Skip Global Navigation to Main Content
Skip Breadcrumb Navigation
รายงานการปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนประจำปี พ.ศ. 2553 ในส่วนที่เกี่ยวกับประเทศไทย
 

ในส่วนที่เกี่ยวกับประเทศไทย
จัดทำโดยสำนักงานประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชนและแรงงาน
8 เมษายน พ.ศ. 2554

ประเทศไทยปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นองค์พระประมุขภายใต้บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ มีประชากรกว่า 67 ล้านคน  พระมหากษัตริย์ทรงเป็นที่เคารพเทิดทูนและในอดีตทรงใช้พระบารมีของพระองค์อย่างไม่เป็นทางการ  รัฐบาลผสมที่นำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะแห่งพรรคประชาธิปัตย์เข้าบริหารประเทศตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551  เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2552 ประชาชนได้เลือกวุฒิสมาชิกจำนวน 76 คน  การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั่วประเทศครั้งล่าสุดเมื่อปีพ.ศ. 2550 ถูกมองโดยทั่วไปว่าเป็นไปอย่างเสรีและยุติธรรม แต่กระนั้นก็มีข้อกล่าวหาอย่างกว้างขวางว่ามีการซื้อเสียง  การประท้วงต่อต้านรัฐบาลซึ่งเป็นผลให้เกิดความวุ่นวายทางการเมืองตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคมในกรุงเทพมหานครและหลายจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตลอดจนความขัดแย้งภายในประเทศในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ยังคงดำเนินอยู่ทำให้รัฐบาลจำกัดสิทธิบางประการ ตลอดจนให้อำนาจการรักษาความมั่นคงภายในบางประการแก่กองทัพ แต่ผู้บริหารที่เป็นพลเรือนยังคงกำกับดูแลฝ่ายรักษาความมั่นคง  

เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงยังคงใช้กำลังเกินกว่าเหตุต่อผู้ต้องสงสัยคดีอาญาเป็นบางครั้ง มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทรมาน ซ้อมและทารุณผู้ต้องหา ผู้ต้องขังและนักโทษ โดยหลายคนถูกคุมขังในสภาพที่แออัดและไม่ถูกหลักสุขอนามัย  จากพฤติกรรมดังกล่าว ทำให้มีการไล่ออก จับกุม ฟ้องคดีอาญาและพิพากษาลงโทษเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความมั่นคงหลายราย  อย่างไรก็ตาม การที่เจ้าหน้าที่ไม่ต้องถูกลงโทษยังคงเป็นปัญหาร้ายแรง  การก่อเหตุรุนแรงของกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยก่อให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนหลายกรณี ซึ่งรวมถึงการสังหารโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของรัฐ กลุ่มแบ่งแยกดินแดนเชื้อสายมาเลย์และอาสาสมัครป้องกันภัยชาวพุทธและ  รัฐบาลยังคงจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เสรีภาพของสื่อและเสรีภาพในการชุมนุมในระดับหนึ่ง  เจ้าหน้าที่สิทธิมนุษยชนโดยเฉพาะผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับความรุนแรงในภาคใต้รายงานว่าประสบปัญหาถูกคุกคามและข่มขู่  การทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวงมีอย่างกว้างขวางในวงการตำรวจ  การค้ามนุษย์ยังคงเป็นปัญหาอยู่  ชาวเขาที่ไม่มีหลักฐานอย่างถูกต้องยังคงเผชิญปัญหาถูกจำกัดเรื่องการเดินทางโยกย้าย ไม่สามารถถือกรรมสิทธิ์การเป็นเจ้าของที่ดินและไม่ได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายแรงงาน  การบังคับใช้กฎหมายแรงงานของภาครัฐไม่มีความสม่ำเสมอ

การเคารพในสิทธิมนุษยชน

หมวดที่ 1 การเคารพบูรณภาพแห่งบุคคล อันรวมถึงการปลอดจาก:

ก. การสังหารตามอำเภอใจหรือการสังหารที่ผิดกฎหมาย

ไม่มีรายงานยืนยันว่ามีการสังหารที่เกี่ยวพันกับการเมืองโดยรัฐบาลหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐบาล  อย่างไรก็ดี เมื่อถึงปลายปี รัฐบาลและคณะกรรมการอิสระสืบหาข้อเท็จจริงดำเนินการสืบสวนการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลในกรุงเทพมหานครและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเมื่อเดือนเมษายนและเดือนพฤษภาคมซึ่งเป็นเหตุให้มีการเสียชีวิตของประชาชน 79 คน เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง 11 คนและผู้สื่อข่าวต่างประเทศ 2 คน  ประชาชนให้ความสนใจเป็นพิเศษกับการเสียชีวิตของผู้ประท้วงและอาสาสมัครทางการแพทย์ 6 คนที่วัดปทุมวนารามและบริเวณใกล้เคียงเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม  นอกจากนี้ บางครั้ง เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้ใช้กำลังเกินกว่าเหตุและหลายครั้งได้ใช้กำลังอย่างรุนแรงต่อผู้ต้องสงสัยคดีอาญาจนถึงแก่ชีวิต รวมถึงการกระทำหรือเกี่ยวข้องกับคดีสังหารนอกกระบวนการยุติธรรม คดีสังหารโดยพลการและคดีสังหารผิดกฎหมาย  มีรายงานว่าในช่วงปีที่ผ่านมา มีการสังหาร ทรมานและการควบคุมตัวผิดกฎหมายโดยเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในจังหวัดภาคใต้ (ดูหมวด 1 ช.)
 
สำนักการสอบสวนและนิติการ กระทรวงมหาดไทย ระบุว่า ในช่วงระหว่างวันที่ 1 เดือนตุลาคม พ.ศ. 2552 ถึงวันที่ 30 กันยายน มีผู้เสียชีวิตระหว่างถูกคุมขัง 819 ราย  ทางการแจ้งว่าส่วนใหญ่เป็นการเสียชีวิตจากโรคภัยตามธรรมชาติในขณะอยู่ในเรือนจำ  เจ้าหน้าที่ตำรวจสังหารผู้ต้องสงสัย 145 คนระหว่างการดำเนินการจับกุม 
 
ในระหว่างเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม ผู้ชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลที่เกี่ยวพันกับแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช. หรือ เสื้อแดง) จัดการประท้วงสองแห่ง ซึ่งรวมถึงศูนย์กลางธุรกิจของกรุงเทพฯ เพื่อเรียกร้องให้มีการยุบสภา  การปะทะกันระหว่างผู้ประท้วงและเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของทางการเป็นผลให้มีผุ้เสียชีวิต 92 คน  อย่างไรก็ตาม ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า มีจำนวนเท่าใดที่ถูกสังหารโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงหรือผู้ติดอาวุธที่เกี่ยวพันกับการประท้วง หรือเสียชีวิตเนื่องจากเป็นอุบัติเหตุ
 
เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม สุไลมาน แนซา เสียชีวิตที่ค่ายอิงคยุทธหลังจากที่ดูเหมือนว่าได้ใช้ผ้าขนหนูแขวนคอตัวเองตาย  ญาติของสุไลมานและกลุ่มสิทธิมนุษยชนรายงานว่ามีร่องรอยการทรมานซึ่งรวมถึงบาดแผลที่ดูเหมือนเกิดจากของมีคมที่ด้านซ้ายของลำคอและอีกแห่งที่หลัง  ณ สิ้นปี สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติกำลังดำเนินการสอบคดีนี้อยู่

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ตำรวจยิงนายมานิตย์ ตุ้มม่วงเสียชีวิตระหว่างอยู่ในการควบคุมตัวของตำรวจ  นายมานิตย์เป็นผู้ต้องสงสัยค้ายาเสพติดและฆาตกรรม  ไม่นานก่อนถูกยิง มีการถ่ายภาพนายมานิตย์นั่งบนเก้าอี้ยาวในห้องชุดโดยมือไพล่หลังถูกใส่กุญแจมือ  จากการบอกเล่าของทางตำรวจ นายมานิตย์แย่งปืนมาจานายตำรวจนายหนึ่งและยิงกระสุนไปหนึ่งนัด เป็นเหตุให้ตำรวจต้องใช้กำลังในการป้องกันตัว  เมื่อถึงปลายปี คดีนี้ยังอยู่ในระหว่างการสืบสวน

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม นายมะคอเซ็ง เปาะแต ผู้ต้องสงสัยก่อความไม่สงบเสียชีวิตระหว่างอยู่ในการควบคุมตัวของตำรวจอันเนื่องจากบาดแผลที่มีรายงานว่าได้รับหลังจากถูกตำรวจยะลาทรมานในช่วงเดือนแรกๆ หลังจับกุมเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2552  การสืบสวนภายในโดยศูนย์ปฎิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้  พบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กระทำการมิชอบมีความผิดฐานการประพฤติมิชอบในหน้าที่ เมื่อถึงปลายปี คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติกำลังดำเนินการสืบสวนคดีนี้อยู่
 
เมื่อวันที่ 2 กันยายน ศาลจังหวัดนราธิวาสยกฟ้องผู้กำกับการตำรวจนายหนึ่งที่ถูกข้อหาว่ามีส่วนพัวพันกับคดีของอิหม่ามยะผา กาเซ็ง ซึ่งเสียชีวิตระหว่างอยู่ในการควบคุมตัวของทางทหารเมื่อปีพ.ศ. 2551 นอกจากนี้ ศาลยังไม่รับพิจารณาคดีกล่าวหาเจ้าหน้าที่ทหารบกสี่นายจากหน่วยเฉพาะกิจ 39 ข้อหาพัวพันกับการเสียชีวิตของอิหม่ามยะผา โดยระบุว่า กระบวนการดำเนินคดีทางอาญานี้ควรยื่นฟ้องต่อศาลทหาร  สองคดียังคงอยู่ในระหว่างพิจารณาคือ การดำเนินคดีทางอาญาต่อเจ้าหน้าที่ทหารห้านายที่ต้องสงสัยซึ่งยังคงอยู่ภายใต้การพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 และคดีแพ่งที่ครอบครัวของอิหม่ามยะผายื่นฟ้องกระทรวงกลาโหม กองทัพบกและสำนักงานตำรวจแห่งชาติเมื่อเดือนมีนาคมพ.ศ. 2552 ซึ่งถูกระงับการพิจารณาชั่วคราวเนื่องจากรอผลการแก้ปัญหาข้อขัดแย้งทางกฎหมาย
 
ศาลยังคงดำเนินการพิจารณาคดีอาญาต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ 3 นายในจังหวัดกาฬสินธุ์ข้อหาพัวพันในการสังหารนายเกียรติศักดิ์ ถิตย์บุญครอง เมื่อปีพ.ศ. 2548 และการซ่อนเร้นคดีฆาตกรรมนี้  คดีนี้เป็นหนึ่งในสิบคดีที่ต้องสงสัยว่าเกี่ยวพันกับโครงการ “สงครามปราบยาเสพติด” ปี พ.ศ. 2546 ที่ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษรับสอบสวนคดีเมื่อปีพ.ศ. 2552 แม้ว่าการสังหารจะเกิดขึ้นหลังปี พ.ศ. 2546  กรมสอบสวนคดีพิเศษส่งสำนวนคดี 8 จาก 10 คดีนี้ไปให้สำนักงานอัยการสูงสุด ส่งอีกคดีหนึ่งไปให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ส่วนคดีที่เหลืออยู่ในระหว่างพิจารณา
 
ข้อมูลของศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติระบุว่า ในปีที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตจากกับระเบิด 1 คนและบาดเจ็บ 23 คนที่จังหวัดบุรีรัมย์ จันทบุรี สระแก้ว ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ตากและตราด  รัฐบาลยังคงรณรงค์ให้ความรู้แก่ประชาชน ซึ่งรวมถึงการส่งคณะทำงานเตือนภัยประชาชนเรื่องกับระเบิดไปตามหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบ และส่งคณะทำงานให้ความรู้เรื่องกับระเบิดไปตามโรงเรียนในพื้นที่เพื่อให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับความเสี่ยงและการป้องกันการบาดเจ็บอันเนื่องจากกับระเบิด 
 
ในช่วงปีที่ผ่านมา มีเหตุการณ์รุนแรงอย่างน้อย 8 ครั้งระหว่างทหารพรานชายแดนไทยและผู้ลักลอบตัดไม้ทำลายป่าชาวกัมพูชา เช่น เมื่อวันที่ 10 มกราคม ทหารพรานชายแดนยิงชาวกัมพูชากลุ่มหนึ่งที่ลักลอบเข้ามาตัดไม้ในเขตแดนประเทศไทยในจังหวัดศรีสะเกษ  มีรายงานว่า มีชาวกัมพูชาเสียชีวิตสองคน  เมื่อวันที่ 8 มีนาคม ทหารพรานชายแดนถูกกล่าวหาว่ายิงหนึ่งในกลุ่มผู้ลักลอบตัดไม้ชาวกัมพูชาเสียชีวิตในจังหวัดสุรินทร์   เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ทหารพรานชายแดนไทยถูกกล่าวหาว่ายิงผู้ลักลอบตัดไม้ทำลายป่าชาวกัมพูชาที่ติดอาวุธเสียชีวิตสองคนที่จังหวัดศรีสะเกษ

ข. การหายสาบสูญ
 
ไม่มีรายงานยืนยันว่า มีบุคคลหายไปเนื่องจากเหตุผลทางการเมือง อย่างไรก็ตาม องค์กรนอกภาครัฐรายงานว่า มีบุคคลหลายคนยังคงหายสาบสูญหลังการสลายการชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาลเมื่อเดือนพฤษภาคม  ข้อมูลของมูลนิธิกระจกเงาระบุว่า เมื่อถึงปลายปี ก็ยังไม่ทราบว่าผู้ผู้ร่วมชุมนุมประท้วง 17 รายอยู่ที่ใด นอกจากนี้ ยังมีรายงานจากสื่อหลานฉบับว่ามีผู้ร่วมชุมนุมจำนวนมากหนีไปกัมพูชา  ไม่มีรายงานยืนยันว่า มีบุคคลหายไปหลังจากที่ถูกเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงในจังหวัดภาคใต้เรียกตัวไปสอบสวน  
   
คณะทำงานยุติธรรมเพื่อสันติภาพรายงานว่า นายดือรอแม เจ๊ะแล หายตัวไปขณะเดินทางไปทำงานเมื่อวันที่ 17 มีนาคม ในจังหวัดปัตตานี  ญาติของเขากล่าวว่า เขาถูกทหารเรียกตัวไปสอบสวนไม่กี่วันก่อนจะหายตัวไป

ไม่มีความคืบหน้าในคดีนายอับดุลเลาะห์ อาบูคารี ที่หายสาบสูญเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2552 หลังจากไม่ได้กลับบ้านที่จังหวัดนราธิวาส  นายอับดุลเลาะห์เป็นพยานสำคัญในคดีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษสืบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงที่เกี่ยวพันกับการหายสาบสูญของนายสมชาย นีละไพจิตร ซึ่งเป็นทนายความและนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนชาวมุสลิมที่มีชื่อเสียง   ไม่มีความคืบหน้าในคดีของนายกมล เหล่าโสภาพันธ์ นักธุรกิจของจังหวัดขอนแก่นเมื่อปี พ.ศ. 2551 ที่หายตัวไปหลังจากไปสถานีตำรวจเพื่อแจ้งความให้ดำเนินคดีอาญากับเจ้าหน้าที่ในท้องถิ่นเกี่ยวกับกรณีที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย  เมื่อถึงปลายปี คดีการหายสาบสูญของนายสมชาย นีละไพจิตร ยังคงอยู่ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และศาลอุทธรณ์ยังคงพิจารณาว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ที่จะดำเนินคดีในอนาคต  นายสมชายหายตัวไปเมื่อปี พ.ศ. 2547 หลังจากเป็นทนายให้แก่ผู้ต้องสงสัยคดีอาญาที่อ้างว่าถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงทรมาน

ค. การทรมานและการปฏิบัติหรือการลงโทษด้วยวิธีการที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรมหรือทำลายศักดิ์ศรีอื่นๆ

รัฐธรรมนูญมีบทบัญญัติห้ามการทรมานและการปฏิบัติหรือการลงโทษด้วยวิธีการที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรมหรือทำลายศักดิ์ศรี แต่ไม่มีกฎหมายใดมีบทบัญญัติเฉพาะห้ามการทรมาน และการกระทำดังกล่าวไม่ได้เป็นความผิดที่มีโทษตามกฎหมายอาญา  นอกจากนี้ มาตรา 17 ของพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินระบุว่า เจ้าพนักงานด้านความมั่นคงไม่ต้องรับโทษจากการกระทำใดๆ ในระหว่างปฏิบัติราชการตามหน้าที่  องค์กรเอกชนและองค์กรด้านกฎหมายยังคงรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารบางคนทรมานและซ้อมผู้ต้องสงสัยเป็นครั้งคราวเพื่อบังคับให้รับสารภาพ  หนังสือพิมพ์ได้รายงานหลายคดีที่ประชาชนกล่าวหาว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงอื่นๆ ใช้ความรุนแรง  เมื่อถึงปลายปี มีเจ้าหน้าที่ทหารหนึ่งนายถูกดำเนินคดีข้อหาทรมานแต่ไม่มีการพิพากษาลงโทษ  และมีการดำเนินคดีทางอาญากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
 
รายงานฉบับลงวันที่ 15 กันยายนของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติระบุว่า มีการทรมานอย่างกว้างขวางและเป็นระบบในจังหวัดตอนใต้สุดของภาคใต้  การศึกษาครั้งนี้ซึ่งตรวจสอบคดีที่มีการกล่าวหาว่ามีการทรมาน 35 คดีตั้งแต่ปีพ.ศ. 2549 พบว่า เจ้าหน้าที่รัฐใช้กลยุทธ์การทุบตีและการขู่อย่างกว้างขวาง  กลยุทธ์การทรมานได้แก่ การคลุมศีรษะเหยื่อด้วยพลาสติกเพื่อเหยื่อจะหายใจไม่ออก ใช้บุหรี่ติดไฟจี้ไปตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ตีเหยื่อด้วยท่อนไม้ที่หุ้มด้วยฟองน้ำ และใช้ไฟฟ้าจี้  รายงานฉบับดังกล่าวระบุว่า ผู้ทำการทารุณส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจที่จับและควบคุมตัวผุ้ต้องสงสัยภายใต้กฎหมายพิเศษต่างๆ เช่น กฎอัยการศึก พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในและพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน

เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2552 หน่วยทหารบกหน่วยหนึ่งเรียกให้นายอาดิล สาแม และ นายมะเซาฟี แขวงบู หยุดเพื่อสอบปากคำที่จังหวัดยะลา  หนึ่งในทหารกลุ่มนั้นเริ่มทุบตีบุคคลทั้งสองก่อนที่พวกเขาจะหนีไปได้  สองวันต่อมา บุคคลทั้งสองแจ้งเหตุนี้ต่อตำรวจ และเมื่อวันที่ 26 มกราคม คดีนี้ถูกนำไปพิจารณาโดยศาลทหารประจำจังหวัดปัตตานี  เมื่อวันที่ 26 เมษายน ศาลพิพากษาว่านายทหารคนดังกล่าวมีความผิดฐานใช้อำนาจโดยมิชอบ มีโทษจำคุก 6 เดือนและปรับ 2,000 บาท (62.50 เหรียญสหรัฐฯ)  ภายหลังโทษจำคุกถูกลดลงเหลือเป็นรอพินิจสองปี  หลังจากที่ศาลทหารมีคำพิพากษาแล้ว เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม นายอาดิลและนายมะเซาฟียื่นฟ้องคดีแพ่งกับศาลปกครองจังหวัดสงขลาต่อกระทรวงกลาโหมและกองทัพบก  เมื่อถึงปลายปี ศาลกำลังพิจารณาคดีอยู่
 
ไม่มีความคืบหน้าในคดีนายอิสมาแอ เต๊ะและอามีซี มานาก นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏยะลาที่ทหารจากค่ายทหารจากจังหวัดยะลาและปัตตานีถูกกล่าวหาว่าทรมานทั้งสองเมื่อปีพ.ศ. 2551
 
ไม่มีความคืบหน้าในคดีนายรายู คอคอ ที่ถูกจับเมื่อปี พ.ศ. 2551 พร้อมกับอิหม่าม ยะผา กาเซ็งและผู้ชายอีกสี่คน  นายรายูอ้างว่าเห็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงฆ่านายยะผา (ดูหมวด 1.ก)  และยังอ้างด้วยว่า ตนเองถูกทรมาน  สำนักงานตำรวจแห่งชาติส่งสำนวนคดีไปยังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และญาติของนายรายู ยังได้ยื่นฟ้องเอาความผิดทางแพ่งกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเมื่อถึงปลายปียังอยู่ในระหว่างพิจารณา

สภาพของเรือนจำและสถานกักกัน

เรือนจำมีสภาพไม่ค่อยดี  เรือนจำและสถานกักกันแออัดมาก  มีผู้ต้องขังในเรือนจำและสถานกักกันประมาณ 172,000 คน แต่สถานที่ออกแบบให้รับรองเพียง 150,000 คน  สถานที่นอนมีไม่เพียงพอ การรักษาพยาบาลก็ไม่ดีพอและในเรือนจำบางแห่งมีโรคติดต่อระบาด  นักโทษที่ป่วยหนักจะได้รับการส่งตัวไปโรงพยาบาลประจำจังหวัดหรือโรงพยาบาลของรัฐ   
 
บางครั้ง เจ้าหน้าที่เรือนจำใช้การขังเดี่ยวนานไม่เกินหนึ่งเดือนเพื่อลงโทษนักโทษชายที่ฝ่าฝืนกฎระเบียบของเรือนจำเป็นประจำ ซึ่งสามารถทำได้ตามกฎหมาย  แม้ว่ากรมราชทัณฑ์จะยืนยันว่าการขังเดี่ยวโดยเฉลี่ยจะไม่เกินเจ็ดวัน  นอกจากนี้ ยังมีการตีตรวนด้วยเหล็กขนาดใหญ่เพื่อควบคุมนักโทษที่มีแนวโน้มว่าจะหลบหนีหรือนักโทษที่อาจเป็นอันตรายต่อนักโทษคนอื่นๆ

ประมาณร้อยละ 13 ของผู้ต้องขังทั้งหมดเป็นผู้ต้องขังที่รอการพิจารณาคดีซึ่งไม่ได้ถูกคุมขังแยกจากนักโทษทั่วไป  ผู้ชาย ผู้หญิงและเด็กมักถูกคุมขังรวมกันในห้องขังของสถานีตำรวจเพื่อรอคำสั่งฟ้อง  มีสถานกักกันแยกต่างหากสำหรับผู้ต้องขังเยาวชนในทุกจังหวัด

นักโทษและผู้ต้องขังสามารถมีผู้เข้าเยี่ยมได้ และสามารถปฏิบัติศาสนกิจได้  ทางการอนุญาตให้นักโทษและผู้ต้องขังหรือผู้แทนสามารถยื่นคำร้องต่อสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินโดยไม่ต้องผ่านการตรวจพิจารณาก่อนแต่ไม่สามารถยื่นคำร้องต่อฝ่ายตุลาการได้โดยตรง  กระทรวงยุติธรรมโดยผ่านกรมราชทัณฑ์มีหน้าที่รับผิดชอบสอบสวนและสอดส่องดูแลสภาพเรือนจำและสถานกักกัน แต่ทางการก็ไม่ค่อยสอบสวนคำร้องและไม่ประกาศผลการสอบสวน

ศูนย์กักกันของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในกรุงเทพฯ ยังคงมีสภาพไม่ค่อยดี  สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งขึ้นต่อสำนักนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่บริหารจัดการศูนย์กักกันคนเข้าเมือง ซึ่งศูนย์ฯ เหล่านี้ไม่ต้องอยู่ภายใต้กฎระเบียบที่กำกับระบบราชทัณฑ์ตามปกติทั่วไป  สภาพแออัดและการขาดบริการทางการแพทย์ขั้นพื้นฐานยังคงเป็นปัญหาร้ายแรงอยู่  ในศูนย์กักกันของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เยาวชนอายุเกิน 14 ปีจะถูกขังรวมกับผู้ใหญ่  นอกจากนี้ มีรายงานว่า มีคำร้องทุกข์เกี่ยวกับอาหารไม่พอและไม่เหมาะสมตามวัฒนธรรมโดยเฉพาะจากผู้ต้องขังชาวมุสลิม  มีรายงานว่า ในศูนย์กักกันบางแห่ง ผู้ต้องขังซึ่งรวมทั้งเด็กไม่ได้รับอนุญาตให้ออกกำลังกาย  ปีที่แล้วต่างจากปีที่ผ่านๆ มา คือ ไม่มีรายงานว่า ผู้ต้องขังถูกทารุณกรรมในขณะที่ถูกคุมขังในศูนย์กักกันของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

รัฐบาลอนุญาตให้ผู้สังเกตการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนอิสระและองค์การกาชาดสากลสามารถเข้าเยี่ยมนักโทษที่เรือนจำและศูนย์กักกันของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้  ผู้แทนองค์การกาชาดสากลได้รับอนุญาตให้เข้าเยี่ยมนักโทษโดยไม่ต้องมีบุคคลที่สามอยู่ด้วยและสามารถเข้าเยี่ยมอีกได้หลายครั้ง  อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงปลายปี ฝ่ายทหารยังไม่ได้ตอบคำร้องขอขององค์การกาชาดสากลที่ขอเข้าชมสถานกักกันของทหารในสี่จังหวัดภาคใต้ที่มีการกล่าวหาว่ามีการทารุณผู้ต้องขัง  นอกจากนี้ รัฐบาลได้อนุญาตให้ผู้สังเกตการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนเข้าชมค่ายอิงคยุทธในจังหวัดปัตตานีหนึ่งครั้ง นับเป็นครั้งแรกในจังหวัดภาคใต้ที่มีการอนุญาตลักษณะดังกล่าว  ผู้แทนองค์การกาชาดสากลได้รับอนุญาตให้เข้าเยี่ยมนักโทษโดยไม่ต้องมีบุคคลที่สามอยู่ด้วยและสามารถเข้าเยี่ยมอีกได้หลายครั้ง  เมื่อถึงปลายปีพ.ศ. 2552 องค์การกาชาดสากลได้รับอนุญาตให้เข้าชมสถานีตำรวจทุกแห่งในสี่จังหวัดภาคใต้ อย่างไรก็ดี   เมื่อถึงปลายปี ฝ่ายทหารยังไม่ได้อนุมัติคำร้องขอขององค์การกาชาดสากลที่ขอเยี่ยมนักโทษที่ถูกคุมขังในสถานกักกันของทหารในสี่จังหวัดภาคใต้ที่มีการกล่าวหาว่ามีการทารุณผู้ต้องขัง  นอกจากนี้ คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศยังไม่สามารถเข้าเยี่ยมนักโทษที่มีส่วนพัวพันกับการประท้วงต่อต้านรัฐบาลระหว่างเดือนมีนาคม-พฤษภาคมที่ถูกจับและควบคุมตัวในค่ายทหารเนื่องจากละเมิดพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน  ผู้แทนของสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติได้รับอนุญาตให้เข้าเยี่ยมผู้ต้องขังบางรายที่ศูนย์กักกันที่สนามบินสุวรรณภูมิในกรุงเทพฯ  อย่างไรก็ตาม จะสามารถเยี่ยมได้หรือไม่จะพิจารณาเป็นกรณีๆ ไป  เจ้าหน้าที่ของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติสามารถสัมภาษณ์ผู้ต้องขังที่ศูนย์กักกันซอยสวนพลู และประเทศที่สามก็ยังสามารถเข้าเยี่ยมนักโทษได้เพื่อดำเนินการจัดการให้ผู้ต้องขังที่พิจารณาแล้วว่าเป็นผู้ลี้ภัยโยกย้ายถิ่นฐานไปยังประเทศที่สาม
 
สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินมีอำนาจพิจารณาเรื่องร้องเรียนของประชาชนทั่วไป  หลังจากสอบสวน สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินอาจส่งเรื่องไปศาลเพื่อพิจารณาต่อไปหรือให้คำแนะนำแก่หน่วยงานที่เหมาะสมในการดำเนินการต่อไป แต่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินไม่มีอำนาจในการบังคับหน่วยงานใดให้ทำตามคำแนะนำของสำนักงานฯ  สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินสามารถสอบสวนคำร้องเรียนหรือคำร้องทุกข์ที่ได้รับจากนักโทษและให้คำแนะนำแก่กรมราชฑัณฑ์ อย่างไรก็ตาม สำนักงานฯ ไม่มีอำนาจที่จำดำเนินการในนามของนักโทษ และไม่มีเข้าไปมีส่วนในคดีใดๆ ยกเว้นแต่จะได้รับคำร้องทุกข์อย่างเป็นทางการ

ง. การจับกุมหรือการกักกันตามอำเภอใจ

รัฐธรรมนูญห้ามการจับกุมและกักกันตามอำเภอใจ แต่กระนั้น เจ้าหน้าที่ของทางการบางครั้งยังคงจับกุมและกักกันตามอำเภอใจอยู่  มีการประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินซึ่งให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่ทางการในการควบคุมตัวบุคคลไว้ในสถานที่กักกันอย่างไม่เป็นทางการได้นานสูงสุด 30 วันโดยไม่ต้องมีข้อกล่าวหาใน 27 จังหวัดจาก 76 จังหวัดทั่วประเทศเป็นระยะหนึ่ง  การประกาศใช้พระราชกำหนดนี้เป็นการเพิ่มเติมจากการประกาศใช้กฎอัยการศึกซึ่งให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่ในการควบคุมตัวบุคคลได้นานสูงสุด 7 วันโดยไม่ต้องมีข้อกล่าวหา โดยกฎอัยการศึกนี้มีผลบังคับใช้ใน 31 จังหวัดชายแดน  รัฐบาลประกาศยกเลิกพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในกรุงเทพมหานครและสามจังหวัดใกล้เคียงเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม ทำให้มีเพียงสามจังหวัดภาคใต้เท่านั้นที่ยังคงใช้พระราชกำหนดฯ อยู่เมื่อถึงปลายปี

พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินทำให้ยากแก่การกล่าวแย้งการกักขังในชั้นศาลได้  กฎหมายระบุว่า ภายใต้พระราชกำหนดฯ ผู้ถูกกักขังมีสิทธิที่จะมีทนายได้ แต่ในทางปฏิบัติแล้ว ไม่มีการประกันว่า ผู้ถูกกักขังจะได้พบทนายหรือญาติพี่น้องทันที และไม่มีมาตรการที่โปร่งใสป้องกันการทารุณผู้ถูกกักขัง  นอกจากนี้ พระราชกำหนดฯ ระบุว่า เจ้าพนักงานด้านความมั่นคงไม่ต้องรับโทษทั้งทางอาญา แพ่งและวินัยจากการกระทำใดๆ ในระหว่างปฏิบัติราชการตามหน้าที่ภายใต้พระราชกำหนดฯ   
 
คณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองระบุว่า มีผู้ถูกกักขัง 422 คนฐานละเมิดพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินเนื่องจากกระทำการที่เกี่ยวพันกับการประท้วงต่อต้านรัฐบาลที่มีการใช้ความรุนแรงของ นปช. เมื่อเดือนเมษายนและพฤษภาคม และเชื่อว่าบางคนเป็นแค่ประชาชนทั่วไปที่อยู่ในบริเวณนั้นและไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการประท้วงหรือเหตุการณ์รุนแรง  กลุ่มสิทธิมนุษยชนรายงานว่า มีคนจำนวนหนึ่งถูกจับและกักขังเป็นเวลา 6 เดือนหรือนานกว่านั้นโดยไม่มีโอกาสต่อสู้ในชั้นศาลเพื่อให้การแก้ข้อกล่าวหาการผิดกฎหมายที่เป็นความผิดสถานเบาเช่น การละเมิดกฎการออกจากเคหสถานยามวิกาล การเข้าร่วมการประท้วงหรือการเผายางรถ  เมื่อถึงปลายปี มีคน 158 จาก 422 คนที่ยังถูกกักตัวอยู่

บทบาทของเจ้าหน้าที่ตำรวจและเครื่องมือรักษาความมั่นคง

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) มีหน้าที่ขจัดภัยคุกคามความมั่นคงภายในประเทศและปราบปรามอาชญากรรม โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลโดยตรงของนายกรัฐมนตรีและคณะกรรมการตำรวจซึ่งมีสมาชิก 20 คน  ผู้บัญชาการ สตช. ได้รับการแต่งตั้งจากนายกรัฐมนตรีและต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีและโปรดเกล้า ฯ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ตำรวจตระเวนชายแดนมีอำนาจและความรับผิดชอบพิเศษบริเวณชายแดนเพื่อต่อสู้กับผู้ก่อความไม่สงบหรือขบวนการแบ่งแยกดินแดน
 
พระราชบัญญัติความมั่นคงในราชอาณาจักรซึ่งประกาศใช้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 กำหนดให้มีการจัดตั้งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) เป็นหน่วยงานรัฐบาลภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ  กอ.รมน.ถือเป็นองค์กรประสานระหว่างหน่วยงานที่มีบทบาทด้านอำนวยการโดยมีเจ้าหน้าที่จากทั้งฝ่ายพลเรือนและฝ่ายทหาร  พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติที่ให้อำนาจอย่างกว้างขวางแก่ฝ่ายทหาร  ในช่วงปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติความมั่นคงในราชอาณาจักรในกรุงเทพมหานคร 5 ครั้งเพื่อให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงสามารถรับมือกับการชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาล พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินซึ่งมีผลบังคับใช้ในหลายพื้นที่ของประเทศในช่วงปีที่ผ่านมา รวมถึงกรุงเทพมหานครฯ ระหว่างเดือนเมษายนถึงเดือนธันวาคม ให้อำนาจแก่รัฐบาลและมีความสำคัญมากกว่าพระราชบัญญัติความมั่นคงในราชอาณาจักร  เมื่อถึงปลายปี กรุงเทพฯ ยังคงอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติความมั่นคงฯ ซึ่งใช้แทนพระราชกำหนดฯ ตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม  นอกจากนี้ พระราชบัญญัติความมั่นคงฯ ยังประกาศใช้ในสี่อำเภอของสงขลาตลอดปีที่ผ่านมา  องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนและนักวิชาการตำหนิรัฐบาลที่ประกาศใช้พระราชบัญญัติฯ ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (หลายครั้ง) เพื่อโต้ตอบภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศโดยการจำกัดสิทธิขั้นพื้นฐานต่าง ๆ   

มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำร้ายผู้ต้องขังและนักโทษมักไม่ถูกลงโทษ  ผู้ที่ต้องการร้องเรียนเกี่ยวกับการกระทำโดยมิชอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถร้องเรียนโดยตรงต่อผู้บังคับบัญชาของตำรวจที่ถูกกล่าวหา จเรตำรวจ หรือผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ สภาทนายความแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ศาลยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม และสำนักนายกรัฐมนตรีตลอดจนสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาก็รับคำร้องเรียนเกี่ยวกับการกระทำโดยมิชอบและการทุจริตของเจ้าหน้าที่ตำรวจ  ในช่วงปีที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้รับคำร้องเรียนกรณีตำรวจใช้อำนาจโดยมิชอบ 78 ราย  

เมื่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับคำร้องเรียน คณะกรรมการสอบสวนภายในจะรับเรื่องไว้พิจารณาและอาจสั่งพักราชการเจ้าหน้าที่ที่ถูกร้องเรียนเป็นการชั่วคราวระหว่างการสอบสวน  มีมาตราการลงโทษทางการบริหารหลายแบบ และหากเป็นกรณีร้ายแรง เรื่องจะถูกส่งไปยังศาลอาญา

คณะกรรมการร่วมระหว่างสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติกับสำนักงานอัยการสูงสุดยังคงทำการสอบสวนการพยายามสังหารนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2552  เมื่อถึงปลายปี เจ้าหน้าที่ตำรวจหนึ่งนายและทหารสองนายที่มีหมายจับเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2552 ยังคงลอยนวลอยู่
  
ในกระบวนการสอบสวนกรณีการเสียชีวิตอย่างน่าสงสัย ซึ่งรวมทั้งการเสียชีวิตระหว่างถูกตำรวจควบคุมตัวนั้น มีข้อกำหนดให้อัยการ แพทย์นิติเวช และเจ้าหน้าที่ทางการท้องถิ่นเข้าร่วมการสอบสวนด้วย และโดยส่วนใหญ่ สมาชิกครอบครัวของผู้เสียชีวิตมีสิทธิแต่งตั้งทนายความเข้าร่วมการชันสูตรพลิกศพด้วย ทว่า มักไม่ค่อยมีการปฏิบัติตามกระบวนการนี้  ครอบครัวของผู้เสียชีวิตเองก็ไม่ค่อยใช้สิทธิตามบทบัญญัติของกฎหมายที่เปิดโอกาสให้บุคคลสามารถฟ้องร้องดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจฐานกระทำความผิดทางอาญาในระหว่างการจับกุมได้ 

กระทรวงกลาโหมกำหนดให้ข้าราชการทหารเข้ารับการอบรมเรื่องสิทธิมนุษยชนทั้งที่เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกอบรมตามปกติและก่อนการออกปฏิบัติราชการ  การอบรมนี้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อปี พ.ศ. 2535 ซึ่งเป็นผลมาจากความรุนแรงทางการเมืองเมื่อเดือนพฤษภาคมปีเดียวกัน  การฝึกอบรมตามปกตินั้นจัดในหลายระดับ ได้แก่ ข้าราชการสัญญาบัตร ข้าราชการต่ำกว่าสัญญาบัตรและทหารเกณฑ์  นอกจากนี้ ข้าราชการทหารที่ออกปฏิบัติงานสนับสนุนการต่อต้านการก่อการร้ายในภาคใต้ยังได้รับการอบรมพิเศษเรื่องสิทธิมนุษยชน ซึ่งรวมถึงการอบรมอย่างเข้มข้นสำหรับรับมือกับเหตุการณ์เฉพาะที่อาจเกิดขึ้นโดยมิได้คาดหมาย

ขั้นตอนการจับกุมและการปฏิบัติต่อบุคคลขณะถูกคุมขัง

กฎหมายกำหนดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องได้รับหมายจากศาลก่อนเข้าทำการจับกุม ยกเว้นในบางกรณีเท่านั้น  แต่ในทางปฏิบัติ ระบบการออกหมายจับอาจถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจนำมาใช้อย่างไม่เหมาะสม และมีแนวโน้มว่าศาลมักจะอนุมัติออกหมายตามที่ยื่นขอมาทั้งหมด  ตามกฎหมาย บุคคลต้องได้รับแจ้งข้อหาทันทีที่ถูกจับกุมและต้องได้รับอนุญาตให้สามารถแจ้งแก่ผู้ใดผู้หนึ่งถึงการถูกจับกุมได้  กฎหมายกำหนดให้ผู้ถูกคุมขังคดีอาญาติดต่อทนายได้ แต่นักกฎหมายและกลุ่มรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชนอ้างว่า ตำรวจในท้องที่มักทำการสอบสวนผู้ถูกคุมขังโดยไม่ช่วยให้ผู้ถูกคุมขังติดต่อทนาย  นักกฎหมายที่ทำงานในจังหวัดภาคใต้รายงานว่า ภายใต้พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พวกเขาถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าพบลูกความที่ถูกคุมขัง และมีประชาชนในจังหวัดภาคใต้รายงานว่าถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าเยี่ยมสมาชิกครอบครัวที่ถูกคุมขัง  บางครั้ง ผู้ที่ถูกคุมขังชาวต่างชาติถูกกดดันให้ลงชื่อสารภาพโดยไม่มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือจากนักแปลที่มีความสามารถ  กระทรวงยุติธรรมและสำนักงานอัยการสูงสุดจะจัดหาทนายให้แก่ผู้ถูกคุมขังที่มีฐานะยากจนโดยใช้งบประมาณของรัฐ 

ในกรณีทั่วไป กฎหมายอนุญาตให้ตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยคดีอาญาเพื่อดำเนินการสอบสวนคดีได้เป็นเวลา 48 ชั่วโมงหลังการจับกุม และสามารถขออำนาจศาลขยายระยะเวลาควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยไว้เพื่อทำการสอบสวน (นานสูงสุดไม่เกิน 84 วันสำหรับคดีร้ายแรงที่สุด)  ทนายความรายงานว่า ตำรวจไม่ค่อยส่งสำนวนต่อศาลภายใน 48 ชั่วโมง  กฎหมายและระเบียบข้อบังคับกำหนดให้ความผิดที่มีระวางโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 3 ปีอยู่ในความรับผิดชอบของศาลแขวง ซึ่งมีขั้นตอนการดำเนินคดีแตกต่างออกไป  ในคดีเหล่านี้ ตำรวจต้องส่งสำนวนคดีไปให้พนักงานอัยการยื่นฟ้องภายใน 72 ชั่วโมงหลังการจับกุม  จากรายงานของสภาทนายความแห่งประเทศไทย การคุมขังผู้ต้องสงสัยคดีอาญาเพื่อรอการพิจารณาคดีนานถึง 60 วันถือเป็นเรื่องปกติ      

กฎหมายให้สิทธิแก่ผู้ต้องหาในการขอประกันตัว และโดยทั่วไป รัฐบาลก็เคารพในสิทธิดังกล่าว  อย่างไรก็ตาม กลุ่มสิทธิมนุษยชนบางกลุ่มรายงานว่า มีบ่อยครั้งที่ตำรวจไม่ได้แจ้งให้ผู้ต้องสงสัยที่ถูกควบคุมตัวทราบเกี่ยวกับสิทธิการขอประกันตัว หรือไม่ก็ปฏิเสธที่จะสนับสนุนให้มีการประกันตัวหลังจากผู้ต้องหาได้ยื่นขอประกันตัวต่อศาล 

ภายใต้กฎอัยการศึก ทหารมีอำนาจกักกันบุคคลเป็นเวลาสูงสุดไม่เกิน 7 วันโดยไม่ต้องแจ้งข้อกล่าวหา และภายใต้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน  บุคคลอาจถูกกักกันได้เป็นเวลาสูงสุดไม่เกิน 30 วันโดยไม่ต้องแจ้งข้อกล่าวหา

เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม นายสุธาชัย ยิ้มประเสริฐ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถูกจับฐานละเมิดพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินเนื่องจากแจกใบปลิวตำหนิการกระทำของรัฐบาลต่อผู้ประท้วงเสื้อแดง  เขาถูกกักกันโดยไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาที่ค่ายทหารในจังหวัดสระบุรีเอนจะได้รับการปล่อยตัวเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน  

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน นายสมบัติ บุญงามอนงค์ ถูกจับฐานละเมิดบทบัญญัติแห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินที่ห้ามการชุมนุมเกิน 5 คนเนื่องจากเขาจัดชุมนุมประท้วงที่กรุงเทพฯ ในระหว่างการชุมนุมนี้ เขานำผ้าสีแดงไปผูกที่ป้ายในขณะที่คนอื่นๆ ที่ร่วมชุมนุมชูภาพถ่ายการกระทำรุนแรงที่เขากล่าวหาว่าเกี่ยวเนื่องกับการที่ทางทหารสลายการชุมนุมของคนเสื้อแดงเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม เขาถูกคุมตัวโดยไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาที่กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนภาค จังหวัดปทุมธานีและได้รับการปล่อยตัวเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ตำรวจจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจับกุมนางอมรวัลย์ เจริญกิจ ฐานจำหน่ายรองเท้าพิมพ์ลายหน้านายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีพร้อมข้อความ “ราชประสงค์มีคนตาย”  นางอมรวัลย์ถูกจับฐานละเมิดบทบัญญัติแห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินแม้ว่าได้มีการยกเลิกพระราชกำหนดนี้ในอยุธยาเมื่อเดือนกรกฎาคม  นางอมรวัลย์ได้รับการประกันตัวและเมื่อถึงปลายปี คดีของนางอมรวัลย์ก็รอการพิจารณาอยู่
 
นิรโทษกรรม

เมื่อถึงปลายปี ทางการได้ปล่อยตัวนักโทษประมาณ 10,000 คนที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพระราชทานอภัยโทษเนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปีวันอภิเษกสมรสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อวันที่ 28 เมษายน

จ. การปฏิเสธการพิจารณาคดีอย่างเปิดเผยและเป็นธรรม

รัฐธรรมนูญกำหนดให้ระบบศาลมีความเป็นอิสระ  แม้โดยทั่วไปจะถือกันว่าฝ่ายตุลาการมีความเป็นอิสระ แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องการทุจริตและการใช้อิทธิพลจากภายนอก  ตามรายงานของกลุ่มสิทธิมนุษยชน การที่คดีดังๆ หลายคดีที่เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารถูกกล่าวหาว่าใช้อำนาจในทางมิชอบไม่มีความคืบหน้าใดๆ นั้น ทำให้ประชาชนขาดความเชื่อถือในระบบตุลาการและทำให้เหยื่อการละเมิดสิทธิมนุษยชน (หรือครอบครัวของเหยื่อ) บางคนไม่สนใจเรียกร้องความยุติธรรม

ขั้นตอนการพิจารณาคดี

หลักกฎหมายให้ถือว่าบุคคลเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะพิสูจน์ความผิดได้  การพิจารณาคดีไม่ใช้ระบบลูกขุน  การพิจารณาความผิดลหุโทษใช้ผู้พิพากษาคนเดียว  ส่วนคดีความผิดที่ร้ายแรงกว่านั้นต้องใช้ผู้พิพากษาสองคนหรือมากกว่า  รัฐธรรมนูญกำหนดให้มีการพิพากษาคดีทันที อย่างไรก็ตาม ยังมีคดีที่ค้างอยู่ที่ศาลเป็นจำนวนมาก  แม้ว่าการพิจารณาคดีส่วนใหญ่จะเปิดเผยต่อสาธารณชน แต่ศาลอาจสั่งให้มีการพิจารณาลับได้ โดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวกับความมั่นคงของชาติ ราชวงศ์ เด็ก หรือการล่วงละเมิดทางเพศ    
 
