่าจะเป็นเหยื่อค้ามนุษย์และมีเด็กอีก 20 คน ตำรวจสอบสวนคดีนี้เสร็จในวันที่ 19 สิงหาคม และส่งคดีต่อให้สำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณา โดยตำรวจตั้งข้อหาแพ่งและอาญาทั้งหมด 20 กระทงกับเจ้าของและผู้จัดการโรงงาน ตำรวจขยายผลการสอบสวนเพื่อจับกุมผู้ค้าแรงงานชาวพม่า สำนักงานอัยการสูงสุดส่งคดีขึ้นศาลในวันที่ 10 กันยายน และมีการไต่สวนเบื้องต้นในวันที่ 13 ตุลาคม การพิจารณาคดีจะมีขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552
พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ฉบับใหม่เพิ่มโทษสำหรับผู้กระทำความผิด บทลงโทษสำหรับคดีค้ามนุษย์แตกต่างกันไปแล้วแต่อายุของผู้เสียหายและประเภทของนักค้ามนุษย์ ถ้าผู้กระทำผิดเป็นบุคคล และผู้เสียหายมีอายุมากกว่า 18 ปี กฎหมายระบุให้จำคุกตั้งแต่ 4 -10 ปีและปรับตั้งแต่ 80,000-200,000 บาท ในกรณีที่ผู้เสียหายเป็นเด็กอายุระหว่าง 15-18 ปี ผู้กระทำความผิดต้องรับโทษจำคุก 6-12 ปีและถูกปรับ 120,000-240,000 บาท และถ้าผู้เสียหายอายุต่ำกว่า 15 ปี โทษจำคุกจะอยู่ระหว่าง 8-15 ปีและโทษปรับระหว่าง 160,000-300,000 บาท
ในกรณีที่ผู้กระทำผิดเป็นนิติบุคคล กฎหมายกำหนดโทษปรับ 200,000 -1,000,000 บาท และผู้มีอำนาจของนิติบุคคลแห่งนั้นอาจมีโทษจำคุก 6-12 ปี และโทษปรับ120,000 – 240,000 บาท กฎหมายยังระบุโทษสำหรับผู้พยายามขัดขวางกระบวนการสอบสวนและการดำเนินคดี รวมทั้งผู้ที่เปิดเผยข้อมูลหรือเอกสารแก่บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสอบสวนหรือดำเนินคดีด้วย
ศูนย์พิทักษ์เด็กและสตรี สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีหน้าที่นำพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์มาบังคับใช้ ในขณะที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือและจัดหาที่พักพิงให้ผู้เสียหาย ตำรวจรายงานว่าระหว่างเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2548 ถึงเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2550 มีการส่งฟ้องคดีค้ามนุษย์ 144 คดี และมีการจับกุมผุ้กระทำผิด 5,012 รายในช่วง 12 เดือนก่อนหน้าเดือนกรกฎาคม ในจำนวนผู้ที่ถูกจับกุม แยกเป็นคดีค้ามนุษย์ข้ามชาติ 159 คดี คดีค้าแรงงานข้ามชาติ 4,780 คดี คดีค้าประเวณีข้ามชาติ 19 คดี และคดีอื่นๆ อีก 54 คดี องค์กรเอกชนช่วยผู้เสียหายบางคนให้ได้รับค่าจ้างย้อนหลังจากนายจ้างที่เอาเปรียบ อย่างไรก็ดี ไม่ค่อยมีการดำเนินคดีอาญาต่อผู้กระทำความผิด ในช่วงกลางปี พ.ศ. 2549 กฎหมายต่อต้านการใช้แรงงานเยี่ยงทาส พ.ศ. 2494 ส่งผลให้นายจ้างที่ทารุณคนรับใช้ที่บ้านถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาใช้แรงงานทาสเป็นครั้งแรก และเมื่อถึงปลายปี คดีดังกล่าวยังอยู่ในชั้นอุทธรณ์
ผู้เสียหายในดคีค้ามนุษย์ไม่สามารถถูกตั้งข้อหาในคดีที่เกี่ยวโยงกับคดีค้ามนุษย์ได้ เช่น ข้อหาเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายถ้าผู้เสียหายถูกหลอกมาค้า หรือข้อหาค้าประเวณีถ้าผู้เสียหายถูกบังคับ นอกจากนี้ ผู้เสียหายยังได้รับที่พักพิงจากรัฐบาล บันทึกความเข้าใจระหว่างหน่วยงานรัฐบาลด้วยกันและระหว่างรัฐบาลกับองค์กรเอกชนของไทยได้กำหนดขั้นตอนการดำเนินการของตำรวจโดยละเอียดเพื่อแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับบุคคลที่ถูกนำมาค้าและถูกเจ้าหน้าที่คุมขังไว้ บันทึกดังกล่าวระบุว่าการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ตำรวจจะรวมถึงการอบรมเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติต่อบุคคลดังกล่าวในฐานะผู้ที่เป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ ไม่ใช่ในฐานะแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย และแทนที่จะถูกเนรเทศกลับประเทศ คนเหล่านี้จะได้รับการดูแลจากกรมประชาสงเคราะห์ อย่างไรก็ตาม การดำเนินการตามบันทึกความเข้าใจยังขาดความแน่นอนเนื่องจากเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายได้รับการฝึกอบรมไม่เพียงพอและเจ้าหน้าที่ฯ ไม่คุ้นเคยกับกฎหมายฉบับดังกล่าว ระหว่างเดือนตุลาคม พ.ศ. 2550 ถึงเดือนกันยายน พ.ศ. 2551 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการสำหรับตำรวจ พนักงานอัยการ ข้าราชการกระทรวงสาธารณสุขกระทรวงแรงงาน ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และองค์กรเอกชน
โดยทั่วไป รัฐบาลให้ความร่วมมือกับรัฐบาลของประเทศต่างๆ ในการสืบสวนอาชญากรรมข้ามชาติต่างๆ รวมทั้งการค้ามนุษย์ ประเทศไทยลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการต่อต้านการค้ามนุษย์กับกัมพูชา ลาว และเวียดนาม และกำลังจัดทำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคีกับสาธารณรัฐประชาชนจีน พม่า และญี่ปุ่น โดยทั่วๆ ไป ประเทศที่เหยื่อถูกนำไปค้าจะเป็นผู้เริ่มกระบวนการสืบสวนก่อน รัฐบาลยังคงสืบสวนขบวนการที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบนำผู้หญิงไทยไปต่างประเทศ กระทรวงต่างประเทศช่วยผู้หญิงและเด็กหญิงชาวไทยจำนวน 403 คนซึ่งส่วนใหญ่ถูกนำไปแสวงประโยชน์ทางเพศให้สามารถเดินทางกลับไทยในปี พ.ศ. 2550 (เพิ่มขึ้นจาก 397 คนในปี พ.ศ. 2549)
กฎหมายไทยอนุญาตให้ส่งผู้กระทำผิดสัญชาติไทยไปรับการพิจารณาคดีในต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ไม่มีคนไทยถูกส่งข้ามแดนในข้อหาที่เกี่ยวกับการค้ามนุษย์ บุคคลสัญชาติญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เยอรมัน บาห์เรน สาธารณรัฐประชาชนจีน สหราชอาณาจักร และและสหรัฐอเมริกา ที่ถูกตั้งข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ ซึ่งรวมทั้งคดีอนาจารเด็ก ได้ถูกส่งกลับประเทศตามคำขอของประเทศนั้นๆ
