ข่าวสถานทูต
สารบัญข่าวสำหรับสื่อมวลชนประจำปีพ.ศ. 2550
18 ธันวาคม พ.ศ. 2550
14 ธันวาคม พ.ศ. 2550
7 ธันวาคม พ.ศ. 2550
10 ตุลาคม พ.ศ. 2550
2 ตุลาคม พ.ศ. 2550
1 ตุลาคม พ.ศ. 2550
28 กันยายน พ.ศ. 2550
25 กันยายน พ.ศ. 2550
14 กันยายน พ.ศ. 2550
29 สิงหาคม พ.ศ. 2550
15 มิถุนายน พ.ศ. 2550
1 มิถุนายน พ.ศ. 2550
18 พฤษภาคม พ.ศ. 2550
8 พฤษภาคม พ.ศ. 2550
27 เมษายน พ.ศ. 2550
21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550
คำแถลงของประธานาธิบดีบุช เรื่อง ผลการวินิจฉัยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพม่าของทูตผู้รายงานพิ
#054/07 วันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2550
คำแถลงของประธานาธิบดีบุช
เรื่อง ผลการวินิจฉัยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพม่าของทูตผู้รายงานพิเศษด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ
ข้าพเจ้ารู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างยิ่งเมื่อได้อ่านรายงานของนายเปาโล ปินเญโร ทูตผู้รายงานพิเศษด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติที่ออกเผยแพร่ในวันนี้ที่กรุงเจนีวา ซึ่งบันทึกผลการวินิจฉัยข้อเท็จจริงจากการเดินทางไปพม่าของท่านเมื่อเดือนที่ผ่านมา รายงานฉบับนี้ให้รายละเอียดที่น่าตระหนกมากขึ้นเกี่ยวกับการใช้ความรุนแรงของทางการพม่าในการจัดการกับการประท้วงของพระภิกษุสงฆ์และนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยตลอดทั้งการปฏิบัติตอบโต้อย่างรุนแรงที่ยังคงดำเนินอยู่ในขณะนี้
นายเปาโล ปินเญโร บรรยายว่ารัฐบาลทหารพม่าได้ข่มเหง กักขังและสังหารผู้เดินขบวนอย่างสงบอย่างไรบ้าง อาทิเช่น ทูตผู้รายงานพิเศษฯ ได้รับรายงานว่ามีการเผาศพจำนวนมากเมื่อ
วันที่ 27 – 30 กันยายน ที่ฌาปนสถาน Ye Way
ข้าพเจ้าขอประณามการกระทำดังกล่าวรวมทั้งการที่รัฐบาลทหารของพม่าปฏิเสธไม่ยอมรับว่าพม่าถึงเวลาเปลี่ยนแปลงแล้ว แม้แต่ในช่วงที่นายเปาโล ปินเญโร อยู่ในพม่า รัฐบาลทหารของพม่าก็ยังคงจับกุมและข่มเหงพระสงฆ์และนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย นอกจากนี้ รัฐบาลทหารยังปิดอารามสงฆ์จำนวนมาก ซึ่งรวมถึงวัด Maggin ในเมืองย่างกุ้งซึ่งเป็นศูนย์พำนักและดูแลรักษาผู้ป่วยติดเชื้อเอ็ชไอวี/เอดส์
รายงานของนายปินเญโร แสดงให้เห็นว่าเพราะเหตุใดโลกจึงไม่สามารถอดทนต่อนายพล ตาน ฉ่วยและรัฐบาลทหารผู้ยึดอำนาจการปกครองของเขาได้อีกต่อไป ข้าพเจ้าขอเรียกร้องให้สมาชิกประชาคมโลกทุกประเทศร่วมกันประณามความโหดเหี้ยมที่บรรยายอย่างละเอียดไว้ในรายงานของนายปินเญโร เมื่อเดือนที่แล้ว ข้าพเจ้าได้ประกาศบทลงโทษใหม่ต่อผู้นำรัฐบาลทหารของพม่าและพวกพ้อง หากรัฐบาลทหารของพม่ายังคงเพิกเฉยต่อการเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงไปสู่ระบอบประชาธิปไตยและให้ปล่อยตัวนางอองซานซูจีและนักโทษการเมืองคนอื่นๆ อยู่อีก สหรัฐอเมริกาก็พร้อมที่จะเป็นประเทศแรกที่เริ่มกำหนดบทลงโทษต่อรัฐบาลทหารของพม่าเพิ่มขึ้น ลอร่าและข้าพเจ้าจะขอยืนหยัดเคียงข้างประชาชนชาวพม่าในการแสวงหาเสรีภาพที่พวกเขาสมควรจะได้รับ