จำเลยที่ถูกพิจารณาคดีในศาลอาญาธรรมดาจะได้รับสิทธิตามกฎหมายหลายประการ ซึ่งรวมทั้งสิทธิในการเลือกทนายด้วยตนเอง  แต่รัฐไม่ได้จัดหาทนายอาสาให้แก่จำเลยที่ยากจนโดยอัตโนมัติ  เมื่อปีที่ผ่านมา งบประมาณของสภาทนายความแห่งประเทศไทยลดลงกว่าร้อยละ 15 จากปีพ.ศ. 2552  การให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายมักเป็นการช่วยเหลือโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายโดยพิจารณาเป็นราย ๆ  และมีมาตรฐานต่ำ  องค์กรเอกชนบางแห่งรายงานว่า ทนายความที่ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายกดดันให้ลูกความจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มแก่ทนายโดยตรง  กฎหมายกำหนดให้ศาลต้องแต่งตั้งทนายให้ในกรณีที่จำเลยต่อสู้ข้อกล่าวหามีฐานะยากจนหรือเป็นผู้เยาว์ รวมทั้งในกรณีที่บทลงโทษอาจจำคุกเกินกว่า 5 ปี หรือโทษประหารชีวิต  การให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายโดยไม่คิดมูลค่าส่วนใหญ่มาจากกลุ่มองค์กรเอกชน เช่น สภาทนายความแห่งประเทศไทยและสมาคมบัณฑิตสตรีทางกฎหมายแห่งประเทศไทย  ไม่มีกระบวนการให้แสดงเอกสารเพื่อให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตรวจ ดังนั้น ทนายและจำเลยไม่สามารถเข้าถึงหลักฐานปรักปรำตนได้ก่อนมีการพิจารณาคดี  กฎหมายเปิดโอกาสให้มีการฟ้องร้องต่อศาลหรือหน่วยงานราชการอื่นๆ เพื่อขอการชดใช้สินไหมทดแทนได้ และโดยทั่วไป รัฐบาลก็เคารพในสิทธิดังกล่าว                  
 
องค์กรเอกชนหลายแห่งแสดงความกังวลที่ไม่มีการคุ้มครองพยานที่พอเพียง โดยเฉพาะในคดีที่ตำรวจถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด  สำนักงานคุ้มครองพยาน กระทรวงยุติธรรม มีทรัพยากรจำกัดและส่วนใหญ่ก็ทำหน้าที่ประสานงาน  ส่วนใหญ่แล้ว ตำรวจเป็นผู้ให้การคุ้มครองพยาน แต่มีหน่วยงานอื่นของรัฐอีกหกหน่วยที่อยู่ในโครงการนี้ด้วย  พยาน ทนายและนักเคลื่อนไหวในคดีที่ตำรวจถูกกล่าวหาว่าใช้อำนาจโดยมิชอบรายงานว่า การคุ้มครองพยานไม่พอเพียงและพวกเขาถูกข่มขู่จากตำรวจที่ทางการส่งไปให้การคุ้มครอง 

นักโทษและผู้ต้องขังทางการเมือง

ไม่มีรายงานเกี่ยวกับนักโทษและผู้ต้องขังทางการเมือง

ขั้นตอนและการเยียวยาคดีความทางแพ่ง

ฝ่ายตุลาการมีความเป็นอิสระและเป็นกลางในการพิจารณาความแพ่ง  กฎหมายเปิดโอกาสให้มีการฟ้องร้องต่อศาลหรือหน่วยงานราชการฝ่ายปกครอง เพื่อขอให้มีการชดใช้สินไหมทดแทนความเสียหายอันเนื่องมาจากการละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือให้ยุติการละเมิดสิทธิมนุษยชน และโดยทั่วไป รัฐบาลก็เคารพในสิทธิดังกล่าว  อย่างไรก็ตาม มาตรา 16 และ 17 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินซึ่งมีผลบังคับใช้ใน 27 จังหวัดกำหนดชัดเจนว่า ศาลปกครองหรือกระบวนการยุติธรรมทางแพ่งหรืออาญาไม่อาจตรวจสอบเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่เหยื่ออาจร้องขอสินไหมทดแทนความเสียหายจากหน่วยงานรัฐแทนได้   

ฉ.  การล่วงละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ครอบครัว บ้านพัก หรือเอกสารโต้ตอบโดยพลการ

รัฐธรรมนูญห้ามการล่วงละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ครอบครัว บ้านพัก หรือเอกสารโต้ตอบโดยพลการ และโดยทั่วไป รัฐบาลก็เคารพสิทธิดังกล่าวในทางปฏิบัติ  อย่างไรก็ตาม กฎอัยการศึกและพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงในการตรวจค้นโดยไม่ต้องมีหมายศาล และมีการใช้อำนาจดังกล่าวหลายครั้ง  มีคำร้องทุกข์จำนวนมากจากผุ้ที่อ้างว่า เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงใช้อำนาจโดยมิชอบ อย่างไรก็ดี พระราชกำหนดดังกล่าวให้เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงสามารถปฏิบัติงานโดยไม่ต้องถูกลงโทษดำเนินคดี    
  
หน่วยงานด้านความมั่นคงยังคงติดตามความเคลื่อนไหวของบุคคลที่มีแนวความคิดแบบสุดขั้วหรือแนวความคิดที่นำสู่ความขัดแย้งรุนแรง ซึ่งรวมถึงชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศโดยมีแนวความคิดลักษณะดังกล่าว

ช.  การใช้กำลังเกินกว่าเหตุและการใช้อำนาจในทางมิชอบอื่นๆ ในการจัดการปัญหาขัดแย้งภายในประเทศ

ความขัดแย้งภายในประเทศในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ประชาชนส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมเชื้อสายมาเลย์ (จังหวัดนราธิวาส ปัตตานี ยะลาและบางพื้นที่ของสงขลา) ยังคงมีอยู่ตลอดปีที่ผ่านมา  ผู้ก่อการวางระเบิดและทำร้ายประชาชนเกือบทุกวันซึ่งเป็นผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต  พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินที่ประกาศใช้ในพื้นที่เหล่านี้มอบอำนาจอย่างสำคัญให้แก่ทหาร ตำรวจ และข้าราชการพลเรือนในการจำกัดสิทธิพื้นฐานบางประการ รวมทั้งให้อำนาจการรักษาความมั่นคงภายในประเทศบางประการแก่กองทัพ  นอกจากนี้ พระราชกำหนดฯ ยังให้เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงสามารถปฏิบัติงานโดยการไม่ต้องถูกลงโทษดำเนินคดี  กฎอัยการศึกซึ่งประกาศเมื่อปี พ.ศ. 2549 และยังคงมีผลบังคับใช้ในจังหวัดนราธิวาส ปัตตานี และยะลา ให้อำนาจอย่างกว้างขวางเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคง

การสังหาร

กลุ่มสิทธิมนุษยชนกล่าวหากองกำลังของรัฐว่ากระทำการสังหารนอกกระบวนการยุติธรรม จับกุมตามอำเภอใจ และทรมานบุคคลที่สงสัยว่าเกี่ยวพันกับกลุ่มแบ่งแยกดินแดน  การโจมตีของผู้ต้องสงสัยก่อการร้ายทำให้ยังคงมีความตึงเครียดสูงระหว่างชุมชนชาวมุสลิมเชื้อสายมาเลย์และชาวพุทธเชื้อสายไทยในพื้นที่ รวมทั้งความไม่ไว้วางใจเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง 

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม ผู้ก่อความไม่สงบซุ่มโจมตีเจ้าหน้าที่ตำรวจและสังหารพันตำรวจเอกสมเพียร เอกสมญา อดีตผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบันนังสตา จังหวัดยะลา  ผู้ก่อความไม่สงบกดระเบิดทำความเสียหายแก่รถยนต์ของพันตำรวจเอกสมเพียร จากนั้น ใช้อาวุธสงครามยิงเข้าใส่รถเป็นผลให้พันตำรวจเอกสมเพียรและพลขับเสียชีวิตรวมทั้งทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 2 นายบาดเจ็บ  

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน นายดอรอแม ดะเก๊ะ หรือที่รู้จักกันในนาม อุสตาซแม ถูกยิงเสียชีวิตที่บันนังสตา สื่อมวลชนและองค์กรเอกชนตั้งข้อสงสัยว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการโต้ตอบการสังหารพันตำรวจเอกสมเพียร 

ยังไม่มีความคืบหน้าในการสืบสวนคดีนางไลลา เปาะอิแต ดาโอ๊ะ นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนที่มีชื่อเสียงซึ่งถูกสังหารโดยผู้ต้องสงสัยก่อความไม่สงบเมื่อเดือนมีนาคมพ.ศ. 2552

เมื่อวันที่ 2 กันยายน เจ้าหน้าที่ตำรวจยกฟ้องข้อกล่าวหานายสุทธิรักษ์ คงสุวรรณ อดีตทหารพราน โดยแถลงว่าไม่มีหลักฐานเพียงพอ  นายสุทธิรักษ์ซึ่งมีหมายจับเนื่องจากโจมตีมัสยิดอัลฟูรกอนในจังหวัดนราธิวาสเมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2552 ได้เข้ามอบตัวกับทางการเมื่อวันที่ 14 มกราคม ไม่มีความคืบหน้าในการสืบสวนคดีที่เกี่ยวกับคนขับรถที่หลบหนีไป  
 
ยังไม่มีความคืบหน้าในการสืบสวนคดีการยิงพระสงฆ์สองรูปที่จังหวัดยะลาเมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2552 พระรูปหนึ่งเสียชีวิต อีกรูปหนึ่งบาดเจ็บสาหัส

จากข้อมูลสถิติของศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ ระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนตุลาคมในช่วงปีที่ผ่านมา ความรุนแรงจากกลุ่มแบ่งแยกดินแดนเป็นผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ 831 คนในเหตุรุนแรง 1,183 ครั้ง  เช่นเดียวกับปีที่ผ่านๆ มา กลุ่มผู้แบ่งแยกดินแดนมักมุ่งเป้าทำร้ายเจ้าหน้าที่ทางการและผู้แทนศาสนาเช่น ข้าราชการอำเภอและเทศบาล ตลอดจนพลเรือนชาวพุทธและมุสลิม 

อาสาสมัครป้องกันดินแดนที่เป็นพลเรือนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล และส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธเชื้อสายไทยจากหมู่บ้านต่างๆ ในภาคใต้ ยังคงได้รับการฝึกขั้นพื้นฐานและรับแจกอาวุธจากฝ่ายรักษาความมั่นคง  องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนแสดงความกังวลที่เห็นอาสาสมัครป้องกันดินแดนเหล่านี้และพลเรือนอื่นๆ มีความระแวงชาวมุสลิมเชื้อสายมาเลย์ 

การทารุณกรรมทางกาย การลงโทษและการทรมาน

รัฐบาลยังคงจับกุมผู้ต้องสงสัยก่อการร้ายซึ่งบางคนก็ยังเป็นผู้เยาว์ และในบางกรณี ทางการก็คุมขังผู้ต้องสงสัยเป็นเวลาหนึ่งเดือนหรือนานกว่านั้นภายใต้บทบัญญัติของพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินและกฎอัยการศึก  องค์กรสิทธิมนุษยชนหลายแห่งเห็นว่าการจับกุมเหล่านี้เป็นการกระทำตามอำเภอใจ เกินกว่าเหตุ และยาวนานโดยไม่จำเป็น  และองค์กรเหล่านี้แสดงความกังวลเกี่ยวกับสภาพแออัดของสถานกักกัน  กลุ่มประชาสังคมกล่าวหากองทัพบกว่าทรมานผู้ต้องสงสัยก่อการร้ายบางคนที่ค่าย

กฎหมายด้านความมั่นคงสองฉบับประกาศใช้ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้  ภายใต้กฎอัยการศึก เจ้าหน้าที่ทางการสามารถกักกันบุคคลเป็นเวลาสูงสุดไม่เกิน 7 วันโดยไม่ต้องได้รับอนุมัติจากศาลหรือหน่วยงานของรัฐในจังหวัดปัตตานี นราธิวาส และยะลา  พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินซึ่งมีการบังคับใช้ในพื้นที่เดียวกันนี้ ให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่ทางการในการจับกุมและคุมขังผู้ต้องสงสัยได้นานสูงสุด 30 วันโดยไม่ต้องมีข้อกล่าวหา  หลัง 30 วัน ทางการสามารถคุมขังผู้ต้องสงสัยได้ภายใต้กฎหมายอาญาปกติ  การคุมขังเหล่านี้ไม่เหมือนการคุมขังภายใต้กฎอัยการศึกเพราะต้องมีคำอนุญาตจากศาล แต่องค์กรเอกชนด้านสิทธิมนุษยชนร้องเรียนว่าศาลไม่ค่อยใช้อำนาจของศาลในการพิจารณาการคุมขังเหล่านี้  ในบางกรณี ผู้ต้องสงสัยจะถูกคุมขังภายใต้กฎอัยการศึกเป็นเวลา 7 วันและจากนั้นก็ถูกคุมขังภายใต้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นเวลาอีก 30 วัน  ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2552 มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติความมั่นคงภายในแทนกฎอัยการศึกและพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในสี่อำเภอของจังหวัดสงขลา  ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้แถลงว่ามีบุคคล 447 คนถูกจับกุมในช่วงปีพ.ศ. 2552 ภายใต้พระราชกำหนดฯ ดังกล่าว และในจำนวนนี้มี 12 คนเสียชีวิตระหว่างการเข้าจับกุมหรือการต่อสู้จับกุม  ไม่มีข้อมูลชัดเจนว่า มีบุคคลใดในภาคใต้ถูกคุมขังภายใต้กฎอัยการศึกเพียงอย่างเดียวหรือไม่   

ทหารเด็ก

ไม่มีรายงานว่า กองทัพของรัฐเกณฑ์เยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีเข้ารับราชการ  มีรายงานว่า กลุ่มแบ่งแยกดินแดนเกณฑ์เยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีให้ปฏิบัติงานโจมตี  องค์กรสิทธิมนุษยชนกล่าวหาว่า กลุ่มแบ่งแยกดินแดนใช้โรงเรียนอิสลามของเอกชนในการปลุกปั่นเยาวชนมุสลิมเชื้อสายมาเลย์ให้หลงเชื่อแนวคิดของกลุ่มแบ่งแยกดินแดน
 
กรุณาอ่านรายงานว่าด้วยการค้ามนุษย์ของกระทรวงการต่างประเทศที่ www.state.gov/g/tip

การกระทำมิชอบอื่นๆ ที่เนื่องมาจากความขัดแย้ง
 
องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนกล่าวหาว่า ทหารส่งหนังสือเชิญไปยังผู้ใหญ่บ้านหรือเจ้าหน้าที่อำเภอในสี่จังหวัดภาคใต้ ให้เลือก “อาสาสมัครจากหมู่บ้าน” มาจำนวนหนึ่งเพื่อเข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการ  แหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ระบุว่า ชาวบ้านที่เข้าร่วมการฝึกอบรมเหล่านี้ถูกสอบสวนและเก็บข้อมูลทางชีววิทยา (ลายพิมพ์นิ้วมือ ตัวอย่างดีเอ็นเอ และภาพถ่าย)
 
กระทรวงศึกษาธิการรายงานว่า ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2547 ผู้ก่อการร้ายได้เผาโรงเรียนกว่า 330 แห่งในภาคใต้  และกว่า 40 แห่งถูกเผาซ้ำมากกว่าหนึ่งครั้ง  ในช่วงปีที่ผ่านมา ผู้ก่อการร้ายเผาโรงเรียน 6 แห่งในจังหวัดยะลาและปัตตานี และมีอย่างน้อย 3 แห่งที่เคยถูกเผามาก่อน  รัฐบาลประกาศปิดโรงเรียนทั่วภาคใต้เป็นบางช่วงเนื่องจากมีการโจมตีทำร้ายครู นักเรียน อาคารเรียนและผู้ปกครองนักเรียน  รัฐบาลให้อาวุธแก่พลเรือนชาวไทยพุทธและพลเรือนชาวมุสลิมเชื้อสายมาเลย์และเพิ่มกำลังป้องกันโรงเรียนและวัดพุทธ ตลอดจนจัดให้ทหารคุ้มครองพระสงฆ์และครู  ข้อมูลกระทรวงศึกษาธิการระบุว่า มีครู นักเรียนและเจ้าหน้าที่ทางการศึกษา 173 คนถูกสังหาร และบาดเจ็บอีก 284 คนเนื่องจากเหตุรุนแรงจากการแบ่งแยกดินแดนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547  ในช่วงปีที่ผ่านมา มีนักเรียนบาดเจ็บ 10 คนและถูกสังหาร 2 คน  มีเจ้าหน้าที่ทางการศึกษาบาดเจ็บ 6 คนและถูกสังหาร 12 คน    
 