มีรายงานเกี่ยวกับการรับสินบนโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับล่างหรือระดับกลางแลกกับการอำนวยความสะดวกให้กับการค้ามนุษย์รูปแบบที่เลวร้ายที่สุดไม่มีหลักฐานว่าตำรวจระดับสูงได้รับผลประโยชน์จากการค้ามนุษย์หรือช่วยปกป้องการค้ามนุษย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นที่ทุจริตช่วยปกป้องซ่องโสเภณีและสถานบริการทางเพศอื่นๆ จากการถูกบุกเข้าตรวจค้น เจ้าหน้าที่ที่ถูกพบว่าสมรู้ร่วมคิดในธุรกิจผิดกฎหมายนี้มักไม่ค่อยถูกดำเนินคดี แต่จะถูกสั่งย้ายไปตำแหน่งอื่นที่คิดว่าจะมีโอกาสทุจริตน้อยลงในอนาคต
องค์กรเอกชนของไทยและระหว่างประเทศหลายแห่งรวมทั้งหน่วยงานของรัฐยังคงทำงานร่วมกับผู้ตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ต่อไป รัฐบาลร่วมมือกับโครงการกำจัดการใช้แรงงานเด็กขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ ในการดำเนินโครงการเพื่อลดการนำเด็กมาค้าเพื่อใช้แรงงานและเพื่อธุรกิจทางเพศ อย่างไรก็ดี งบประมาณในการต่อสู้กับการค้ามนุษย์หรือการให้ความช่วยเหลือผู้ตกเป็นเหยื่อยังมีอย่างจำกัด กำลังมีการจัดตั้งงบประมาณก้อนใหม่เพื่อใช้สนับสนุนการปราบปรามการค้ามนุษย์ภายใต้กฎหมายใหม่
โดยทั่วไป เหยื่อการค้ามนุษย์ที่รอการส่งตัวกลับประเทศจะได้เข้าพักพิงในที่พักของรัฐบาลหรือถ้าเป็นบุคคลสัญชาติอื่น จะถูกส่งตัวเข้าบ้านพักขององค์กรเอกชน ในช่วงปี สถานที่พักพิงของรัฐบาล 8 แห่งรับสตรีและเด็กจากประเทศเพื่อนบ้านและอุซเบกิสถาน 524 คน และคนไทย 158 คนซึ่งรวมถึงสตรีที่สมัครใจเป็นโสเภณีและสตรีที่โดนสามีทำร้าย รัฐบาลไทยจัดหาอาหาร การรักษาพยาบาล และคำปรึกษาด้านจิตวิทยาให้อย่างจำกัด
รัฐบาลคัดกรองเหยื่อการค้ามนุษย์จากกัมพูชาและพม่า ผ่านความร่วมมือระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติร่วมมือกับองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) เจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายระบุชี้ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ และส่งตัวคนเหล่านี้ไปยังสถานที่พักพิงของรัฐที่มีอยู่หกแห่งในภูมิภาค
เหยื่อการค้ามนุษย์ได้รับความช่วยเหลือด้านกฎหมายจากองค์กรเอกชนและเจ้าหน้าที่กรมประชาสงเคราะห์ในระดับหนึ่ง และโดยทั่วๆ ไป คนเหล่านี้จะได้รับแจ้งถึงสิทธิในการดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ค้ามนุษย์ อย่างไรก็ตาม มีผู้เสียหายไม่กี่รายที่เลือกใช้สิทธิดังกล่าวเนื่องจากอุปสรรคด้านภาษา การไม่รู้หนังสือ ความไม่ไว้วางใจเจ้าหน้าที่ทางการ กระบวนการทางกฎหมายที่ใช้เวลานาน และความหวาดกลัวผู้ค้ามนุษย์ เหยื่อการค้ามนุษย์ที่อยู่ในประเทศไทยอย่างผิดกฎหมายไม่ได้รับอนุญาตให้ทำงานในประเทศขณะรอการส่งตัวกลับประเทศเดิม แม้คนเหล่านี้จะมีส่วนในการดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ค้ามนุษย์ก็ตาม
รัฐบาลยังคงร่วมมือกับองค์กรเอกชนและอุตสาหกรรมท้องถิ่น โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการโรงแรม เพื่อสนับสนุนเยาวชน (โดยเฉพาะเด็กหญิง) ให้หางานประเภทอื่นนอกเหนือจากบริการทางเพศหรืองานที่ถูกแสวงประโยชน์อื่นๆ โครงการฝึกอบรมวิชาชีพที่มีเป้าหมายให้การศึกษาแก่นักเรียนระดับมัธยมปลายก็ได้รับเงินสนับสนุนเช่นกัน แม้ว่าการฝึกอบรมวิชาชีพไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อป้องกันการค้ามนุษย์อย่างชัดแจ้ง แต่ผลที่ได้รับคือเป็นการเพิ่มทางเลือกให้แก่นักเรียนมัธยมที่เพิ่งเรียนจบ
รายงานการค้ามนุษย์ประจำปีของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ สามารถอ่านได้ที่ www.state.gov/g/tip
บุคคลพิการ
รัฐธรรมนูญกำหนดให้อาคารที่ก่อสร้างขึ้นใหม่ต้องอำนวยความสะดวกในการใช้สถานที่สำหรับผู้พิการ แต่ไม่มีการบังคับใช้กฎหมายเหล่านี้อย่างคงเส้นคงวา รัฐธรรมนูญห้ามการเลือกปฏิบัติในเรื่องการศึกษาต่อผู้พิการทางร่างกายและจิตใจและให้คนเหล่านี้มีสิทธิได้รับบริการด้านสุขภาพและบริการอื่นๆ ของรัฐ นักเคลื่อนไหวยังคงพยายามแก้กฎหมายที่อนุญาตให้มีการเลือกปฏิบัติต่อผู้พิการในการว่าจ้างเข้าทำงาน
กฎหมายที่ประกาศใช้ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2550 เพิ่มประเภทของความพิการที่ได้รับความคุ้มครองโดยกฎหมาย และจัดหาที่ปรึกษาด้านกฎหมายสำหรับผู้พิการที่ต้องการร้องเรียนเกี่ยวกับการถูกเลือกปฏิบัติ นอกจากนี้ กฎหมายยังยกระดับสถานภาพของหน่วยงานหนึ่งในกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ที่มีหน้าที่คุ้มครองสิทธิของผู้พิการ ในช่วงปี รัฐบาลจัดรายการรณรงค์ปลุกจิตสำนึกเกี่ยวกับผู้พิการ 2 ครั้ง รวมทั้งการมอบรางวัลแก่บริษัทที่จ้างคนพิการเข้าทำงาน และองค์กรที่อุทิศตนเพื่อผู้พิการ
ผู้พิการที่ขึ้นทะเบียนไว้กับทางราชการมีสิทธิ์ได้รับบริการตรวจโรค รถเข็น และไม้ยันโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รัฐบาลให้เงินกู้ปลอดดอกเบี้ยห้าปีแก่ผู้พิการที่ดำเนินธุรกิจขนาดย่อม
รัฐบาลมีโรงเรียนพิเศษสำหรับเด็กพิการ 43 แห่ง กระทรวงศึกษาธิการรายงานว่าทั่วประเทศมีศูนย์การศึกษาพิเศษสำหรับเด็กก่อนวัยเรียน 76 แห่ง และมีศูนย์ฝึกอบรมสำหรับผู้พิการที่ดำเนินการโดยรัฐบาล 9 แห่ง และดำเนินการโดยเอกชน 15 แห่ง นอกจากนี้ ยังมีสมาคมเอกชนที่ให้การฝึกอบรมแก่ผู้พิการเป็นครั้งคราว มีรายงานว่าโรงเรียนบางแห่งไม่ยอมรับเด็กพิการเข้าศึกษา แต่รัฐบาลให้เหตุผลว่าที่เป็นเช่นนี้เพราะโรงเรียนไม่มีสถานที่และอุปกรณ์ที่อำนวยความสะดวกสำหรับเด็กพิการ
คนพิการจำนวนมากที่มีงานทำต้องเผชิญกับการเลือกปฏิบัติด้านค่าจ้างแรงงาน องค์กรเอกชนระบุว่ากฎหมายกำหนดให้บริษัทเอกชนว่าจ้างผู้พิการ 1 คนต่อพนักงาน 200 คน หรือไม่ก็บริจาคเงินเข้ากองทุนเพื่อประโยชน์ต่อผู้พิการ แต่ไม่มีการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว เจ้าหน้าที่ทางการประมาณตัวเลขว่าบริษัทห้างร้านถึงร้อยละ 48 เพิกเฉยกฎหมายนี้ แต่องค์กรเอกชนเชื่อว่ามีมากถึงร้อยละ 70 รัฐวิสาหกิจบางแห่งก็มีนโยบายการจ้างงานที่เลือกปฏิบัติ