บทตัดทอนจากรายงานของนาย เปาโล เซอร์จิโก ปินเญโร
การใช้ความรุนแรงอย่างเกินควรต่อพลเรือน
รวมทั้งการใช้มาตรการร้ายแรงถึงชีวิตโดยไม่ยับยั้งและโดยไม่จำเป็น
วรรคที่ 29: ทูตผู้รายงานพิเศษฯ พบว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ซึ่งได้แก่ทหารและตำรวจปราบจลาจลได้ใช้ความรุนแรงอย่างเกินควรต่อพลเรือนระหว่างวันที่ 26 ถึง 29 กันยายน พ.ศ. 2550 แม้นานาชาติจะได้เรียกร้องให้รัฐบาลพม่าระงับการใช้ความรุนแรงในการดำเนินการควบคุมการเดินขบวนเพื่อความสงบเรียบร้อย ซึ่งรวมถึงการใช้อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนจริง กระสุนยาง ก๊าซน้ำตา ระเบิดควัน ตะบองไม้ไผ่หรือตะบองไม้ ตะบองยางและหนังสติ๊ก การใช้ความรุนแรงดังกล่าวเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตและการบาดเจ็บจำนวนมากดังที่มีรายงาน เหยื่อความรุนแรงดังกล่าวมีทั้งพระสงฆ์ ตลอดทั้งชาย หญิงและเด็กที่มีส่วนร่วมกับการประท้วงโดยตรงหรือเป็นเพียงผู้ดูเหตุการณ์ที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงเท่านั้น ในบางกรณี การทำร้ายร่างกายนี้กระทำต่อประชาชนทั่วไปโดยไม่เลือก แต่บางครั้งก็เจาะจงไล่ตามไปทุบตีทำร้ายรายบุคคลที่เพ่งเล็งไว้ อย่างน้อยมีผู้ร่วมประท้วงหนึ่งรายที่เสียชีวิตจากบาดแผลที่ถูกทำร้ายดังกล่าวใกล้เจดีย์ Suleเมืองย่างกุ้งเมื่อวันที่ 27 กันยายน คือ Ko Ko Win สมาชิกพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย มีรายงานอ้างการเจาะจงสังหารรายบุคคลและการใช้มือปืนลอบสังหารแต่ไม่มีการยืนยันรายงานดังกล่าว
วรรคที่ 35: แม้จะได้ดำเนินการร้องขอแล้ว แต่ทูตผู้รายงานพิเศษฯ ก็ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปตรวจสอบฌาปนสถานแห่งที่ 2 ในเมืองย่างกุ้ง ซึ่งฌาปนสถาน Ye Way นี้อยู่ใต้การควบคุมของผู้บัญชาการตำรวจและกรมตำรวจกลาง ซึ่งแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้รายงานว่า มีการเผาศพผู้เสียชีวิตอยู่เป็นจำนวนมาก (โดยห่อในถุงพลาสติกและกระสอบข้าว) ในตอนกลางคืน ระหว่างเวลา 4.00 น. – 8.00 น. ระหว่างวันที่ 27 – 30 กันยายน แหล่งข่าวระบุว่าเป็นเรื่องผิดปกติที่จะทำการเผาศพในช่วงเวลาดังกล่าว และพนักงานประจำยังได้รับคำสั่งไม่ให้เข้ามายุ่งเกี่ยว โดยผู้ดำเนินการเผาศพเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงหรือกลุ่มที่สนับสนุนรัฐบาล มีรายงานอย่างน้อยหนึ่งฉบับระบุว่าศพบางศพที่ถูกเผาโกนศีรษะเกลี้ยงและบางศพมีร่องรอยบาดแผลจากการถูกทำร้าย...