เหตุรุนแรงโดยกลุ่มแบ่งแยกดินแดนยังรวมถึงการโจมตีสถานพยาบาล  ข้อมูลกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า มีอาสาสมัครสาธารณสุขถูกสังหาร 81 คน บาดเจ็บ 50 คน และศูนย์อนามัยชุมชน 25 แห่งถูกวางเพลิงหรือลอบวางระเบิดในจังหวัดภาคใต้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547
 
แม้ว่าจะไม่มีสถิติของรัฐ แต่มีรายงานว่ามีชาวพุทธเชื้อสายไทยกว่าร้อยละ 30 หนีออกจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงที่เกิดขึ้นไปอยู่จังหวัดอื่นของประเทศ

หมวดที่ 2 การเคารพสิทธิเสรีภาพของพลเมือง อันประกอบด้วย

ก. เสรีภาพในการพูดและเสรีภาพของสื่อมวลชน

รัฐธรรมนูญและกฎหมายระบุให้มีเสรีภาพด้านการพูดและเสรีภาพของสื่อมวลชน โดยมีการยกเว้นบางกรณี แต่ในช่วงปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้จำกัดสิทธิเหล่านี้  
  
เสรีภาพด้านการพูดและเสรีภาพของสื่อมวลชนถูกจำกัดโดยการแทรกแซงจากรัฐบาลและการใช้บทบัญญัติตามอำนาจภายใต้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นบางครั้ง   รัฐบาลพยายามขัดขวางเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นทางอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น  สื่อกระจายเสียงโทรทัศน์และวิทยุถูกสอดส่องอย่างใกล้ชิด และรัฐบาลกดดันสื่อแพร่ภาพกระจายเสียงให้ร่วมมือออกข่าวที่สร้างสรรค์และมี “สมดุล” (นำเสนอข่าวของแต่ละฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน) โดยเฉพาะหลังประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินเมื่อวันที่ 7 เมษายนเนื่องจากเริ่มเกิดการจลาจล  อย่างไรก็ตาม สื่อมวลชนและภาคประชาสังคมก็วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอย่างเปิดเผยตลอดปี  สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อกระจายเสียง และสื่อทางอินเทอร์เน็ตรายงานข่าววิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลรวมทั้งเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง ตลอดจนออกอากาศการสัมภาษณ์และคำปราศรัยของฝ่ายค้าน 

สื่อต่างประเทศและสื่ออิสระได้รับอนุญาตให้ดำเนินการได้อย่างเสรี โดยมีข้อยกเว้นสำหรับการรายงานเรื่องที่พิจารณาว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศหรือหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ  

กฎหมายระบุว่า รัฐบาลอาจจำกัดเสรีภาพด้านการพูดและเสรีภาพของสื่อมวลชนเพื่อรักษาความมั่นคงของชาติ ความสงบเรียบร้อยของประชาชน คุ้มครองสิทธิของบุคคลอื่น ปกป้องศีลธรรมอันดีงามของประชาชนและป้องกันการลบหลู่พระพุทธศาสนา  กฎหมายอนุญาตให้ตำรวจจำกัดหรือยึดสิ่งพิมพ์และอื่นๆ เนื่องจากก่อให้เกิดความไม่สงบ เป็นภัยต่อความปลอดภัยของประชาชนหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน แต่การดำเนินการดังกล่าวต้องได้รับคำสั่งจากศาล   

โดยการประกาศพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน รัฐบาลสามารถจำกัดสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อแพร่สัญญาณ ข่าวทางอินเทอร์เน็ตและเครือข่ายสังคมออนไลน์  พระราชกำหนดฯ ให้อำนาจแก่รัฐบาลในการ “ห้ามการพิมพ์และเผยแพร่ข่าวและข้อมูลที่อาจเป็นภัยต่อประชาชนหรือทำให้ประชาชนตื่นตระหนก หรือข่าวและข้อมูลที่มีเจตนาบิดเบือนข้อมูล”  นอกจากนี้ พระราชกำหนดฯ ดังกล่าวยังให้อำนาจแก่รัฐบาลในการตรวจสอบข่าวที่พิจารณาว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศ  รัฐบาลได้ใช้อำนาจดังกล่าวตั้งแต่เดือนเมษายนจนถึงสิ้นปี

บทบัญญัติเกี่ยวกับการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในประมวลกฎหมายอาญากำหนดว่า การวิพากษ์วิจารณ์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์นั้นถือเป็นความผิดทางอาญาโดยกำหนดโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 15 ปี  กฎหมายอนุญาตให้ประชาชนสามารถยื่นคำร้องเกี่ยวกับการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และมีหลายคดีที่ประชาชนยื่นฟ้องกล่าวหาซึ่งกันและกันว่าหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ  ในการปราศรัยเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2552 นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ประกาศการแต่งตั้งคณะกรรมการให้คำปรึกษาแก่ตำรวจ กรมสอบสวนคดีพิเศษ และกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในด้านการปฏิบัติงานเกี่ยวกับคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพต่างๆ ด้วยความรอบคอบ เหมาะสมและเที่ยงธรรม คณะกรรมการชุดนี้มีนายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธานและมีการประชุมครั้งแรกเมื่อวันที่ 12 มกราคม
 
เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม อัยการดำเนินการฟ้องนายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ แกนนำของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ต่อต้านรัฐบาลในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพจากคำกล่าวปราศรัยที่เวทีชุมนุมเมื่อปีพ.ศ. 2551  เมื่อถึงปลายปี นายสุรชัยยังคงเป็นอิสระเพราะได้รับการประกันตัวและรอการวันพิจารณาคดีอยู่

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน ตำรวจนครบาลประกาศว่า ได้ออกหมายจับผู้หญิงสองคนไม่ทราบนามที่มีภาพถือป้ายเขียนข้อความหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในระหว่างการชุมนุมประท้วงของกลุ่มคนเสื้อแดงใกล้อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม  เมื่อถึงปลายปี ผู้หญิงสองคนนี้ก็ยังไม่ถูกจับ

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน นายวราวุธ ฐานังกรณ์ (สุชาติ นาคบางไทร) อดีตแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ถูกพิพากษาจำคุก 3 ปีเพราะกล่าวปราศรัยหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในการชุมนุมประท้วงของกลุ่มคนเสื้อแดงที่สนามหลวงเมื่อปีพ.ศ. 2551  นายวราวุธถูกจับเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายนหลังจากหลบหนีการจับกุมเป็นเวลากว่า 2 ปี
 
น.ส.ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล นักเคลื่อนไหวทางการเมืองถูกศาลพิพากษาจำคุกเป็นเวลา 18 ปีเมื่อเดือนสิงหาคม ปีพ.ศ. 2552 ฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพสามกระทง  เมื่อถึงปลายปี คำร้องอุทธรณ์ของ น.ส.ดารณี ยังรอการพิจารณาอยู่   เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ศาลอุทธรณ์ปฏิเสธคำร้องขอประกันตัว   

คดีของนายโชติศักดิ์ อ่อนสูงและนายสงกรานต์ ป้องบุญจันทร์ นักเคลื่อนไหวทางสังคมเมื่อปีพ.ศ. 2551 ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเนื่องจากไม่ยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมีในโรงภาพยนตร์เมื่อปีพ.ศ. 2550 นั้น เมื่อถึงปลายปียังคงรอการพิจารณาอยู่

คดีของนายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ นักวิจารณ์สังคมที่ถูกกล่าวหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเมื่อเดือนปีพ.ศ. 2551 เมื่อถึงปลายปี ยังคงรอการพิจารณาอยู่

คดีของนายโจนาธาน เฮด อดีตหัวหน้าสำนักข่าวบีบีซีประจำกรุงเทพมหานคร ซึ่งต้องข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพสองคดีเมื่อปี พ.ศ. 2551 เมื่อถึงปลายปี ก็ยังคงรอการพิจารณาอยู่  ข้อกล่าวหานายเฮดมาจากคำพูดของนายเฮดที่กล่าวเมื่อปี พ.ศ. 2550 ในงานสัมมนาที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย รวมถึงข้ออ้างว่าการรายงานของนายเฮดตลอดช่วงสองปี “สร้างความเสียหายแก่และดูหมิ่นพระเกียรติของราชวงศ์” 

รัฐบาลไม่ได้เป็นเจ้าของหรือควบคุมสื่อสิ่งพิมพ์  นักการเมือง ครอบครัวบุคคลมีชื่อเสียงและเครือบริษัทสื่อขนาดใหญ่ยังคงถือหุ้นจำนวนมากในธุรกิจหนังสือพิมพ์ที่สำคัญหลายฉบับ

หน่วยงานของรัฐเป็นเจ้าของและเป็นผู้ควบคุมสถานีวิทยุและโทรทัศน์ทุกสถานี ซึ่งได้แก่สถานีวิทยุเอเอ็มและเอฟเอ็มที่ขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการว่าเป็นคลื่น ”ปกติ” รวม 524 สถานี   กองทัพและตำรวจยังคงถือกรรมสิทธิ์ในสถานีวิทยุที่เหลืออีก 244 สถานีโดยให้เหตุผลเรื่องความมั่นคง ส่วนหน่วยงานรัฐอื่นๆ ที่เป็นเจ้าของสื่อกระจายเสียงของรัฐได้แก่กรมประชาสัมพันธ์ และองค์การสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทยซึ่งเคยเป็นรัฐวิสาหกิจที่รัฐบาลยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อยู่  สถานีวิทยุและโทรทัศน์เกือบทุกแห่งให้บริษัทเอกชนเช่าเพื่อการพาณิชย์    

พระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 กำหนดกฎระเบียบว่าด้วยคลื่นวิทยุและโทรทัศน์  กฎหมายฉบับนี้แบ่งใบอนุญาตประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ที่ใช้คลื่นความถี่ออกเป็นสามประเภทได้แก่ ใบอนุญาตประกอบกิจการเพื่อบริการสาธารณะ ใบอนุญาตประกอบกิจการเพื่อบริการชุมชน และใบอนุญาตประกอบกิจการเพื่อการพาณิชย์ทางธุรกิจ  เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงลงพระปรมาภิไธยในร่างพระราชบัญญัติจัดสรรคลื่นความถี่ฯ มีผลเป็นกฎหมายซึ่งให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เพื่อจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับดูแลสื่อกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์  ตาม พรบ. ดังกล่าว ต้องมีการจัดตั้งคณะกรรมการฯ ชุดนี้ภายใน 180 วัน

สถานีวิทยุกระจายเสียงต้องต่อใบอนุญาตทุก 7 ปี  สัญญาณวิทยุต้องถ่ายทอดผ่านเครื่องส่งของรัฐบาล  กฎหมายกำหนดให้สถานีวิทยุทุกแห่งต้องถ่ายทอดรายการข่าวที่รัฐบาลผลิตวันละ 2 ครั้ง ช่วงละ 30 นาที  ภายใต้กฎระเบียบใหม่เกี่ยวกับการควบคุมการดำเนินการวิทยุชุมชน ซึ่งมีผลบังคับใช้ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2552 ผู้ประกอบกิจการวิทยุชุมชนมีเวลา 30 วันในการจดทะเบียนขออนุญาตทดลองประกอบกิจการชั่วคราวเป็นเวลา 300 วันกับคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ  ข้อมูลจากรัฐบาลระบุว่า มีผู้ประกอบกิจการสถานีวิทยุชุมชนจำนวนกว่า 7,000 แห่งที่ได้จดทะเบียน  รัฐบาลได้เตือนผู้ประกอบกิจการสถานีวิทยุชุมชนที่ไม่ได้มาจดทะเบียนว่า หากยังดำเนินการต่อไป จะถือว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมาย และจะถูกตั้งข้อหาใช้เครื่องส่งและคลื่นความถี่วิทยุโดยไม่ได้รับอนุญาต  เมื่อถึงสิ้นปี มีรายงานว่า รัฐบาลได้ดำเนินการกับผู้ประกอบการที่ไม่มีใบอนุญาตเพียงไม่กี่ครั้ง ทั้งที่ประมาณว่าผู้ประกอบการที่ไม่มีใบอนุญาตมีเป็นจำนวนมาก 
  
สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทยรายงานว่า รัฐบาลไม่ได้แทรกแซงเสรีภาพของสื่อสิ่งพิมพ์หลักในช่วงที่มีความวุ่นวายทางการเมือง  อย่างไรก็ตาม ทางการได้ปิดนิตยสารที่กลุ่ม นปช. ให้การอุปถัมภ์ในเดือนพฤษภาคมระหว่างที่มีความวุ่นวายทางการเมือง คือ  ไทย เรดนิวส์ และนิตยสารเสียงทักษิณ โดยอ้างว่าเป็นภัยคุกคามความมั่นคงของชาติ  เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน เพื่อเป็นการโต้ตอบที่นิตยสารถูกสั่งปิด นปช. กลุ่มหนึ่งออกนิตยสารฉบับใหม่ที่เอนเอียงไปทาง นปช. ชื่อว่า  'เรดพาวเวอร์'  ด้วยบทบัญญัติตามอำนาจภายใต้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ทางการได้ปิดโรงพิมพ์ของ 'เรดพาวเวอร์' เมื่อเดือนกันยายน  อย่างไรก็ตาม ในเดือนพฤศจิกายน ก็มี 'เรดพาวเวอร์' ออกวางขายอีก ซึ่งมีรายงานว่าไปทำการพิมพ์ในประเทศเพื่อนบ้าน 

ในวันที่ 7 เมษายน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีได้สั่งปิดสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมพีทีวี ซึ่งดำเนินกิจการโดยกลุ่ม นปช. โดยอ้างว่าสถานีดังกล่าวเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ นายสุเทพอ้างว่าสถานีโทรทัศน์พีทีวีกำลังเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือนเกี่ยวกับมาตรการของรัฐบาลในการรับมือการชุมนุมของคนเสื้อแดง หลังจากนั้น รัฐบาลได้แจกจ่ายคลิปที่ออกอากาศทางสถานีพีทีวีเป็นภาพแกนนำเสื้อแดงกำลังเรียกร้องให้มีการเผาสถานที่ต่างๆ ทั่วไป นอกจากนี้ ยังมีการปิดกั้นเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับสถานีพีทีวีด้วย

ในวันที่ 13 เมษายน รัฐบาลใช้อำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน สั่งให้สถานีถ่ายทอดดาวเทียมไทยคมระงับสัญญาณของสถานี D-Station ซึ่งเป็นสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมที่ดำเนินกิจการโดยกลุ่ม นปช. ไม่กี่วันหลังจากนั้น ตำรวจได้เข้าตรวจค้นสำนักงานสถานี D-Station ในกรุงเทพฯ และยึดอุปกรณ์แพร่ภาพได้จำนวนหนึ่ง สถานี D-Station เริ่มแพร่ภาพได้อีกครั้งในเดือนพฤษภาคม

คณะกรรมการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) รายงานว่าเมื่อถึงสิ้นปี มีสถานีวิทยุชุมชนอย่างน้อย 25 แห่ง ถูกสั่งปิดหลังจากรัฐบาลประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในเดือนเมษายน ที่จังหวัดเชียงใหม่ ตำรวจบุกค้นสถานีวิทยุชุมชนแห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าให้การสนับสนุนกลุ่ม นปช. และยึดอุปกรณ์ในการส่งสัญญาณ สถานีดังกล่าวได้กลับมากระจายเสียงเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการเมืองอีกครั้งในเดือนกันยายน กอ.รมน. ประจำจังหวัดขอร้องผู้ประกอบกิจการวิทยุชุมชนไม่ให้ใช้เครือข่ายของตนเพื่อปลุกปั่นให้เกิดความไม่สงบและเตือนผู้ประกอบการว่า จะถูกปิดสถานีหากไม่ปฏิบัติตาม ที่จังหวัดอุดรธานี ตำรวจบุกค้นสถานีวิทยุชุมชนที่สนับสนุนกลุ่ม นปช. แห่งหนึ่ง และยึดอุปกรณ์ส่งสัญญาณ ผู้อำนวยการสถานีถูกตั้งข้อหาใช้อุปกรณ์สถานีวิทยุโดยไม่มีใบอนุญาตและได้รับการประกันตัว ต่อมา สถานีวิทยุที่สนับสนุนกลุ่ม นปช. บางแห่งกลับมาดำเนินกิจการอีกครั้ง แต่สถานีส่วนใหญ่หรือทุกสถานีจะเซ็นเซอร์เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการเมืองด้วยตนเอง ผู้บริหารสถานีวิทยุแห่งหนึ่งรายงานว่ามีสถานีวิทยุจำนวนมากที่ไม่มีทุนพอที่จะเปิดกิจการอีกครั้ง โดยเฉพาะเมื่ออุปกรณ์กระจายเสียงของตนถูกเจ้าหน้าที่ของรัฐยึดไปและไม่ได้คืน

ในวันที่ 16 เมษายน สถานีวิทยุ FM 106.8 ซึ่งเป็นสถานีวิทยุของผู้ขับรถแท็กซี่ และมีความสัมพันธ์กับขบวนการเสื้อแดงในกรุงเทพฯ ต้องปิดสถานีลง หลังจากมีรายงานว่ารัฐบาลประสบความสำเร็จในการรบกวนคลื่นของสถานีนี้ ต่อมา สถานีได้กลับมากระจายเสียงอีกครั้ง โดยมีเพียงรายการข่าวกีฬาและรายการบันเทิงเท่านั้น มีรายงานว่าอดีตผู้บริหารสถานียังคงหลบซ่อนตัวอยู่

ในวันที่ 16 มิถุนายน คณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ได้สั่งห้ามการออกอากาศภาพยนตร์โฆษณาชุด “ขอโทษประเทศไทย” โดยให้เหตุผลว่าอาจก่อให้เกิดความไม่สงบ ภาพยนตร์ชุดนี้มีฉากการจลาจลและการวางเพลิง รวมทั้งการปะทะระหว่างผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่รักษาความมั่นคงในกรุงเทพฯ

มีรายงานว่านักหนังสือพิมพ์เผชิญกับการคุกคาม ข่มขู่ และความรุนแรง เนื่องจากการรายงานข่าวของตน โดยเฉพาะในช่วงความไม่สงบทางการเมืองตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม กรณีการเสียชีวิตของนักข่าวต่างประเทศสองรายระหว่างการทำข่าวการชุมนุมที่กรุงเทพฯ ระหว่างเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคมยังคงอยู่ระหว่างสอบสวน

ในวันที่ 27 กรกฏาคม นายก้องภพ สวัสดี ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐประจำจังหวัดนครปฐม และเป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นชื่อปฐมโพสต์ด้วย  ถูกยิงเสียชีวิตที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐม นายก้องภพเคยเขียนบทความต่อเนื่องเกี่ยวกับคดีทุจริตที่มีนักการเมืองในท้องถิ่นเกี่ยวข้อง ในวันที่ 17 สิงหาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจแถลงว่ามีการจับกุมผู้ต้องสงสัยเจ็ดคน เมื่อถึงปลายปี คดีนี้ยังไม่สิ้นสุด

คดีของนายสำเริง คำสนิท  ผู้สื่อข่าวเจ้าของรถยนต์ที่ถูกวางเพลิงเมื่อ พ.ศ. 2551 และคดียิงนายสุรยุทธ ยงชัยยุทธ และนายอธิวัฒน์ ไชยนุรัตน์ ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์มติชนในปีเดียวกัน ยังคงอยู่ระหว่างการสืบสวน  เชื่อกันว่า ผู้สื่อข่าวทั้งสามคนตกเป็นเป้าหมายการลอบทำร้ายเพราะรายงานข่าวที่มีความอ่อนไหวทางการเมือง

การวิพากษ์วิจารณ์พรรคการเมือง บุคคลสาธารณะ และรัฐบาลของสื่อสิ่งพิมพ์ถือเป็นเรื่องปกติ  โดยทั่วไป ผู้สื่อข่าวมีเสรีในการแสดงความเห็นเกี่ยวกับกิจกรรมและสถาบันของรัฐบาลโดยไม่ต้องเกรงการตอบโต้จากทางการ  อย่างไรก็ตาม สื่อสิ่งพิมพ์มักพิจารณาตรวจสอบรายงานข่าวและบทความของตนก่อนนำเสนอ โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์และความมั่นคงของชาติ  สื่อแพร่ภาพกระจายเสียงจะถูกตรวจสอบโดยภาครัฐทั้งทางตรงและทางอ้อม และเห็นได้ชัดว่า สื่อเหล่านี้พิจารณาตรวจสอบเนื้อหาของตนก่อนนำเสนอ  กระนั้นก็ตาม สื่อแพร่ภาพกระจายเสียงก็ยังคงรายงานการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอยู่

ความผิดฐานหมิ่นประมาทเป็นความผิดทางอาญาโดยมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาทและจำคุกไม่เกิน 2 ปี   ศาลอาญาได้พิพากษาคดีบุคคลในวงการสื่อ นักเคลื่อนไหวทางการเมืองและนักการเมืองฐานหมิ่นประมาทและโฆษณาหมิ่นประมาทหลายคดี

ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2552 นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาหมิ่นประมาท โดยนายสนธิได้กล่าวตำหนิอดีตรองนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งในรายการทางสถานีโทรทัศน์ ASTV ซึ่งออกอากาศสัปดาห์ละครั้งในปี พ.ศ. 2550 และถูกศาลตัดสินจำคุกสองปีโดยไม่รอลงอาญา นายสนธิได้รับการประกันตัวออกมา และยังคงอยู่ระหว่างการยื่นอุทธรณ์คดีดังกล่าว

เมื่อวันที่ 2 กันยายน ศาลอาญาตัดสินว่านายสนธิ ลิ้มทองกุลและนางสาวสโรชา พรอุดมศักดิ์ ผู้ดำเนินรายการของสถานีโทรทัศน์  ASTV มีความผิดฐานหมิ่นประมาทอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร นายสนธิถูกตั้งข้อหาดังกล่าวหลังการกล่าวคำปราศรัยเกี่ยวกับอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณขณะที่เดินทางไปเยี่ยมผู้สนับสนุนในสหรัฐอเมริกาในปี พ.ศ. 2550 และต่อมา ได้มีการนำคำปราศรัยดังกล่าวมาออกอากาศทางช่อง ASTV คนทั้งสองถูกพิพากษาจำคุกสองปี และต่อมาได้รับการลดโทษเหลือรอลงอาญาหกเดือน และปรับ 20,000 บาท

นิตยสาร The Economist สองฉบับถูกระงับการจำหน่ายเนื่องจากเนื้อหาที่หมิ่นเหม่ นิตยสารฉบับวันที่ 20 มีนาคม ซึ่งตีพิมพ์บทความเกี่ยวกับสถาบันชื่อ “As the Father Fades, His Children Fight” ถูกระงับการจัดส่งให้สมาชิกผู้บอกรับ เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับเนื้อหาที่สุ่มเสี่ยงและโอกาสที่ผู้จำหน่ายอาจถูกตั้งข้อหาได้ ส่วนฉบับวันที่ 22 พฤษภาคม ซึ่งตีพิมพ์บทความชื่อ “The Battle of Bangkok” และ “A Polity Imploding” ถูกส่งให้ผู้จัดจำหน่ายและสมาชิกบอกรับ แต่เจ้าของแผงหนังสือตัดสินใจไม่นำนิตยสารฉบับดังกล่าวมาวางจำหน่ายบนแผง

สถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นถูกตำหนิอย่างรุนแรงจากกลุ่ม นปช. ว่ารายงานเหตุการณ์เพียงด้านเดียว และมีรายงานว่าผู้ชุมนุม นปช. ได้ทำร้ายพนักงานสถานีโทรทัศน์ในช่วงการชุมนุมที่กรุงเทพฯ

ระหว่างการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลในวันที่ 27 มีนาคม, 4 เมษายน, และ 31 สิงหาคม สถานี NBT ซึ่งดำเนินงานโดยรัฐบาล ถูกโจมตีโดยระเบิดมือ เหตุการณ์ดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการสอบสวน

ในวันที่ 19 พฤษภาคม ภายหลังรัฐบาลสลายกลุ่มผู้ชุมนุมที่ใจกลางกรุงเทพฯ กลุ่มคนที่เชื่อว่ามีความสัมพันธ์กับการชุมนุมของคนเสื้อแดง ได้จุดไฟเผาอาคารสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ซึ่งได้สร้างความเสียหายอย่างหนักแก่อาคารดังกล่าว 

เสรีภาพทางอินเทอร์เน็ต

รัฐตั้งข้อจำกัดการใช้อินเทอร์เน็ตบางประการ และมีรายงานว่ารัฐบาลตรวจสอบการเข้าห้องสนทนาทางอินเทอร์เน็ต  โดยทั่วไป บุคคลและกลุ่มบุคคลสามารถแสดงความคิดเห็นโดยสันติทางอินเทอร์เน็ตรวมถึงการใช้อีเมล อย่างไรก็ตาม ยังคงมีข้อจำกัดอยู่บ้าง  มีอินเทอร์เน็ตบริการแก่ประชาชนทั้งในเขตเมืองและชนบท โดยมีอัตราการใช้บริการประมาณร้อยละ 31
 
พระราชบัญญัติว่าด้วยอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ซึ่งระบุข้อหาอาญาทางคอมพิวเตอร์ประเภทใหม่ๆ ได้กำหนดขั้นตอนการเข้าค้นและยึดคอมพิวเตอร์และข้อมูลคอมพิวเตอร์ในการสืบสวนคดีอาชญากรรมบางประเภท และให้อำนาจแก่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการร้องขอและบังคับให้ระงับการเผยแพร่ข้อมูลทางคอมพิวเตอร์  กฎหมายฉบับนี้กำหนดให้มีหมายศาลในการสั่งระงับเว็บไซต์ อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติแล้ว ไม่ได้มีการดำเนินการตามข้อกำหนดดังกล่าวเสมอไป  การลงประกาศข้อมูลเท็จทางอินเทอร์เน็ตที่เป็นการคุกคามความปลอดภัยของประชาชน ก่อให้เกิดความระส่ำระสายในหมู่ประชาชน หรือทำให้บุคคลอื่นได้รับความเดือดร้อน จะมีโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 5 ปีและปรับไม่เกิน 100,000 บาท  และหากการกระทำใดมีผลให้เกิดการเสียชีวิตของบุคคลจะมีโทษจำคุกสูงสุดไม่เกิน 20 ปีและปรับไม่เกิน 300,000 บาท  กฎหมายฉบับนี้ยังกำหนดให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเก็บข้อมูลผู้ใช้ทุกคนเป็นเวลา 90 วันในกรณีที่เจ้าหน้าที่ทางการต้องการข้อมูลเหล่านั้น  นอกจากนี้ หากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตรายใดเห็นด้วยหรือตั้งใจสนับสนุนการตีพิมพ์ข้อความผิดกฎหมายก็จะมีความผิดด้วย  นักเคลื่อนไหวด้านสื่อวิจารณ์กฎหมายฉบับนี้โดยกล่าวว่า คำจำกัดความของการกระทำผิดที่ระบุไว้ครอบคลุมกว้างขวางเกินไปและบทลงโทษก็รุนแรงเกินไป  

นอกจากนี้ รัฐบาลได้ใช้อำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินในการปิดกั้นเว็บไซต์หลายพันแห่งและ URL พิเศษบางอัน พระราชกำหนดดังกล่าวต่างจากพระราชบัญญัติว่าด้วยอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ที่เจ้าหน้าที่ไม่จำเป็นต้องขอคำสั่งศาลในการปิดกั้นเว็บไซต์หรือ URL เจ้าของเว็บไซต์ที่ถูกปิดกั้นภายใต้พระราชกำหนดฉบับนี้ไม่ได้รับคำเตือนล่วงหน้า และไม่สามารถอุทธรณ์ได้ แม้จะมีการยกเลิกพระราชกำหนดดังกล่าวในวันที่ 22 ธันวาคม แต่ผู้ใช้ก็ยังไม่สามารถเข้าเว็บไซต์ที่ถูกปิดกั้นได้เมื่อถึงช่วงปลายปี

มีการตรวจสอบข้อความก่อนนำขึ้นอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น และมีการใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์เพื่อขัดขวางเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น  รัฐบาลสอดส่องอย่างใกล้ชิดและสั่งปิดกั้นการเข้าเว็บไซต์จำนวนมากที่แสดงการต่อต้านรัฐบาล และเว็บไซต์ที่เห็นว่าวิพากษ์วิจารณ์สถาบัน  เว็บบอร์ดและวงเสวนาทางการเมืองในอินเทอร์เน็ตจำนวนมากเลือกที่จะตรวจสอบข้อความของตนก่อนนำเสนอและคอยสอดส่องการเสวนาอย่างใกล้ชิดเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกสั่งปิดกั้น นอกจากนี้ หนังสือพิมพ์หลายฉบับระงับหรือจำกัดการเข้าถึงคอลัมน์ความเห็นจากประชาชน เพื่อลดโอกาสเสี่ยงในการถูกฟ้องข้อหาหมิ่นสถาบัน

รายงานของโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (i-Law) ระบุว่ารัฐบาลใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ในการปิดกั้น URL เกือบ 44,000 แห่ง ในจำนวนนี้ เกือบร้อยละ 88 แห่งถูกปิดกั้นเนื่องจากมีเนื้อหาหมิ่นสถาบัน รายงานยังเปิดเผยด้วยว่าศาลใช้เวลาเพียงเล็กน้อยในการดู URL เหล่านี้ก่อนอนุมัติคำสั่งให้ปิดกั้น และบ่อยครั้งเป็นการอนุมัติคำสั่งในวันเดียวกับที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารขอมา ในคำสั่งศาลแต่ละฉบับจะมีจำนวน URL ที่ถูกสั่งปิดกั้นแตกต่างกันไป แต่โดยทั่วไปมีจำนวนอยู่หลายร้อย

ในวันที่ 1 เมษายน นายธันย์ฐวุฒิ ทวีวโรดมกุล หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่ออินทรีแดง ถูกจับกุมที่กรุงเทพฯ และถูกตั้งข้อหาหมิ่นสถาบันภายใต้พระราชบัญญัติว่าด้วยอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ นายธันย์ฐวุฒิซึ่งปฏิเสธทุกข้อหา ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้จัดทำเว็บไซต์แห่งหนึ่งของกลุ่ม นปช. เมื่อถึงปลายปี นายธันย์ฐวุฒิยังอยู่ระหว่างรอพิจารณาคดีอยู่ 