ชนกลุ่มน้อยทางสัญชาติ/เชื้อชาติ/ชาติพันธุ์
คนสองกลุ่มคือ อดีตทหารในสงครามกลางเมืองของจีนและลูกหลานที่เข้ามาอาศัยอยู่ในไทยตั้งแต่สงครามสิ้นสุดลง และลูกของผู้อพยพชาวเวียดนามที่อาศัยอยู่ใน 5 จังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ภายใต้กฎหมายและกฎข้อบังคับที่จำกัดการเคลื่อนไหว ที่อยู่อาศัย การศึกษาและอาชีพของคนเหล่านี้ กระทรวงมหาดไทยระบุว่าในช่วงปี พ.ศ. 2551 ชาวจีนประมาณ 680 คนและลูกหลานจำนวนหนึ่ง และชาวเวียดนาม 5 คนและลูกหลานได้รับสัญชาติไทยอย่างสมบูรณ์
คนพื้นเมือง
ชาวเขาที่ไม่มีเอกสารที่ถูกต้องยังคงถูกจำกัดการเดินทาง ไม่สามารถมีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ประสบความยากลำบากในการกู้ยืมเงินจากธนาคาร และไม่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายแรงงานซึ่งรวมถึงข้อกำหนดอัตราแรงงานขั้นต่ำ นอกจากนั้น ยังถูก
กีดกันจากสวัสดิการของรัฐ เช่น โครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้าด้วย
พระราชบัญญัติสัญชาติปี พ.ศ. 2551 ให้สิทธิ์การขอสัญชาติแก่ชาวเขาบางกลุ่มที่ก่อนหน้านี้ไม่มีสิทธิ์ (ดูหมวดที่ 2 ง.) แม้รัฐบาลจะสนับสนุนความพยายามในการอนุมัติสัญชาติและให้ความรู้ชาวเขาเกี่ยวกับสิทธิที่มีอยู่ แต่นักเคลื่อนไหวรายงานว่ามีการทุจริตอย่างกว้างขวางและการปฏิบัติงานที่ไร้ประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะผู้ใหญ่บ้านและเจ้าหน้าที่ระดับอำเภอและตำบล ซึ่งทำให้คำร้องขอสัญชาติต้องคั่งค้าง
ชาวเขายังคงเผชิญกับการถูกเลือกปฏิบัติทางสังคม เนื่องมาจากความเชื่อโดยทั่วไปที่ว่าชาวเขามักจะเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดและความเสื่อมโทรมของสภาพแวดล้อม
การประพฤติโดยมิชอบและการเลือกปฏิบัติทางสังคมอื่นๆ
องค์กรเอกชนระบุว่านายจ้างเลือกปฏิบัติต่อชายที่มีพฤติกรรมรักร่วมเพศหลังจากพิจารณาเอกสารทางทหารที่ระบุอย่างถาวรว่าคนเหล่านี้มีความปกติทางจิต กองทัพระบุว่าได้ยกเลิกการปฏิบัติดังกล่าวในเดือนเมษายน พ.ศ. 2550 อย่างไรก็ตาม องค์กรเอกชนรายงานว่ากองทัพเริ่มใช้ประโยค “รอบอกไม่ได้ขนาด” เป็นการระบุชี้ผู้ที่มี
พฤติกรรมรักร่วมเพศในเอกสารทางทหาร กฎหมายไม่อนุญาตให้คนที่ผ่าตัดแปลงเพศแล้วเปลี่ยนการระบุเพศของตนในเอกสารประจำตัว องค์กรเอกชนอ้างว่าไนท์คลับ บาร์ โรงแรม และโรงงานบางแห่งไม่ยอมให้บุคคลแปลงเพศเข้าไปในสถานที่ของตน รวมทั้งปฏิเสธที่จะรับบุคคลเหล่านี้เข้าทำงาน
ผู้ป่วยโรคเอดส์ต้องเผชิญกับปัญหาด้านจิตใจเนื่องจากถูกปฏิเสธจากครอบครัว มิตรสหาย และชุมชนแม้ว่าการรณรงค์ให้ความรู้ในเรื่องนี้แก่ชุมชนอาจช่วยบรรเทาความรู้สึกดังกล่าวได้บ้างในบางชุมชน มีรายงานว่านายจ้างบางรายปฏิเสธที่จะจ้างพนักงานที่ตรวจพบว่ามีเชื้อเอ็ชไอวีระหว่างการตรวจเลือดก่อนเข้าทำงานตามที่นายจ้างกำหนด สมาคมแนวร่วมภาคธุรกิจไทยต้านภัยเอดส์ ระบุว่ามีบริษัทประมาณ 7,000 แห่งที่สัญญาว่าจะไม่กำหนดให้พนักงานต้องตรวจเลือดหาเชื้อเอ็ชไอวี/เอดส์ หรือปลดพนักงานที่ติดเชื้อออก พร้อมทั้งสัญญาว่าจะจัดโครงการรณรงค์ปลุกจิตสำนึกในเรื่องนี้อย่างสม่ำเสมอ
หมวดที่ 6 สิทธิของคนงาน
ก. สิทธิในการตั้งสมาคม
กฎหมายอนุญาตให้คนงานภาคเอกชนทุกคนก่อตั้งและเข้าร่วมสหภาพการค้าใดๆ ได้โดยไม่ต้องขออนุญาตจากทางการล่วงหน้า อย่างไรก็ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์และพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานไม่ได้ให้ความคุ้มครองเพียงพอแก่ลูกจ้างที่เข้าร่วมกิจกรรมของสหภาพแรงงาน กฎหมายอนุญาตให้สหภาพแรงงานดำเนินกิจกรรมได้โดยรัฐบาลไม่เข้าแทรกแซง นอกจากนี้ กฎหมายยังอนุญาตให้คนงานหยุดงานประท้วง และในทางปฏิบัติ ก็มีการใช้สิทธิ์ดังกล่าว
กฎหมายห้ามข้าราชการ รวมทั้งครูประจำโรงเรียนของรัฐจัดตั้งหรือจดทะเบียนสหภาพแรงงาน แต่สามารถจัดตั้งและจดทะเบียนในรูปของสมาคม ซึ่งไม่มีอำนาจในการต่อรองแบบกลุ่ม แรงงานต่างด้าว ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่จดทะเบียนแล้วหรืออาศัยอยู่ในประเทศอย่างผิดกฎหมายไม่มีสิทธิ์จัดตั้งสหภาพแรงงานหรือดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่สหภาพแรงงาน อย่างไรก็ตาม แรงงานต่างด้าวที่จดทะเบียนแล้วอาจเข้าเป็นสมาชิกของสหภาพแรงงานที่จัดตั้งและบริหารโดยคนไทย กระทรวงแรงงานกำหนดให้แรงงานต่างด้าวต้องต่อใบอนุญาตทำงานชั่วคราวทุกปี มีแรงงานต่าวด้าวจดทะเบียนไม่กี่คนที่เป็นสมาชิกสหภาพแรงงานหรืออาจไม่มีเลย มีแรงงานต่างด้าวจำนวนมากทำงานในโรงงานใกล้กับจุดผ่านแดน ซึ่งมีการละเมิดกฎหมายแรงงานอยู่เป็นประจำ และไม่ค่อยมีการตรวจสอบว่าโรงงานเหล่านั้นปฏิบัติตามกฎหมายหรือไม่
แรงงานทั่วประเทศมีจำนวน 36.9 ล้าน น้อยกว่าร้อยละ 4 ของแรงงานทั่วประเทศ แต่เกือบร้อยละ 11 ของคนงานภาคอุตสาหกรรมและกว่าร้อยละ 50 ของคนงานรัฐวิสาหกิจเป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน ช่วงปลายปี พ.ศ. 2550 มีสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ 43 แห่งประกอบด้วยสมาชิกทั้งหมด 170,630 คน และมีสหภาพแรงงานของเอกชน 1,243 แห่งประกอบด้วยสมาชิก 331,250 คน เกือบสองในสามของผู้ใช้แรงงานอยู่ในภาคแรงงานที่ไม่เป็นทางการซึ่งไม่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายแรงงาน และไม่มีประกันสังคม แรงงานอย่างไม่เป็นทางการส่วนใหญ่อยู่ในภาคเกษตรกรรม ค้าส่ง ค้าปลีก โรงแรม ร้านอาหาร และอุตสาหกรรมก่อสร้าง
ผู้นำสหภาพแรงงานและผู้สังเกตการณ์ฝ่ายวิชาการรายงานว่า นายจ้างมักเลือกปฏิบัติต่อลูกจ้างที่พยายามก่อตั้งสหภาพฯ กฎหมายไม่ได้คุ้มครองลูกจ้างจากการถูกนายจ้างแก้แค้นถ้าลูกจ้างเข้าร่วมกิจกรรมของสหภาพแรงงานก่อนจะมีการจดทะเบียนสหภาพฯ และนายจ้างอาจใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายนี้สะกัดกั้นความพยายามในการจัดตั้งสหภาพฯ นายจ้างใช้ช่องโหว่ในพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์เพื่อไล่ผู้นำสหภาพออกจากงานก่อนที่รัฐบาลจะให้การรับรองสหภาพ
พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์รัฐวิสาหกิจจำกัดการเกี่ยวข้องระหว่างสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจกับสหภาพแรงงานภาคเอกชน อย่างไรก็ดี สมาพันธ์ของสหภาพสามารถเกี่ยวข้องกันได้ ข้อจำกัดนี้เป็นการแบ่งแยกการเคลื่อนไหวของสหภาพระหว่างรัฐวิสาหกิจและภาคเอกชน อย่างไรก็ตาม ยังมีการติดต่อกันอย่างไม่เป็นทางการระหว่างพนักงานของรัฐและเอกชนในระดับสหภาพแรงงานอยู่ และรัฐบาลก็ไม่ได้เข้าไปแทรกแซงความสัมพันธ์ดังกล่าวนี้ โดยทั่วไปสหภาพแรงงานของรัฐวิสาหกิจจะดำเนินการอย่างเป็นอิสระจากรัฐบาลและองค์กรอื่น ๆ ข้อขัดแย้งภายใน การทุจริตและการขาดผู้นำยังคงเป็นสาเหตุที่ทำให้ขบวนการเคลื่อนไหวด้านแรงงานอ่อนแอลง
กฎหมายห้ามนายจ้างใช้มาตรการต่อต้านสหภาพแรงงาน แต่กำหนดว่าสมาชิกสหภาพแรงงานต้องเป็นพนักงานเต็มเวลาของบริษัทหรือรัฐวิสาหกิจ ซึ่งทำให้ลูกจ้างอาจถูกรังแกโดยนายจ้างที่จ้องจะลงโทษลูกจ้างที่มีตำแหน่งในสหภาพฯ หรือพยายามก่อตั้งสหภาพฯ ข้อจำกัดดังกล่าวเป็นการจำกัดเจ้าหน้าที่ประจำของสหภาพในการจัดกิจกรรมและมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างแข็งขัน นอกจากนี้ พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ยังอนุญาตให้สหภาพแรงงานมีที่ปรึกษาที่เป็นบุคคลนอกองค์กรและได้รับใบอนุญาตจากรัฐเพียง 2 คน และกระทรวงแรงงานก็มักกีดกันบุคคลที่เห็นว่าชอบเคลื่อนไหวมากเกินไปไม่ให้จดทะเบียนเป็นที่ปรึกษาด้านแรงงาน ผู้นำสหภาพฯ และผู้สังเกตการณ์ภายนอกร้องทุกข์ว่าข้อจำกัดนี้ขัดขวางความสามารถในการฝึกเจ้าหน้าที่สหภาพฯ และการพัฒนาความเชี่ยวชาญในการร่วมเจรจาต่อรองระหว่างนายจ้างกับสหภาพแรงงาน ซึ่งทำให้มีการเปลี่ยนตัวผู้นำสหภาพฯ กันบ่อยๆ
ผู้นำสหภาพแรงงานอาจถูกไล่ออกด้วยเหตุผลใดก็ได้ แต่ต้องมีการจ่ายเงินชดเชยเมื่อเลิกจ้าง ในสถานการณ์ดังกล่าว กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ต้องรับพนักงานดังกล่าวเข้าทำงานตามเดิม และนายจ้างก็ไม่ได้ปฏิบัติตามกฎเกี่ยวกับการจ่ายเงินชดเชยการเลิกจ้างเสมอไป ในบางกรณี ศาลแรงงานได้สั่งให้นายจ้างบรรจุลูกจ้างเข้าทำงานตามเดิมเมื่อพบว่าพนักงานถูกไล่ออกเนื่องจากร่วมกิจกรรมสหภาพแรงงานซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตาม เนื่องจากกระบวนการบรรจุพนักงานเข้าทำงานใหม่ใช้เวลานานและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายสำหรับนายจ้าง กรณีส่วนใหญ่จึงมักตกลงกันได้นอกศาลและลูกจ้างจะได้รับเงินชดเชย โดยนายจ้างไม่ต้องถูกมาตรการลงโทษใดๆ
ในวันที่ 29 กรกฎาคม บริษัทเสื้อผ้าไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนลไล่ผู้นำสหภาพแรงงานชื่อ น.ส. จิตรา คงเดช ออกจากบริษัทโดยอ้างว่าดูหมิ่นสถาบัน และทำลายชื่อเสียงของบริษัทหลังจากที่ น.ส. จิตราสวมเสื้อเรียกร้องสิทธิที่จะไม่ต้องยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมีขณะไปปรากฏตัวในรายการทอล์คโชว์ทางโทรทัศน์ สมาชิกสหภาพเกือบ 3,000 คนได้ออกมาประท้วงนอกโรงงานที่จังหวัดสมุทรปราการเพื่อแสดงการสนับสนุน
น.ส. จิตรา ในวันที่ 29 สิงหาคม หลังการเจรจาระหว่างสหภาพและผู้บริหาร บริษัทไทรอัมพ์ได้รับคนงานทั้งหมดเข้าทำงานตามเดิมยกเว้น น.ส. จิตรา นอกจากนี้ ไทรอัมพ์ยังจ่ายเงินให้สมาชิกสหภาพทุกคนคนละ 5,200 บาท น.ส. จิตราได้ร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน และขอให้มีการพิจารณาคดีใหม่โดยศาลแรงงานจังหวัดสมุทรปราการ บริษัทไทรอัมพ์ได้จ่ายเงินเดือนให้น.ส. จิตราจนถึงวันพิจารณาคดีใหม่ในวันที่ 27 พฤศจิกายน ศาลตัดสินให้บริษัทไทรอัมพ์เป็นผ่ายถูก และอนุญาตให้บริษัทไล่ น.ส. จิตราออกจากงานโดยไม่ต้องจ่ายเงินชดเชย ศาลไม่ได้ตีพิมพ์คำตัดสินดังกล่าวเนื่องจากเกี่ยวข้องกับคดีหมิ่นสถาบัน น.ส. จิตรามีแผนการที่จะอุทธรณ์คำตัดสิน
รัฐบาลมีอำนาจที่จะห้ามภาคเอกชนก่อการประท้วงในกรณีที่จะทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศหรือก่อให้เกิดผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อประชาชนโดยรวม อย่างไรก็ตาม รัฐบาลใช้ข้อบังคับนี้น้อยมาก และไม่ได้นำมาใช้เลยในช่วงปีกฎหมายแรงงานยังห้ามกลุ่มที่ให้ “บริการที่จำเป็นแก่ประชาชน” ก่อการประท้วง โดยรัฐบาลให้คำจำกัดความกลุ่มดังกล่าวกว้างกว่าเกณฑ์ที่องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) กำหนดไว้ และรวมถึงหน่วยงานต่าง ๆ เช่น โทรคมนาคม การไฟฟ้า การประปา และการขนส่งมวลชน กฎหมายยังห้ามการเลิกจ้างผู้ที่ทำการประท้วงอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่มีนายจ้างบางคนที่แกล้งมอบหมายงานที่ไม่ดี ลดชั่วโมงการทำงานและลดโบนัสเพื่อเป็นการลงโทษผู้ประท้วง กฎหมายอนุญาตให้นายจ้างมีสิทธิจ้างคนมาทำงานแทนผู้ประท้วง กฎหมายแรงงานสัมพันธ์รัฐวิสาหกิจให้สิทธิลูกจ้างรัฐวิสาหกิจในการจัดตั้งองค์กรเช่นเดียวกับในภาคเอกชน กฎหมายดังกล่าวห้ามนายจ้างปิดกิจการชั่วคราวเพื่อต่อรองกับลูกจ้างที่ประท้วงอยู่และห้ามลูกจ้างของรัฐวิสาหกิจประท้วง การประท้วงของภาคเอกชนถูกจำกัดด้วยข้อกำหนดทางกฎหมายที่ให้มีการเรียกประชุมทั่วไปของสมาชิกสหภาพแรงงานและการประท้วงจะต้องได้รับการเห็นชอบจากสมาชิกร้อยละ 50
ในช่วงปี มีกรณีพิพาทด้านแรงงาน 87 กรณี การประท้วงที่กระทำอย่างถูกต้องตามกฎหมาย 2 ครั้ง และมีพนักงานร่วมประท้วงกว่า 48,000 คน นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่านายจ้างปิดกิจการชั่วคราวสามราย ความขัดแย้งส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของค่าจ้าง การที่นายจ้างไม่ได้ให้บริการตามที่ตกลงไว้ การโอนลูกจ้างไปทำงานหน้าที่ใหม่ และจำนวนวันและชั่วโมงการทำงาน ในช่วงปี มีการประท้วงโดยพนักงานจำนวนมากที่ถูกเลิกจ้างโดยไม่ได้รับเงินชดเชยและมีการปิดโรงงาน