การจับกุมและกักขังตามอำเภอใจ
วรรคที่ 41: ตั้งแต่วันที่ 18 กันยายนจนถึงเวลาสิ้นสุดการห้ามออกจากเคหสถานเวลาค่ำคืนในวันที่ 20 ตุลาคม มีประชาชนจำนวนมากถูกจับกุมเป็นประจำทุกวัน โดยมีคนถูกจับกุมเป็นจำนวนมากในวันที่ 26, 27, 28 และ 29 กันยายน ขอย้ำเน้นว่า นับตั้งแต่มีการยกเลิกการห้ามออกจากเคหสถานเวลาค่ำคืน ทูตผู้รายงานพิเศษฯ ยังคงได้รับรายงานว่า นอกจากมีข่าวการปล่อยตัวผู้ถูกกักขังแล้ว ก็ยังคงมีการจับกุมประชาชนอยู่ หลังจากพิจารณารายงานจำนวนมากตลอดทั้งหลักฐานต่างๆ แล้ว สามารถประมาณได้ว่า มีประชาชนถูกจับกุมประมาณ 3,000 – 4,000 คนในเดือนกันยายนและตุลาคม และในขณะที่ทำรายงานฉบับนี้ มีประชาชนประมาณ 500 – 1,000 คนยังคงถูกกักขังอยู่ นอกจากนี้ ยังไม่มีการปล่อยตัวนักโทษการเมืองจำนวน 1,150 คนที่ถูกกักขังอยู่ก่อนเกิดการประท้วง การจับกุมส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงการปราบปรามการประท้วงและการบุกค้นเวลากลางคืนของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงรวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่ไม่ได้อยู่ในสายงานการบังคับใช้กฎหมายด้วย (ซึ่งได้แก่ สมาคมแห่งเอกภาพและการพัฒนาสหภาพ - USDA และหน่วย SAS) ผลจากการวิเคราะห์รายงานที่น่าเชื่อถือได้หลายฉบับย้ำความเห็นของทูตผู้รายงานพิเศษฯ ว่า ญาติของผู้ที่หลบซ่อนตัวอยู่ถูกจับไปเป็นตัวประกันในช่วงที่มีการบุกค้น ในการเตรียมการเพื่อเดินทางไปพม่า ทูตผู้รายงานพิเศษฯ ได้ส่งจดหมายฉบับลงวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550 ถึงรัฐบาลพม่า ร้องขอรายชื่อผู้ถูกจับกุม รายชื่อผู้ที่ได้รับการปล่อยตัวและรายชื่อผู้ที่ยังถูกกักขังอยู่ รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ที่บุคคลเหล่านั้นถูกกักขังอยู่ ตลอดทั้งสภาพของสถานที่กักกันและข้อกล่าวหาในการกักขัง ท่านยังได้ถามว่าบุคคลเหล่านั้นถูกกักขังภายใต้กฎหมายใด...
วรรคที่ 43: ทูตผู้รายงานพิเศษฯ มีความกังวลเป็นพิเศษเกี่ยวกับข่าวหลายกระแสเรื่องการใช้สถานที่กักกันอย่างไม่เป็นทางการที่จุคนได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งถูกมองว่าเป็นสถานที่ “ลับ” โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่รู้เห็นด้วย ผู้ที่ถูกกักกันตัวรวมถึงเด็กและหญิงมีครรภ์.....