ในวันที่ 8 เมษายน รัฐบาลได้ใช้อำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินออกคำสั่งปิดเว็บไซต์ 36 แห่งซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศ แม้ว่าเว็บไซต์ที่ถูกปิดกั้นส่วนใหญ่จะเป็นเวทีเสวนาและบล็อกในอินเทอร์เน็ตที่สนับสนุนกลุ่ม นปช. แต่เว็บไซต์ Prachatai.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่เป็นกลางทางการเมืองและทราบกันดีว่าชอบวิจารณ์รัฐบาลก็อยู่ในจำนวนนี้ด้วย นอกจากนี้ รัฐบาลยังใช้อาศัยอำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินปิดกั้นบัญชีเฟซบุคและทวิตเตอร์จำนวนมากที่มีความสัมพันธ์กับกลุ่ม นปช. และเมื่อถึงปลายปี บัญชีเฟซบุคและทวิตเตอร์ที่ถูกสั่งปิดส่วนใหญ่ยังไม่สามารถเข้าได้ มีเว็บไซต์จำนวนมากที่เลือกที่จะตรวจสอบเนื้อหาของตนก่อนนำเสนอ หรือหยุดการให้บริการโดยสมัครใจโดยปิดเว็บไซต์ของตน หรือเปลี่ยนแปลงเนื้อหา

ในวันที่ 9 เมษายน กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแถลงว่าได้จำกัดการเข้าถึง URL จำนวน 10,000 แห่ง และเนื้อหาอื่นๆ ในอินเทอร์เน็ตที่เห็นว่าไม่เหมาะสมหรือเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ กระทรวงฯ ประกาศว่าจะเริ่มเน้นตรวจสอบเนื้อหาที่มีผู้นำขึ้นเครือข่ายสังคมออนไลน์ เช่น Hi5, เฟซบุค และทวิตเตอร์

ในวันที่ 30 เมษายน เจ้าหน้าที่ได้จับกุมนายวิภาส รักสกุลไทยที่จังหวัดระยองในข้อหาเขียนข้อความหมิ่นสถาบันบนหน้าเฟซบุคของตน ซึ่งนับเป็นการจับกุมเกี่ยวกับการใช้สังคมออนไลน์ครั้งแรกเท่าที่ทราบภายใต้พระราชบัญญัติว่าด้วยอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ เมื่อถึงปลายปี คดีนี้ยังค้างพิจารณาอยู่

ในวันที่ 13 กันยายน กรมสอบสวนคดีพิเศษแถลงผ่านเว็บไซต์ของตนว่าได้มีการออกหมายจับนายธนพล บำรุงศรี ในข้อหามีข้อความซึ่งทางการเห็นว่าเป็นการฝ่าฝืนฎหมายเกี่ยวกับการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในหน้าเฟซบุค แต่เมื่อถึงปลายปี ยังไม่มีการจับกุมนายธนพลแต่อย่างใด

ในวันที่ 24 กันยายน น.ส. จีรนุช เปรมชัยพร ผู้อำนวยการเว็บไซต์ Prachatai.com ถูกจับกุมที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในข้อหาหมิ่นสถาบัน หลังจากมีผู้นำข้อความหมิ่นสถาบันขึ้นเว็บไซต์ Prachatai.com ในปี พ.ศ. 2551 น.ส. จีรานุชถูกส่งตัวไปจังหวัดขอนแก่นและได้รับการประกันตัวในวันที่ 25 กันยายน เมื่อถึงปลายปี คดีนี้ยังค้างพิจารณาอยู่ ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2552 น.ส. จีรนุชก็ถูกจับกุมและถูกตั้งข้อหาฝ่าฝืนมาตรา 15 ของพระราชบัญญัติว่าด้วยอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ เนื่องจากปล่อยให้มีการเขียนข้อความหมิ่นสถาบันในเว็บบอร์ดของตน ศาลมีกำหนดไต่สวนคดีนี้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2554

นาวาอากาศตรี ชนินทร์ คล้ายคลึง สังกัดกองทัพอากาศ มอบตัวกับตำรวจในวันที่ 17 พฤศจิกายน ภายหลังผู้บังคับบัญชาแจ้งความตำรวจกล่าวหาว่านาวาอากาศตรีชนินทร์มีข้อความหมิ่นสถาบันในหน้าเฟซบุคของตน เมื่อถึงปลายปี คดีนี้ยังค้างพิจารณาอยู่

นายสุวิชา ท่าค้อ ได้รับพระราชทานอภัยโทษและถูกปล่อยเป็นอิสระในวันที่ 28 มิถุนายน หลังต้องโทษจำคุกเป็นระยะเวลาหนึ่ง นายสุวิชาถูกพิพากษาจำคุก 10 ปีในข้อหาหมิ่นสถาบันภายใต้พระราชบัญญัติว่าด้วยอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2552

นางธีรนันต์ วิภูชนันธ์ นายคธา ปาจาจิรยพงษ์ นายสมเจตน์ อิทธิวรกุล และแพทย์หญิง ทัศพร รัตนวงศา ถูกจับกุมในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2552 ในข้อหาเผยแพร่ข้อมูลเท็จทางอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับพระพลานามัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวซึ่งเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ ผู้ต้องหาทั้งสี่คนได้รับการประกันตัวและยังเป็นอิสระระหว่างรอผลสอบสวนของตำรวจ
 
เสรีภาพทางวิชาการและการแสดงทางวัฒนธรรม

รัฐบาลไม่ได้จำกัดเสรีภาพทางวิชาการ

การแสดงทางวัฒนธรรมอาจถูกสั่งห้ามได้ โดยทั่วไป เพราะเหตุผลเกี่ยวกับความเหมาะสม  ภายใต้พระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 รัฐมีอำนาจสั่งห้ามฉายภาพยนตร์ที่ “หมิ่นราชวงศ์ กระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของรัฐ บ่อนทำลายความเป็นเอกภาพของประเทศ เหยียดหยามลัทธิความเชื่อ ดูหมิ่นบุคคลที่ทรงเกียรติ ขัดต่อศีลธรรมอันดีงาม หรือมีฉากการแสดงออกทางเพศอย่างโจ่งแจ้ง”  มาตรา 25 ของพระราชบัญญัติฉบับนี้กำหนดให้ภาพยนตร์ที่จะนำออกฉาย ให้เช่า แลกเปลี่ยน หรือจำหน่ายในราชอาณาจักรต้องผ่านการตรวจพิจารณาและได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ภาพยนตร์เรื่อง Insects in the Backyard ซึ่งมีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับพ่อซึ่งเป็นเพศที่สามและเลี้ยงดูลูกด้วยตนเอง ในภาพยนตร์มีฉากโสเภณีเด็กและเพศสัมพันธ์ระหว่างผู้ชายด้วยกัน ภาพยนตร์ถูกสั่งระงับโดยคณะกรรมการภาพยนตร์แห่งชาติเนื่องจากขัดต่อศีลธรรมอันดีงามและมีฉากลามกอนาจาร  เจ้าของโรงภาพยนตร์และผู้แพร่ภาพกระจายเสียงมักจะตรวจพิจารณาตัดต่อภาพยนตร์ของตนก่อนส่งมอบฟิล์มภาพยนตร์ให้คณะกรรมการภาพยนตร์แห่งชาติ  มีการนำระบบจัดแบ่งชั้นภาพยนตร์ออกเป็น 7 ประเภทมาใช้ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2552 เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 นอกจากนี้ โรงภาพยนตร์ยังต้องขอใบอนุญาตดำเนินการภายในเดือนกันยายน พ.ศ. 2552 หรือจ่ายค่าปรับเป็นเงินสูงสุดไม่เกินหนึ่งล้านบาท ในช่วงปี ไม่มีรายงานเกี่ยวกับการปรับหรือการตั้งข้อจำกัดอื่นใดอีก

ข.  เสรีภาพในการชุมนุมกันอย่างสงบและการจัดตั้งสมาคม
 
เสรีภาพในการชุมนุม
 
รัฐธรรมนูญให้สิทธิเสรีภาพในการชุมนุม และโดยทั่วไป รัฐบาลก็เคารพสิทธิดังกล่าวยกเว้นในบางกรณี  กฎอัยการศึกที่ให้อำนาจแก่ทหารในการจำกัดเสรีภาพในการชุมนุมมีผลบังคับใช้ใน 31 จังหวัด  พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินซึ่งมีผลบังคับใช้ใน 27 จังหวัดในช่วงปี ให้อำนาจรัฐบาลในการจำกัดเสรีภาพในการชุมนุม

จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภูเก็ต และพังงา ออกบทบัญญัติห้ามแรงงานต่างด้าวโดยเฉพาะผู้ที่มาจากกัมพูชา พม่าและลาว ทำการชุมนุม นอกเหนือจากข้อจำกัดอื่นๆ  ในขณะที่จังหวัดสมุทรสาครห้ามการชุมนุมเกินกว่า 5 คนขึ้นไป  แต่ก็ไม่ได้มีการบังคับใช้กฎนี้อย่างเข้มงวด  นายจ้างและองค์กรเอกชนอาจขออนุญาตจากทางการให้แรงงานต่างด้าวจัดงานชุมนุมทางวัฒนธรรมได้ และถ้าการชุมนุมจัดขึ้นในสถานที่ส่วนบุคคล ก็มักไม่ต้องขออนุญาต  
 
เครือข่าย นปช. จัดชุมนุมในกรุงเทพมหานครและพื้นที่อื่นๆ ตลอดทั้งปี และในเดือนมีนาคม มีผู้เข้าร่วมการชุมนุมที่กรุงเทพฯ มากถึง 100,000 คน การชุมนุมเริ่มขึ้นในวันที่ 12 มีนาคมเมื่อผู้สนับสนุนเครือข่าย นปช. เริ่มเดินทางมารวมตัวกันที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 16 มีนาคม ผู้ชุมนุมเจาะเลือดตัวเองและเอาไปเทที่สำนักงานต่างๆ ของนายกรัฐมนตรีและที่ทำการพรรคประชาธิปปัตย์ ในวันที่ 3 เมษายน ผู้ชุมนุมเริ่มยึดพื้นที่สี่แยกราชประสงค์ ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจของกรุงเทพฯ ในวันที่ 7 เมษายน ผู้ชุมนุมหลายพันคนได้บุกเข้าอาคารรัฐสภา ยึดอาวุธจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทำให้สมาชิกรัฐสภาต้องหลบหนีออกจากอาคาร เพื่อเป็นการตอบโต้ รัฐบาลได้ประกาศใช้พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งห้ามการชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป ข้อจำกัดดังกล่าวมีผลบังคับใช้จนถึงวันที่ 19 พฤษภาคม

ในวันที่ 10 เมษายน มีการปะทะรุนแรงระหว่างกลุ่ม นปช.กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงบนถนนราชดำเนินใกล้สะพานผ่านฟ้าฯ พยานผู้เห็นเหตุการณ์และสื่อรายงานว่าทั้งสองฝ่ายใช้กระสุนจริงและยุทธภัณฑ์ทางทหารในการปะทะ เมื่อถึงเช้าวันรุ่งขึ้น มีผู้เสียชีวิต 25 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้ชุมนุม 10 คน พลเรือน 9 คน ผู้สื่อข่าวต่างชาติ 1 คนและเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง 5 คน เมื่อถึงปลายปี
กรณีการเสียชีวิตดังกล่าวกำลังอยู่ระหว่างการสอบสวน 
 
ในวันที่ 21 เมษายน กลุ่ม นปช. ได้ปะทะกับกลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาลบริเวณใกล้แยกถนนสีลม โดยใช้ขวด หนังสติ๊ก และประทัดเป็นอาวุธ ทำให้มีผู้บาดเจ็บหลายคน ในวันที่ 22 เมษายน มีการยิงระเบิด เอ็ม-79 ใส่สถานีรถไฟฟ้าแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ทำให้มีผู้เสียชีวิตหนึ่งคนและบาดเจ็บกว่า 50 คน ในวันที่ 28 เมษายน มีการปะทะระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงใกล้สนามบินดอนเมือง ทำให้มีทหารเสียชีวิต 1 นายและผู้บาดเจ็บ 19 คน สื่อรายงานว่าทหารรายดังกล่าวเสียชีวิตจากกระสุนปืนที่เพื่อนทหารยิงพลาดมาโดน  อย่างไรก็ดี กรณีดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการสอบสวน ในวันที่ 29-30 เมษายน ผู้ชุมนุม นปช. หลายร้อยคนบุกเข้าไปในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เพื่อค้นหากองกำลังทหารที่เชื่อว่าประจำการอยู่ภายใน ทำให้โรงพยาบาลต้องปิดทำการและย้ายผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาลอื่น

ในวันที่ 13 พฤษภาคม ผู้ชุมนุม 2 คนถูกลอบสังหาร รวมทั้งพลตรีขัตติยะ สวัสดิผล ซึ่งเรียกตนเองว่าเป็นที่ปรึกษาทางทหารของกลุ่ม นปช. พลตรีขัตติยะถูกยิงที่ศีรษะจากการซุ่มยิงระยะไกลขณะกำลังให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ในวันที่ 14 พฤษภาคม ผู้ชุมนุมปะทะกับตำรวจและทหารขณะเจ้าหน้าที่กำลังกระชับพื้นที่การชุมนุม ในขณะที่ผู้ชุมนุมที่พกพาอาวุธและเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงยังมีการปะทะเล็กๆ น้อยๆ นอกพื้นที่ประท้วงต่อไป และมีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตหลายสิบคนและผู้บาดเจ็บหลายร้อยคน ในวันที่ 19 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงสลายกลุ่มผู้ชุมนุม และมีรายงานผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตของทั้งสองฝ่าย รวมทั้งผู้สื่อข่าวต่างชาติ 1 ราย

จนถึงปลายปี รัฐบาลและคณะกรรมการอิสระยังคงสอบสวนเหตุปะทะระหว่างฝ่ายความมั่นคงกับผู้ชุมนุมในเดือนเมษายนและพฤษภาคม

เสรีภาพในการจัดตั้งสมาคม

รัฐธรรมนูญกำหนดให้มีเสรีภาพในการจัดตั้งสมาคมโดยเฉพาะ แม้จะมีข้อยกเว้นเพื่อ “ปกป้องผลประโยชน์สาธารณะ รักษาความสงบเรียบร้อยหรือปกป้องศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือป้องกันการผูกขาดทางเศรษฐกิจ”   
 
กฎหมายห้ามการจดทะเบียนพรรคการเมืองในชื่อเดียวกันหรือใช้สัญลักษณ์เดียวกันกับพรรคการเมืองที่ถูกยุบ  ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายยืนยันว่า กฎหมายดังกล่าวมีขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้พรรคไทยรักไทยที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2550 กลับมาจดทะเบียนใหม่อีกครั้ง  

ค.  เสรีภาพในการนับถือศาสนา

รัฐธรรมนูญให้เสรีภาพในการนับถือศาสนา ท่านสามารถอ่านรายละเอียดในเรื่องนี้ได้จากรายงานว่าด้วยเสรีภาพในการนับถือศาสนาประจำปี พ.ศ. 2553 ได้ที่เว็บไซต์ http://thai.bangkok.usembassy.gov/irf2010-thai.html
 
ง.  เสรีภาพในการเดินทาง บุคคลพลัดถิ่นภายในประเทศ การคุ้มครองผู้ลี้ภัยและบุคคลไร้สัญชาติ

รัฐธรรมนูญให้เสรีภาพประชาชนในการเดินทางภายในประเทศ การเดินทางไปต่างประเทศ การโยกย้ายถิ่นฐานไปต่างประเทศ และการเดินทางกลับประเทศ  โดยทั่วไป ในทางปฏิบัติ รัฐบาลก็เคารพในสิทธิดังกล่าว แต่ก็มีข้อยกเว้นในกรณีเพื่อ “การรักษาความมั่นคงของประเทศ ความสงบเรียบร้อยของประชาชน หรือสวัสดิการสาธารณะ การวางผังเมืองและการวางผังประเทศ หรือสวัสดิภาพของเยาวชน” โดยทั่วไป รัฐบาลให้ความร่วมมือกับองค์กรด้านมนุษยธรรมในการคุ้มครองและช่วยเหลือบุคคลพลัดถิ่นภายในประเทศ ผู้ลี้ภัย ผู้แสวงที่พักพิง บุคคลไร้สัญชาติและบุคคลที่น่าห่วงใยอื่นๆ แม้ว่าจะมีข้อจำกัดอยู่หลายประการ