ข. สิทธิในการจัดตั้งองค์กรและการร่วมเจรจาต่อรองแบบกลุ่ม
กฎหมายรับรองสิทธิของพนักงานภาคเอกชนในการจัดตั้งองค์กรและดำเนินการร่วมเจรจาต่อรอง อย่างไรก็ตาม ความพยายามของรัฐบาลที่จะคุ้มครองสิทธิดังกล่าวยังมีน้อย กฎหมายกำหนดกลไกสำหรับการร่วมเจรจาต่อรองดังกล่าว รวมทั้งขั้นตอนการไกล่เกลี่ยและตัดสินกรณีพิพาทที่รัฐบาลให้ความช่วยเหลือ ในทางปฏิบัติ มีการร่วมเจรจาต่อรองอย่างแท้จริงเกิดขึ้นในสถานที่ทำงานเพียงไม่กี่แห่ง และส่วนใหญ่ก็ดำเนินไปในลักษณะที่กลุ่มลูกจ้างขาดทักษะความเชี่ยวชาญในการต่อรอง ส่วนนายจ้างก็ยึดถือทัศนคติที่ว่าตนเองมีอำนาจเหนือกว่า
การขึ้นค่าจ้างแรงงานส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการปรับขึ้นอัตราค่าแรงขั้นต่ำมากกว่าจะเป็นผลของการร่วมเจรจาต่อรอง กระบวนการกำหนดอัตราค่าแรงขั้นต่ำในระดับท้องถิ่นโดยคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ไตรภาคีประจำจังหวัดอาจจำกัดอำนาจของสหภาพแรงงานยิ่งขึ้น เนื่องจากคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ไตรภาคีในหลายจังหวัดกีดกันตัวแทนของกลุ่มผู้ใช้แรงงานไม่ให้เข้าร่วมเป็นกรรมการด้วย แต่ให้ผู้จัดการโรงงานเข้าไปเป็นกรรมการพิจารณาค่าแรงขั้นต่ำในฐานะตัวแทนผลประโยชน์ฝ่ายผู้ใช้แรงงาน
ผู้นำสหภาพแรงงานและผู้สังเกตการณ์ฝ่ายวิชาการรายงานว่า นายจ้างมักเลือกปฏิบัติต่อลูกจ้างที่พยายามก่อตั้งสหภาพฯ กฎหมายไม่ได้คุ้มครองลูกจ้างจากการถูกนายจ้างแก้แค้นถ้าลูกจ้างเข้าร่วมกิจกรรมของสหภาพแรงงานก่อนจะมีการจดทะเบียนสหภาพฯ และนายจ้างอาจใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายนี้สกัดกั้นความพยายามในการจัดตั้งสหภาพฯ นายจ้างใช้ช่องโหว่ในพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์เพื่อไล่ผู้นำสหภาพออกจากงานก่อนที่รัฐบาลจะให้การรับรองสหภาพ ในช่วงปี มีรายงานคนงานถูกไล่ออกเพราะร่วมกิจกรรมของสหภาพแรงงาน ในบางกรณี ศาลสั่งให้นายจ้างรับคนงานกลับเข้าทำงานตามเดิมถ้าพิสูจน์แล้วว่าสาเหตุของการไล่ออกไม่เป็นความจริง
ระบบศาลแรงงานทำหน้าที่พิจารณาคดีแรงงานในภาคเอกชนเกือบทุกเรื่องที่กฎหมายแรงงานครอบคลุม อย่างไรก็ดี มีรายงานของการฉ้อฉลภายในระบบ และมีหลักฐานว่าลูกจ้างไม่ได้รับเงินชดเชยตามที่ศาลตัดสินหรือไม่ก็ได้รับเงินไม่ครบ ปัญหาที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ด้านแรงงานโดยส่วนรวมได้รับการตัดสินโดยคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ไตรภาคีและจะมีศาลแรงงานเป็นผู้ทบทวน คนงานอาจร้องทุกข์ได้โดยผ่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กฎหมายให้อำนาจกระทรวงแรงงานในการส่งเรื่องกรณีพิพาทด้านแรงงานของภาคเอกชนไปให้กลุ่มที่รัฐบาลเป็นผู้แต่งตั้งทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยนอกเหนือจากคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ แม้จะไม่ค่อยมีการใช้อำนาจทางกฎหมายนี้เท่าใดนัก แต่องค์การแรงงานระหว่างประเทศก็พิจารณาว่าระเบียบนี้เป็นที่ยอมรับได้เฉพาะในกรณีที่เกี่ยวข้องกับงานบริการสำคัญที่กำหนดไว้เท่านั้น คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์รัฐวิสาหกิจมีหน้าที่แก้ไขปัญหาที่พนักงานรัฐวิสาหกิจร้องทุกข์ โดยทั่วไปแล้ว ผู้นำแรงงานพอใจกับการแก้ปัญหาโดยองค์กรเหล่านี้ แม้จะมีคำอุทธรณ์ว่าผู้นำสหภาพแรงงานที่ถูกไล่ออกจากงานโดยไม่เป็นธรรมได้รับเพียงเงินเดือนย้อนหลัง แต่นายจ้างไม่ได้ถูกลงโทษแต่อย่างใด เรื่องนี้ทำให้นายจ้างไม่ค่อยยับยั้งชั่งใจที่จะไล่ผู้จัดตั้งสหภาพและนักเคลื่อนไหวออก
บริษัทนายหน้าจัดหาแรงงานได้ใช้ “ระบบการทำสัญญาแรงงาน” โดยคนงานจะเซ็นสัญญาเป็นรายปี คนงานที่ทำสัญญารายปีจะไม่ได้รับการคุ้มครองภายใต้ พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ หรือ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน คนงานเหล่านี้ไม่สามารถต่อรองร่วมกันเพื่อเรียกร้องค่าจ้างและสวัสดิการพิเศษอื่นๆ แม้ว่าคนเหล่านี้จะทำงานประเภทเดียวกันกับคนงานที่ได้รับการว่าจ้างโดยตรง แต่กลับได้รับค่าจ้างน้อยกว่าและได้รับสวัสดิการพิเศษอื่นๆ เพียงเล็กน้อยหรืออาจไม่ได้เลย อย่างไรก็ตาม พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ฉบับใหม่ที่มีผลบังคับใช้ในวันที่ 27 พฤษภาคม กำหนดว่าคนงานที่ทำสัญญารายปีต้องได้รับผลประโยชน์และสวัสดิการเช่นกัน พ.ร.บ.ฉบับใหม่นี้ยังกำหนดด้วยว่าไม่ว่าคนงานที่ทำสัญญานี้จะถูกจ้างจากภายนอกและได้รับค่าจ้างจากอีกบริษัทหนึ่งหรือไม่ก็ตาม บริษัทที่ทำสัญญาถือเป็นนายจ้าง แต่พ.ร.บ. ฉบับใหม่ไม่ได้ให้คำจำกัดความของคำว่าผลประโยชน์และสวัสดิการอย่างชัดเจน
ไม่มีกฎหมายพิเศษหรือข้อยกเว้นจากกฎหมายแรงงานปกติสำหรับเขตอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก ซึ่งมักจะให้อัตราค่าจ้างและมีสภาพการทำงานที่ดีกว่าเกณฑ์ปกติของประเทศ อย่างไรก็ตาม ผู้นำสหภาพแรงงานกล่าวหาว่าสมาคมนายจ้างจัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยกันกีดกันไม่ให้มีการก่อตั้งสหภาพแรงงาน
ค. การห้ามการบังคับใช้แรงงาน
รัฐธรรมนูญห้ามการบังคับใช้แรงงาน รวมทั้งแรงงานเด็ก ยกเว้นในกรณีที่ประเทศตกอยู่ในภาวะฉุกเฉิน เกิดสงคราม หรือมีการประกาศกฎอัยการศึก อย่างไรก็ดี รัฐบาลไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิผลในภาคธุรกิจที่ไม่เป็นทางการขนาดใหญ่