วรรคที่ 46: …..นักโทษส่วนใหญ่ต้องการการรักษาพยาบาลและมีสุขภาพแย่เนื่องจากสภาพความเป็นอยู่ในเรือนจำ นักศึกษากลุ่ม Generation 88 หลายคนร่างกายอ่อนแอและแทบเดินไม่ได้ ทูตผู้รายงานพิเศษฯ สังเกตว่านักโทษการเมืองส่วนใหญ่จากพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) และกลุ่ม Generation 88 รวมทั้งพระภิกษุสงษ์ถูกทางการกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อการร้าย และ และถูกดำเนินคดีภายใต้กฎหมายความมั่นคง นักโทษการเมืองหลายคนอยู่ในอาคารที่เรียกกันว่า “หอพักอินเซน 5” (Insein Annex Dormitory 5) ซึ่งมีรายงานว่าแม้แต่พัสดีเรือนจำก็ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไป (มี 70 คนถูกคุมขังอยู่ในห้องขังหมายเลข 8) ทูตผู้รายงานพิเศษฯ ได้รับภาพถ่ายจากดาวเทียมเชิงพาณิชย์ของสถานที่แห่งนี้ มีรายงานว่าMin Ko Naing ถูกขังไว้ที่นี่หนึ่งวันก่อนหน้าที่ทูตผู้รายงานพิเศษฯ จะเดินทางมาที่เรือนจำอินเซน ส่วนคนอื่นๆ ที่ถูกคุมขังอยู่ที่นี่ได้แก่ Htay Kywe, Min Zeya, Mie Mie, Mya Aye, Aung Thu, Ko Ko Gyi, Aung Naing, U Pyi Kyaw และ U Zin Payit
วรรคที่ 47: แหล่งข่าวที่เชื่อถือได้รายงานว่าผู้ถูกคุมขังถูกกักขังไว้ในส่วนพิเศษของเรือนจำ
อินเซนที่มีสภาพเลวร้าย หรือที่รู้จักกันทั่วๆ ไปว่า “คุกสุนัขทหาร” ซึ่งประกอบไปด้วยห้องขังเดี่ยวขนาด 2 x 2 เมตรจำนวน 9 ห้อง และมีสุนัข 30 ตัวเฝ้าไว้ตลอดเวลา ห้องขังเหล่านี้ไม่มีช่องลมหรือห้องสุขา และผู้ถูกคุมขัง (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักโทษการเมือง) ต้องนอนบนเสื่อผืนบางๆ บนพื้นคอนกรีต ได้รับอนุญาตให้อาบน้ำเพียงสามวันครั้งและใช้เวลาได้เพียงห้านาที ผู้ถูกคุมขังรายหนึ่งที่เพิ่งถูกปล่อยตัวออกมากล่าวว่าเขาถูกบังคับให้คุกเข่าคลานบนก้อนอิฐแตกๆ โดยไม่สวมกางเกง และให้ยืนเขย่งปลายเท้าเป็นเวลานานๆ นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่ายืนยันว่าพระภิกษุที่ถูกกักขังไว้ที่นี่ถูกถอดจีวรออกและถูกบังคับให้รับประทานอาหารในช่วงบ่าย ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดศีล
การตอบโต้ผู้ประท้วงที่ประท้วงอย่างสงบ
วรรคที่ 60: ระหว่างวันที่ 26 กันยายนถึงวันที่ 6 ตุลาคม กองกำลังความมั่นคงได้บุกวัดจำนวน 52 แห่งทั่วประเทศ ขโมยสิ่งของเครื่องใช้ของพระภิกษุ ทำร้ายร่างกายและจับกุมพระเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่ามีพระถูกสังหารด้วย ในเวลา 00.30 น. ของวันพฤหัสบดีที่ 27 กันยายน กองกำลังความมั่นคงได้บุกวัด Ngwe Kyar Yan ซึ่งเป็นสถานที่สอนพุทธศาสนาแห่งหนึ่งในเมืองย่างกุ้ง (ตำบล Okkalapa ใต้) มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ได้ยิง ทำร้ายร่างกายและจับกุมพระประมาณ 70 รูป ภาพถ่ายสถานที่เกิดเหตุหลังช่วงห้ามออกจากเคหสถานแสดงให้เห็นคราบเลือดตามที่ต่างๆ ในวัดและความเสียหายของทรัพย์สิน รวมทั้งประตู หน้าต่างและเครื่องเรือน ภาพถ่ายยังชี้ว่ามีการขโมยข้าวของ ซึ่งตรงกับที่ได้รับรายงานจากหลายแหล่งข่าว รวมทั้งจากการให้ปากคำ จากรายงานที่ไม่ได้รับการยืนยัน พระภิกษุบางรูปต้องละทิ้งวัดหลังวัดถูกเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงบุกอย่างป่าเถื่อน และมีรายงานว่ามีการจับกุมพระภิกษุหลายรูปและมีการเคลื่อนย้ายศพพระภิกษุที่ถูกทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิตออกไปจากวัด ต่อมาในวันเดียวกันนั้นเอง ก็มีการเผชิญหน้าครั้งใหญ่ระหว่างฝ่ายเจ้าหน้าที่ความมั่นคงกับพลเรือนที่วัด Ngwe Kyar Yan โดยมีทหารและพลเรือนเป็นกลุ่มๆ อยู่รอบๆ วัด ตั้งแต่ช่วงเย็นไปจนถึงช่วงค่ำ และมีผู้ได้ยินเสียงปืน
ภาคผนวก หน้า 30
จากรายงานและการให้ปากคำ มีเหตุการณ์รุนแรงอย่างหนึ่งเกิดขึ้นใกล้โรงเรียนมัธยมปลายของรัฐ เลขที่ 3 ที่ตำบล Tamwe ผู้เห็นเหตุการณ์รายหนึ่งเล่าว่าเห็นฝูงชนถูกโจมตีโดยเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงหน้าโรงเรียน ฝ่ายกองทัพเริ่มยิงและขับรถบรรทุกเข้าชนฝูงชน ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อยสอง ราย หลังจากนั้น ทหารก็หยุดรถและลงจากรถ ยิงปืนขึ้นฟ้าแล้วจึงยิงเข้าใส่ฝูงชน โดยไม่ได้ประกาศเตือนอะไรทั้งสิ้น ผู้เห็นเหตุการณ์รายหนึ่งเห็นทหารยิงเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่หลังขณะกำลังปีนกำแพงโรงเรียน มีรายงานว่าเด็กนักเรียนชื่อ Maung Tun Lynn Kyaw ซึ่งเสียชีวิตไปแล้วนั้น ถูกยิงที่ศีรษะอย่างเลือดเย็นต่อหน้ามารดาของตน ยังมีรายงานจากแหล่งข่าวอื่นๆ ว่ามีผู้เสียชีวิตอีกห้าคนหรือมากกว่านั้น นอกจากนี้ ยังมีรายงานเกี่ยวกับผู้บาดเจ็บและผู้ถูกจับกุมจำนวนมากในเหตุการณ์ครั้งนี้ มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงได้เคลื่อนย้ายร่างผู้เสียชีวิตออกจากที่เกิดเหตุ ในบริเวณเดียวกันนี้ ยังมีผู้เห็นเหตุการณ์รายงานว่ามีการสังหารรายหนึ่งเกิดขึ้นที่มุมถนน Anawrahta และถนน Pansodan ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่าเห็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งซึ่งถือธงนกยูงและติดตราสมาชิกเยาวชนพรรคเอ็นแอลดีไว้ที่เสื้อถูกยิงที่ศีรษะ เขาถูกยิงเพียงนัดเดียวและในบริเวณนั้นไม่มีทหารอยู่เลย ทหารและตำรวจบุกเข้าไปที่โรงแรมหลายแห่งในเมืองย่างกุ้ง รวมทั้งโรงแรม Traders เพื่อตรวจบัตรประจำตัวของผู้สื่อข่าวต่างชาติ โรงแรมเหล่านี้ยังเปิดให้บริการอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์ทางไกลต่างประเทศ ในคืนนั้น มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงบุกค้นวัดอีก และบริเวณรอบๆ วัดก็ถูกประกาศให้เป็นเขตหวงห้าม ยังมีรายงานการบุกบ้านพักหลายแห่งและมีการจับกุมจำนวนมาก