ตามปกติ นายจ้างมักเก็บเอกสารการจดทะเบียนและเอกสารเดินทางของแรงงานต่างด้าวไว้ ซึ่งเป็นการจำกัดการเดินทางออกนอกสถานที่ทำงานของแรงงานต่างด้าวเหล่านี้ ยังคงมีรายงานเกี่ยวกับโรงงานเถื่อนหรือการกดขี่แรงงานในไร่ปศุสัตว์ เรือประมง โรงงานผลิตอาหารสัตว์ และโรงงานผลิตอาหารทะเล ซึ่งนายจ้างห้ามคนงาน โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าวออกนอกสถานที่ ไม่มีการประมาณตัวเลขว่ามีโรงงานหรือโรงงงานเถื่อนประเภทนี้อยู่เท่าใด แต่แรงงานต่างด้าวชาวพม่า กัมพูชา และลาวที่มีอยู่เป็นจำนวนมากเปิดโอกาสให้มีการละเมิดสิทธิเช่นนี้ได้ง่าย
ในวันที่ 16 มกราคม ตำรวจช่วยเหลือเด็กหญิงชาวลาว 3 คนและจับกุมชาวไทย 3 คนในข้อหาทารุณและใช้แรงงานเด็ก เด็กหญิงเหล่านี้ทำงานเป็นคนรับใช้ในบ้านในจังหวัดสมุทรปราการเป็นเวลา 2 ปีก่อนได้รับความช่วยเหลือจากตำรวจ และถูกนายจ้างตีหรือเอาไฟจี้เมื่อไม่พอใจ
ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ แรงงานต่างด้าวชาวพม่า 4 คนถูกจ่อยิงเสียชีวิตในขณะที่มือถูกมัดอยู่ที่สวนยางแห่งหนึ่งในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตำรวจจับกุมผู้ต้องสงสัยได้
6 ราย ผู้ต้องสงสัย 5 รายถูกพิจารณาคดี ในวันที่ 25 ธันวาคม ผู้ต้องสงสัย 3 รายถูกศาลตัดสินประหารชีวิตและอีก 2 รายถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต
ตำรวจจับกุมผู้ต้องสงสัย 4 รายในคดีสังหารแรงงานชาวกะเหรี่ยงรายหนึ่งขณะพยายามหลบหนีออกจากโรงงานที่จังหวัดสุพรรณบุรีในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2550 มีรายงานว่าแรงงานกะเหรี่ยงผู้นี้ถูกนายจ้างบังคับใช้แรงงานและทารุณร่างกาย นายศราวุธ อายุเคนถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมและจัดหางานและที่พักแก่แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ในปี พ.ศ. 2550 ศาลตัดสินจำคุกนายศราวุธ อายุเคนเป็นเวลา 12 เดือนและปรับเป็นจำนวนเงิน 35,000 บาท แต่นายศราวุธ อายุเคนรับสารภาพผิด จึงได้รับการลดโทษเป็นรอลงอาญา 2 ปีและปรับ 17,500 บาท ส่วนคดีฟ้องผู้ต้องหาอีก 3 รายยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลประจำจังหวัด
ปัญหาที่คนไทยซึ่งทำงานในต่างประเทศต้องประสบอยู่เน้นถึงปัญหาของการเรียกเก็บค่าหัวคิวอย่างผิดกฎหมายจากบริษัทจัดหาแรงงานซึ่งคิดค่าหัวคิวเป็นจำนวนเงินเท่าๆ กับรายได้ในปีแรกและปีที่สองของคนงานรวมกัน มีหลายกรณีที่คนงานไม่ได้รับเงินค่าจ้างตามที่สัญญาระบุไว้ และทำให้เกิดหนี้สินจำนวนมาก ธนาคารในประเทศมีส่วนอำนวยความสะดวกให้การปฏิบัติดังกล่าว โดยการเสนอเงินกู้จำนวนมากให้คนงานเพื่อจะได้มีเงินจ่ายค่าหัวคิว โดยค่าหัวคิวดังกล่าวมีจำนวนตั้งแต่ 300,000 – 1,000,000 บาทสำหรับคนที่ต้องการไปทำงานในต่างประเทศ
ง. การใช้แรงงานเด็กและเกณฑ์อายุต่ำสุดของการจ้างงาน
โดยทั่วไป เด็กในภาคเศรษฐกิจอย่างเป็นทางการได้รับความคุ้มครองทางกฎหมายอย่างเพียงพอ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานเป็นกฎหมายหลักที่กำกับดูแลการจ้างงานเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี กฎหมายห้ามการจ้างงานเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี และห้ามการว่าจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีให้ทำงานที่อันตราย ซึ่งรวมถึงงานใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับโลหะ สารเคมีอันตราย วัสดุมีพิษ รังสี และอุณหภูมิหรือระดับเสียงที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย
การสัมผัสกับจุลินทรีย์ที่มีพิษ การใช้อุปกรณ์ที่มีน้ำหนักมาก การทำงานใต้ดินหรือใต้น้ำ การทำงานในสถานที่ที่มีการจำหน่ายแอลกอฮอล์ หรืองานในโรงแรมหรือสถานอาบอบนวด โทษสูงสุดสำหรับผู้ฝ่าฝืนกฎหมายดังกล่าวคือโทษจำคุกหนึ่งปี อย่างไรก็ตาม กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้ครอบคลุมภาคเกษตรกรรมและภาคเศรษฐกิจที่ไม่เป็นทางการ รวมทั้งงานเด็กรับใช้ตามบ้าน ซึ่งใช้แรงงานส่วนใหญ่จากตลาดแรงงาน และมีเด็กทำงานอยู่เป็นจำนวนมาก กฎหมายอนุญาตให้มีการออกกฎกระทรวงเพื่อใช้กับภาคเศรษฐกิจที่กฎหมายครอบคลุมไม่ถึง และตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 เป็นต้นมา กฎกระทรวงก็ได้ขยายความคุ้มครองสำหรับเด็กที่ทำงานตามบ้านและภาคเกษตรกรรม เกณฑ์อายุต่ำสุดของการจ้างงานสอดคล้องกับการศึกษาภาคบังคับของประเทศ
แรงงานเด็กยังคงเป็นปัญหาอยู่ โดยเฉพาะในภาคเกษตรกรรม การประมง งานบ้าน อุตสาหกรรมบันเทิง และการขอทาน ผลการสำรวจที่ขัดแย้งกันของหน่วยงานราชการต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่มองข้ามเด็กต่างชาติและเด็กที่ทำงานในอุตสาหกรรมผิดกฎหมาย ทำให้การประเมินขอบเขตของปัญหาเป็นไปได้ยาก จากการศึกษาที่ได้รับเงินสนับสนุนจากกระทรวงแรงงานและองค์การแรงงานระหว่างประเทศ การใช้แรงงานเด็กมีจำนวนลดลง และเด็กที่อยู่ในกลุ่มแรงงานนั้นมีน้อยกว่าร้อยละ 1 อย่างไรก็ตาม การใช้แรงงานเด็กต่างด้าว โดยเฉพาะจากพม่า ยังมีอยู่ทั่วไปและเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ
กระทรวงแรงงานคาดการณ์ว่ามีเด็กอายุระหว่าง 15 -17 ปีประมาณ 300,000 คนที่กำลังทำงานอยู่อย่างผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตาม แรงงานเด็กทั้งหมดมีจำนวนมากกว่านี้ถ้านับรวมถึงแรงงานเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีและแรงงานเด็กต่างด้าวที่ไม่ได้จดทะเบียน องค์กรเอกชนรายงานว่าร้อยละ 2-4 ของเด็กอายุระหว่าง 6 - 14 ปีทำงานอยู่ในเมืองอย่างผิดกฎหมาย และเสี่ยงต่อการถูกละเมิดสิทธิด้านอื่นๆ ที่กำหนดไว้ในกฎหมายแรงงาน เด็กอายุต่ำกว่าเกณฑ์ที่ทำงานอยู่ในเมืองส่วนใหญ่จะทำงานในภาคบริการ โดยส่วนใหญ่จะอยู่ตามปั๊มน้ำมัน อุตสาหกรรมขนาดย่อมและร้านอาหาร แต่การใช้แรงงานเด็กในโรงงานที่เน้นการผลิตเพื่อส่งออกนั้นเห็นชัดน้อยกว่า องค์กรเอกชนยังรายงานว่ามีการใช้แรงงานเด็กในโรงงานผลิตเสื้อผ้าหลายแห่งที่ตั้งอยู่ตามชายแดนพม่าด้านอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก อย่างไรก็ดี ไม่มีการสำรวจการใช้แรงงานเด็กทั่วประเทศอย่างถ้วนทั่วเนื่องจากองค์กรเอกชนไม่มีสิทธิ์เข้าไปตรวจตามโรงงานที่ตั้งอยู่ในห้องแถว องค์กรเอกชนรายงานว่าเด็กที่ทำงานเป็นคนรับใช้ตามบ้านส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าวจากพม่า กัมพูชาและลาว และส่วนใหญ่อยู่ในประเทศอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งทำให้โอกาสที่จะถูกแสวงประโยชน์มีมากขึ้น บทบัญญัติเกี่ยวกับค่าจ้างขั้นต่ำและอายุขั้นต่ำในการจ้างงานของพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานไม่ได้ครอบคลุมถึงเด็กรับใช้ตามบ้าน ซึ่งเชื่อกันว่าบางคนมีอายุต่ำกว่า 15 ปี อย่างไรก็ตาม ระเบียบข้อบังคับที่เพิ่งออกเมื่อไม่นานมานี้ได้ขยายความคุ้มครองถึงเด็กรับใช้ตามบ้านและเด็กที่ทำงานในภาคเกษตรกรรม แต่ยังไม่เคยมีการประเมินผลจากการบังคับใช้กฎระเบียบดังกล่าว
เด็ก (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนต่างชาติ) ถูกแสวงประโยชน์โดยให้ขายสินค้าตามถนน ขอทาน ทำงานรับใช้ตามบ้าน ทำงานเกษตร และทำงานเป็นโสเภณีในเขตตัวเมือง ซึ่งบางครั้งก็เป็นการทำงานล้างหนี้ มีรายงานว่ามีเด็กข้างถนนที่ถูกซื้อ ถูกเช่า หรือถูก “ขอยืม” โดยวิธีการบังคับจากบิดามารดาหรือผู้ปกครองเพื่อให้มาขอทานอยู่กับผู้หญิงตามถนน ผลการศึกษาขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ ปี พ.ศ. 2549 สรุปว่าเกือบครึ่งหนึ่งของแรงงานเด็กเกี่ยวข้องกับการใช้แรงงานเด็กรูปแบบที่เลวร้ายที่สุดโดยมีชั่วโมงทำงานที่ยาว (กว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน) และเป็นงานที่อันตราย
กระทรวงแรงงานเป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบการบังคับใช้กฎหมายและนโยบายที่เกี่ยวกับแรงงานเด็ก ในปี พ.ศ. 2550 กระทรวงแรงงานตรวจสถานประกอบการ 672 แห่งที่มีเด็ก (อายุต่ำกว่า 18 ปี) ทำงานจำนวน 10,044 คน ในจำนวนนี้มี 4 แห่งที่มีเด็กอายุต่ำกว่าเกณฑ์ (ส่วนใหญ่อายุต่ำกว่า 15 ปี) ตามปกติ ผู้ตรวจการจะดำเนินการต่อเมื่อมีการร้องทุกข์ เมื่อได้รับรายงานจากครูว่ามีเด็กนักเรียนหายตัวไป หรือเมื่อเป็นข่าวในหนังสือพิมพ์เท่านั้น และเมื่อมีผู้ละเมิดในกรณีดังกล่าว เจ้าหน้าที่มักจะขอให้ผู้ละเมิดให้สัญญาว่าจะปรับปรุงพฤติกรรมของตนให้ดีขึ้นแทนที่จะดำเนินคดีและลงโทษ การที่กฎหมายกำหนดให้เจ้าหน้าที่ต้องมีหมายค้นคืออุปสรรคในการเข้าตรวจตามบ้านเรือนเพื่อดูแลสวัสดิภาพของเด็กรับใช้ตามบ้าน
จ. สภาพการทำงานที่ยอมรับได้
อัตราค่าแรงขั้นต่ำกำหนดไว้ที่ 148 ถึง 203 บาทต่อวัน ขึ้นอยู่กับระดับค่าครองชีพในแต่ละจังหวัด ค่าจ้างดังกล่าวไม่เพียงพอสำหรับมาตรฐานการครองชีพที่เหมาะสมสำหรับคนงานและครอบครัว แม้จะมีการเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำในช่วงปี โดยเฉพาะในจังหวัดที่ติดกับกรุงเทพมหานคร แต่ก็ยังตามไม่ทันอัตราเงินเฟ้อ คณะกรรมการไตรภาคีของจังหวัดเป็นผู้กำหนดอัตราค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ ซึ่งในบางครั้งคณะกรรมการดังกล่าวประกอบไปด้วยผู้แทนของนายจ้างเพียงฝ่ายเดียว
รัฐบาลเป็นผู้กำหนดอัตราค่าจ้างสำหรับพนักงานรัฐวิสาหกิจตามพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ ส่วนอัตราค่าจ้างสำหรับข้าราชการพลเรือนนั้น สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนเป็นผู้กำหนด อย่างไรก็ดี พ.ร.บ. ข้าราชการพลเรือนฉบับใหม่ที่มีผลบังคับใช้ในวันที่ 26 มกราคม ให้กระทรวงหรือกรมมีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการจัดทำระดับเงินเดือนข้าราชการพลเรือน
กระทรวงแรงงานมีหน้าที่ดูแลให้นายจ้างปฏิบัติตามข้อกำหนดว่าด้วยค่าแรงขั้นต่ำ (ใช้กับภาคแรงงานที่เป็นทางการ) อย่างไรก็ตาม การบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยค่าแรงขั้นต่ำยังมีความสับสนอยู่ นักวิชาการคาดว่าหนึ่งในสามของแรงงานในภาคที่เป็นทางการทั่วประเทศได้รับค่าแรงต่ำกว่าอัตราค่าแรงขั้นต่ำโดยเฉพาะแรงงานในต่างจังหวัด นอกจากนี้ กฎหมายแรงงานหลายฉบับ รวมทั้งกฎหมายว่าด้วยค่าแรงขั้นต่ำ ไม่ครอบคลุมถึงแรงงานที่ไม่มีเอกสารประจำตัว ซึ่งส่วนใหญ่ได้แก่ ชาวเขาและคนต่างด้าวผิดกฎหมาย ประมาณว่ามีแรงงานต่างด้าวไร้ฝีมือหรือกึ่งไร้ฝีมือประมาณ 1 ถึง 2 ล้านคนได้ค่าแรงน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของค่าแรงขั้นต่ำ
พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานกำหนดเวลาทำงานตายตัวขึ้น คือ 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และทำงานล่วงเวลาได้ไม่เกิน 36 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ตามกฎหมายแล้ว ลูกจ้างที่ต้องทำงาน “เสี่ยงอันตราย” เช่น ในอุตสาหกรรมเคมี เหมืองแร่หรืออุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่ต้องเกี่ยวข้องกับเครื่องจักรหนัก ห้ามทำงานเกิน 42 ชั่วโมงต่อสัปดาห์และห้ามทำงานล่วงเวลา พนักงานในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีห้ามทำงานเกิน 12 ชั่วโมงต่อหนึ่งวันและทำงานต่อเนื่องได้ไม่เกิน 28 วัน รัฐบาลบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับชั่วโมงทำงานที่เป็นมาตรฐาน มีรายงานว่าลูกจ้างบางรายถูกบังคับให้ทำงานล่วงเวลา ผู้ใดปฏิเสธก็จะถูกลงโทษและถูกไล่ออก โดยทั่วๆ ไป แรงงานต่างด้าวทำงานวันละ 12 ชั่วโมงและได้หยุดงานเดือนละหนึ่งวัน
สภาพการทำงานของสถานที่ต่าง ๆ จะแตกต่างกันค่อนข้างมาก ในปี พ.ศ. 2550 มีรายงานเกี่ยวกับการเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บจากอุบัติเหตุในอุตสาหกรรม 163,137 ราย ในจำนวนนี้ มีอัตราการบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยเล็กน้อย (ซึ่งทำให้ต้องลาป่วยไม่เกินสามวัน) จำนวน 117,585 คน และบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยมาก ซึ่งทำให้ต้องลาป่วยเกินสามวัน (รวมทั้งการพิการอย่างถาวรและการเสียชีวิต) จำนวน 2,628 ราย อย่างไรก็ตาม อัตราการเกิดอุบัติเหตุในภาคแรงงานนอกระบบและภาคเกษตรกรรมซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าคาดว่าน่าจะสูงกว่านี้ ผู้ที่เจ็บไข้ได้ป่วยอันมีสาเหตุเกี่ยวข้องกับงานอาชีพมักไม่ค่อยได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์หรือได้รับเงินชดเชย และไม่ค่อยมีแพทย์หรือคลีนิคเฉพาะทางสำหรับโรคเหล่านี้ สตรีต่างด้าวอายุน้อยที่ทำงานในโรงงานทอผ้าตามชายแดนพม่าในอำเภอแม่สอดจังหวัดตาก ซึ่งประมาณว่ามีจำนวน 50,000 คนได้รับการรักษาทางการแพทย์อย่างจำกัดและต่ำกว่ามาตรฐาน และมีหลายคนที่เป็นโรคที่เกิดจากความเครียดและอาการแทรกซ้อนจากการทำแท้ง ในโรงงานขนาดกลางและขนาดใหญ่ มักมีการนำมาตรฐานด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยที่ทางการกำหนดไว้มาใช้ แต่การบังคับใช้มาตรฐานด้านความปลอดภัยยังไม่เข้มงวด ในภาคเศรษฐกิจที่ไม่เป็นทางการซึ่งมีขนาดใหญ่ การให้ความคุ้มครองสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยจะต่ำกว่ามาตรฐาน
บทบัญญัติของพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานได้ขยายความคุ้มครองสำหรับพนักงานมีครรภ์ โดยกำหนดมิให้ทำงานกะกลางคืน ทำงานล่วงเวลา ทำงานในวันหยุด ใช้เครื่องจักรที่มีอันตรายหรือทำงานในเรือ มีรายงานว่านายจ้างของแรงงานสตรีต่างด้าวมักไล่คนงานที่ตั้งครรภ์ออก แม้ว่าพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานจะห้ามไล่คนงานที่ตั้งครรภ์ออก ไม่ว่าคนงานจะมีสัญชาติใด
กระทรวงแรงงานประกาศกฎระเบียบด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสภาพการทำงานและมีหน้าที่บังคับใช้กฎระเบียบเหล่านี้ แต่หน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบขาดประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎระเบียบเนื่องจากขาดแคลนบุคลากรและงบประมาณ ไม่มีกฎหมายที่ให้ความคุ้มครองลูกจ้างที่ขอย้ายหน้าที่จากสภาพการทำงานที่มีอันตราย กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน ระบุว่าอุตสาหกรรมเหมืองแร่ การผลิตสินค้าผู้บริโภค และอุตสาหกรรมก่อสร้างฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับความปลอดภัยของคนงานมากที่สุด
การจ่ายเงินชดเชยแก่คนงานที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุในโรงงานอุตสาหกรรมมักล่าช้าหรือไม่เพียงพอ มีไม่กี่ครั้งที่ศาลตัดสินลงโทษผู้บริหารหรือเจ้าของสถานที่ทำงานที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น
แม้จะมีขั้นตอนใหม่ในการจดทะเบียน แต่แรงงานต่างด้าว โดยเฉพาะชาวพม่ายังคงเสี่ยงต่อการมีสภาพการทำงานที่เลวร้ายเนื่องจากไม่ได้รับสิทธิด้านแรงงาน องค์การนิรโทษกรรมสากลระบุว่าคนงานเหล่านี้มักได้รับค่าจ้างต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำมาก ต้องทำงานหลายชั่วโมงในสภาพการทำงานที่ไม่ถูกสุขลักษณะ และเสี่ยงต่อการถูกจับกุมและการส่งตัวกลับประเทศโดยปราศจากเหตุผล นอกจากนี้ ยังมีแรงงานต่างด้าวจำนวนมากที่ถูกหักเงินเดือนอย่างไม่สมควรเพื่อใช้เป็นค่าจดทะเบียน ค่ารักษาพยาบาล ชดเชยวันลาป่วย และการทำงานผิดพลาด แรงงานต่างด้าวจดทะเบียนที่พยายามนัดหยุดงานเพื่อเรียกร้องค่าจ้างขั้นต่ำและค่าจ้างย้อนหลังรวมทั้งสภาพการทำงานที่ดีขึ้น มักนำไปสู่การถูกส่งตัวกลับ ซึ่งน่าจะเป็นผลของความร่วมมือระหว่างเจ้าของโรงงานและเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองในท้องถิ่น
แรงงานต่างด้าวยังต้องเผชิญกับการเลือกปฏิบัติจากนโยบายของสำนักงานประกันสังคมซึ่งปฏิเสธสิทธิในการเข้าถึงกองทุนเงินทดแทนสำหรับแรงงานต่างด้าวที่พิการแต่จดทะเบียนแล้ว ในเดือนมกราคม กองทุนเงินทดแทนปฏิเสธคำอุทธรณ์ของแรงงานต่างด้าวชาวไทยใหญ่ชื่อนางหนุ่ม ไหมแสง ซึ่งประสบอุบัติเหตุจนพิการอย่างถาวรระหว่างงานก่อสร้างที่โรงแรมแชงกรีล่าจังหวัดเชียงใหม่ในปี พ.ศ. 2549 ในเดือนกุมภาพันธ์ นางหนุ่มได้ร้องเรียนต่อศาลแรงงาน และอ้างว่าหนังสือเวียนฉบับหนึ่งของสำนักงานประกันสังคมเป็นการเลือกปฏิบัติ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และละเมิดรัฐธรรมนูญ ในเดือนกรกฎาคม ศาลแรงงานปฏิเสธคำร้องของนางหนุ่ม ซึ่งถูกส่งต่อไปยังศาลฎีกาเพื่อรอการพิจารณา
ในเดือนเมษายน แรงงานต่างด้าวไทยใหญ่สามคน รวมทั้งนางหนุ่ม อัน ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อศาลปกครองขอให้มีการยกเลิกนโยบายดังกล่าวของสำนักงานประกันสังคม ในเดือนพฤศจิกายน ศาลปกครองสูงสุดตัดสินว่าศาลปกครองไม่มีอำนาจตัดสินในคดีแรงงาน ต่อมา องค์กรเอกชนได้ตั้งข้อสังเกตว่าระบบยุติธรรมมีช่องโหว่เกี่ยวกับอำนาจในการตัดสินความชอบธรรมทางกฎหมายของนโยบายด้านแรงงาน ไม่ว่าจะเป็นนโยบายแรงงานที่เกี่ยวกับคนสัญชาติไทยหรือแรงงานต่างด้าวก็ตาม
ในบางจังหวัด ผู้ว่าราชการได้ออกระเบียบจำกัดสิทธิของแรงงานต่างด้าวจังหวัดภูเก็ต ระนอง ระยอง พังงา สมุทรสาคร สุราษฎร์ธานี และกระบี่ได้ออกระเบียบซึ่งรวมถึงการห้ามแรงงานต่างด้าวเป็นเจ้าของโทรศัพท์มือถือหรือขี่จักรยานยนต์ ห้ามออกจากสถานที่ทำงานระหว่าง 20.00 – 6.00 น. ห้ามชุมนุมกันมากกว่าห้าคนขึ้นไป และห้ามจัดหรือมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางวัฒนธรรม อย่างไรก็ดี ไม่มีการบังคับใช้ระเบียบดังกล่าวอย่างเข้มงวด มีรายงานจำนวนมากเกี่ยวกับแรงงานต่างด้าวที่ถูกเจ้าหน้าที่กักขังและเรียกร้องเงินสินบนแลกกับการถูกส่งตัวกลับประเทศ นอกจากนี้ ยังมีรายงานที่น่าเชื่อถือต่อไปเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่องค์กรเอกชนที่ถูกทำร้ายหรือถูกข่มขู่ในขณะที่พยายามช่วยเหลือแรงงานต่างด้าว