ชาวเขาที่ไม่มีสัญชาติไทยได้รับบัตรประจำตัวซึ่งสะท้อนถึงการถูกจำกัดเสรีภาพในการเดินทาง  ผู้ถือบัตรเหล่านี้มักถูกห้ามเดินทางออกนอกอำเภอที่อาศัยอยู่โดยไม่ได้รับอนุญาตล่วงหน้าจากนายอำเภอ และต้องได้รับอนุญาตจากผู้ว่าราชการจังหวัดหากจะเดินทางออกนอกจังหวัด  ผู้ฝ่าฝืนจะถูกปรับและต้องโทษจำคุก  ส่วนชาวเขาที่ไม่มีบัตรไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางเลย  องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนรายงานว่า ตำรวจตามจุดตรวจในประเทศมักเรียกเงินสินบนเป็นการตอบแทนกับการอนุญาตให้บุคคลไร้สัญชาติเดินทางจากอำเภอหนึ่งไปยังอีกอำเภอหนึ่ง

ผู้ลี้ภัยที่อาศัยอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยเก้าแห่งบริเวณชายแดนติดกับประเทศพม่าไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางและต้องถูกจำกัดบริเวณอยู่เพียงในค่ายผู้ลี้ภัยเท่านั้น หากถูกพบนอกเขตค่ายผู้ลี้ภัยอย่างเป็นทางการของตน ผู้ลี้ภัยจะถูกปรับ กักกันตัว และส่งกลับประเทศ

บุคคลไร้สัญชาติอื่นๆ ที่อาศัยในประเทศไทยมาเป็นเวลานาน เช่น ชาวไทยใหญ่และชนกลุ่มน้อยอื่นๆ ที่ไม่ใช่ชาวเขาจำนวนหลายพันคนต้องขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหรือกองทัพถ้าต้องการเดินทางภายในประเทศหรือไปต่างประเทศ

กฎหมายห้ามการบังคับลี้ภัย และรัฐบาลก็มิได้ทำเช่นนั้น 

การคุ้มครองผู้ลี้ภัย

ประเทศไทยไม่ได้เป็นภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยสถานภาพผู้ลี้ภัยพ.ศ. 2494 หรือพิธีสาร พ.ศ. 2510 ของอนุสัญญาดังกล่าว  และกฎหมายไทยก็ไม่ได้ระบุว่าจะต้องให้ที่พักพิงหรือสถานภาพผู้ลี้ภัยแก่บุคคล  อย่างไรก็ดี หน่วยงานภาครัฐยังคงให้ที่พักพิงแก่ผู้ลี้ภัยจำนวนมากอย่างที่เคยปฏิบัติมาเป็นเวลานานแล้ว  ในทางปฏิบัติ รัฐให้ความคุ้มครองในระดับหนึ่งแก่ผู้ลี้ภัยโดยไม่ผลักดันหรือส่งผู้ลี้ภัยกลับประเทศหากชีวิตหรือเสรีภาพของคนเหล่านี้จะถูกคุกคามอันเนื่องมาจากเชื้อชาติ ศาสนา สัญชาติ สถานภาพการเป็นสมาชิกของกลุ่มสังคมหรือทัศนคติทางการเมือง

กฎหมายถือว่าผู้แสวงที่พักพิงและผู้ลี้ภัยที่ไม่ใช่ชาวพม่าที่อาศัยอยู่ภายนอกค่ายผู้ลี้ภัยของทางการถือว่าเป็นผู้เข้าเมืองผิดกฎหมาย  ถ้าคนเหล่านี้ถูกจับตัวได้ จะถูกนำไปกักกันที่ศูนย์กักกันของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด สภาพความเป็นอยู่ภายในศูนย์หลายแห่งไม่ดี โดยส่วนใหญ่เป็นเพราะสภาพความเป็นอยู่ที่แออัดและการระบายอากาศไม่ดี  ผู้ลี้ภัยและผู้แสวงที่พักพิงบางรายที่ถูกกักกันตัวอยู่ตามศูนย์หลายแห่งต้องประสบปัญหาทางสุขภาพและจิตใจ ผู้ลี้ภัยไม่สามารถทำงานอย่างถูกกฎหมายในประเทศได้  ผู้ลี้ภัยชาวพม่าที่พักอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยที่ทางการจัดให้ถูกห้ามทำงานหรือหาเลี้ยงชีพนอกค่าย แต่รัฐบาลได้อนุญาตให้แรงงานต่างด้าวที่ไม่มีเอกสารประจำตัวจากประเทศเพื่อนบ้านสามประเทศสามารถทำงานบางประเภทได้ถ้าจดทะเบียนกับทางการ และเริ่มขั้นตอนในการขอเอกสารที่ระบุสถานภาพของตน (ดูหมวดที่ 7 จ.)

หลังจากหยุดดำเนินการไปสี่ปี คณะกรรมการพิจารณาสถานะภาพผู้หนีภัยการสู้รบประจำจังหวัด (Provincial Admissions Board - PAB) ซึ่งเป็นกระบวนการคัดกรองผู้แสวงที่พักพิงชาวพม่าในค่ายผู้ลี้ภัยก็กลับมาดำเนินการใหม่อีกครั้งในฐานะโครงการนำร่องสำหรับค่ายผู้ลี้ภัยสี่แห่ง ในช่วงปลายปี ผลการคัดกรองของคณะกรรมการฯ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐบาลอยู่ และยังไม่มีการขยายกระบวนการคัดกรองนี้ไปยังค่ายผู้ลี้ภัยที่เหลืออีกห้าแห่งตามที่รัฐบาลได้วางแผนไว้ ในขณะที่โดยทั่วไป รัฐบาลไทยให้ความร่วมมือกับองค์กรด้านมนุษยธรรมในการให้ความช่วยเหลือผู้อพยพในค่ายผู้ลี้ภัยของรัฐ แต่การให้ความร่วมมือกับสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ในการให้ความคุ้มครองคนบางกลุ่มยังขาดความสม่ำเสมอ UNHCR ถูกสั่งห้ามอย่างเป็นทางการไม่ให้ดำเนินการกำหนดสถานภาพผู้ลี้ภัยหรือให้ความคุ้มครองแก่ชาวม้ง ชาวเกาหลีเหนือ และชาวพม่า(รวมทั้งชาวโรฮิงญา) ซึ่งอาศัยอยู่นอกค่ายผู้ลี้ภัยของทางการ UNHCR ยังคงสามารถเข้าสัมภาษณ์ผู้แสวงที่พักพิงที่ศูนย์กักกันของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในกรุงเทพฯ ได้เพื่อพิจารณาสถานภาพและสอดส่องดูแลผู้แสวงที่พักพิงที่เพิ่งมาถึง หลายประเทศที่รับผู้แสวงที่พักพิงไปตั้งหลักแหล่งในประเทศของตนได้รับอนุญาตให้ดำเนินขั้นตอนต่างๆ ที่ศูนย์ฯ ได้ ส่วนองค์กรเอกชนก็ได้รับอนุญาตให้จัดให้บริการทางสุขภาพ อาหาร และความช่วยเหลืออื่นๆ ด้วย
 
รัฐบาลยังคงอนุญาตให้ UNHCR สอดส่องการคุ้มครองผู้ลี้ภัยและผู้แสวงที่พักพิงชาวพม่ากว่า 144,000 คนที่อาศัยอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยเก้าแห่งบริเวณชายแดนไทยที่ติดกับพม่า แต่ห้าม UNHCR ให้ความช่วยเหลือใดๆ ในค่ายผู้ลี้ภัยเหล่านี้ องค์กรเอกชนให้ความช่วยเหลือด้านปัจจัยพื้นฐานแก่ผู้ที่อาศัยอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัย เจ้าหน้าที่ทางการได้ออกบัตรประจำตัวแก่ผู้ลี้ภัยในค่ายที่ขึ้นทะเบียนแล้วรัฐบาลอนุญาตให้องค์กรเอกชนจัดหาอาหาร การศึกษา ที่พักพิง น้ำ บริการสุขอนามัย และบริการอื่นๆ แก่ชาวพม่าในค่ายผู้ลี้ภัย มีชาวพม่าประมาณ 45,000 คนที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนเนื่องจากคณะกรรมการPAB หยุดดำเนินงานไป  เจ้าหน้าที่ทางการไม่ได้แยกความแตกต่างระหว่างชาวพม่าที่แสวงที่พักพิงและแรงงานพม่าที่ไม่มีเอกสารและอยู่นอกค่ายผู้ลี้ภัยของทางการ และเห็นว่าทุกคนเป็นคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย โดยทั่วไป ผู้ที่ถูกจับจะถูกนำไปส่งที่ชายแดนและส่งกลับประเทศ

รัฐบาลยังคงอำนวยความสะดวกในการโยกย้ายไปตั้งถิ่นฐานในประเทศที่สามของผู้ลี้ภัยในค่ายต่อไป โดยในปี พ.ศ. 2553 มีชาวพม่าย้ายไปตั้งถิ่นฐานในประเทศที่สามจำนวน 11,107 คน

รัฐบาลจัดกระบวนการคัดกรองโดยคณะกรรมการ PAB “แบบเร่งด่วน” สำหรับบุคคลที่ได้รับผลกระทบจากการปราบปรามการชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยในพม่า เมื่อถึงปลายปี พ.ศ. 2550 คณะกรรมการฯ ชุดนี้ได้อนุมัติสถานภาพผู้ลี้ภัยแก่ชาวพม่า 98 คน ทำให้สามารถย้ายไปตั้งถิ่นฐานในประเทศที่สาม ในช่วงปี พ.ศ. 2553 ยังมีการพิจารณาสถานภาพผู้ลี้ภัยแบบเร่งด่วนด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรมสำหรับชาวพม่าอีกสองคน และมีการอนุมัติสถานภาพผู้ลี้ภัยแก่ชาวพม่า 11 คนซึ่งทำให้คนเหล่านี้สามารถสมัครขอไปตั้งถิ่นฐานในประเทศที่สาม

ผู้แสวงหาที่พักพิงชาวพม่าจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่หลบหนีการสู้รบที่ชายแดน ถูกส่งตัวกลับพม่าโดยหน่วยทหารที่ชายแดนก่อนที่จะเดินทางถึงค่ายผู้ลี้ภัย อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้แสวงหาที่พักพิงหลายพันคนเดินทางเข้าไทยและค่ายผู้ลี้ภัยในช่วงปี พ.ศ. 2553 ในเดือนกรกฎาคม เจ้าหน้าที่ทางการยืนยันว่าชาวกะเหรี่ยง 922 คนได้เดินทางข้ามชายแดนเข้ามาที่จังหวัดตากเพื่อแสวงหาที่พักพิง เนื่องจากคนเหล่านี้คาดการณ์ว่าจะมีการสู้รบระหว่างกลุ่มต่างๆ ภายในกองทัพกะเหรี่ยงพุทธหลังจากการเจรจากับรัฐบาลพม่าไม่ประสบความสำเร็จ หลังจากนั้นอีกสองวัน กองทัพได้อำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับพม่าของชาวกะเหรี่ยงเหล่านี้ โดยให้สัญญาว่าคนเหล่านี้สามารถหนีกลับมาได้ถ้าเกิดการสู้รบขึ้น 
  
ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายนถึงช่วงปลายปี ชาวกะเหรี่ยงและชาวพม่ากลุ่มอื่นๆ ประมาณ 30,000 คน ได้เดินทางเข้าไทยทางอำเภอแม่สอด อำเภอพบพระ และด่านเจดีย์สามองค์ เพื่อหลบหนีการสู้รบระหว่างกองทัพกะเหรี่ยงพุทธ ซึ่งมักเข้าพวกกับกองทัพของชนกลุ่มน้อยอื่นๆ กับกองทัพพม่า ในช่วงหลายเดือนก่อนการเลือกตั้งในพม่า UNHCR และองค์กรเอกชนที่ทำงานอยู่ภายในและรอบๆ ค่ายผู้ลี้ภัยได้จัดการวางแผนรับมือในกรณีฉุกเฉินตามที่กองทัพบกของไทยร้องขอ ในขณะที่การต่อสู้ยังดำเนินต่อไป ประชาชนที่หลบหนีออกมาได้รับอนุญาตให้พำนักอยู่ในไทยได้ตามสถานที่ที่ทางการกำหนดไว้นอกค่ายผู้ลี้ภัย UNHCR องค์กรเอกชน และองค์กรชุมชนสามารถจัดหาอาหาร น้ำ ที่พัก บริการด้านสุขภาพและสุขอนามัยให้แก่ประชาชนส่วนใหญ่ เมื่อการสู้รบยุติลง กองทัพไทยอำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับประเทศแก่ชาวพม่าพลัดถิ่น โดยให้สัญญาว่าคนเหล่านี้สามารถเดินทางกลับเข้าไทยได้ถ้าเกิดการสู้รบขึ้นอีก มีผู้ลี้ภัยกลุ่มเล็กๆ ที่ยังคงพำนักต่อในไทย เพื่อรอให้สถานการณ์ดีขึ้นก่อนที่จะเดินทางกลับพม่า องค์กรเอกชนบางแห่งรายงานว่ากองทัพไทยบังคับชาวพม่าให้เดินทางกลับประเทศ UNHCR ยืนยันว่ามีการบังคับชาวพม่าที่ตำบลวาเล่ย์ อ. พบพระ จ. ตาก ให้เดินทางกลับประเทศเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม

ในช่วงปลายปี พ.ศ. 2551 และต้นปี พ.ศ. 2552 ชาวโรฮิงญาและบังคลาเทศจำนวน 79 คนที่เดินทางเข้าไทยทางเรือถูกจับกุมและกักกันตัวไว้ที่ศูนย์กักกันตัวของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแห่งหนึ่ง ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2552 สองคนในจำนวนนี้ป่วยและเสียชีวิตในขณะที่ถูกกักกันอยู่ที่ศูนย์ฯ ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ชาวบังคลาเทศ 28 คนจากกลุ่มนี้ถูกส่งตัวกลับประเทศ และชาวโรฮิงญาหนึ่งคนถูกส่งตัวกลับพม่า ในช่วงปี พ.ศ. 2553 มีคนป่วยและเสียชีวิตอีกหนึ่งคนและอีกหนึ่งคนได้รับการปล่อยตัวเป็นอิสระ เมื่อถึงปลายปี คนจำนวน 46 คนจากกลุ่มนี้ยังคงถูกกักกันตัวโดยไม่มีกำหนดที่ศูนย์กักกันที่ซอยสวนพลู องค์กรเอกชนสามารถเข้าเยี่ยมชาวโรฮิงญาที่ถูกกักกันตัวได้เป็นประจำ
  
ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองทำการตรวจค้นในกรุงเทพฯ และภาคใต้ระหว่างเดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม และจับกุมและกักกันตัวชาวทมิฬศรีลังกาได้จำนวน 208 คน ซึ่งมีทั้งผู้หญิงและเด็ก ในจำนวนนี้ 195 คนได้รับการระบุโดย UNHCR ว่าเป็น “บุคคลที่น่าห่วงใย” เมื่อถึงปลายปี มีชาวทมิฬศรีลังกาอีกอย่างน้อย 119 คนที่ยังถูกกักกันตัวอยู่ ในเดือนธันวาคม ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองได้ตรวจค้นแบบเดียวกันที่ชุมชนชาวปากีสถานนิกายอะห์มาดีในกรุงเทพฯ และกักกันตัวชาวปากีสถาน 84 คน ซึ่งมีผู้หญิงและเด็กรวมอยู่ด้วย 54 คน ทั้งหมดนี้เป็นผู้ลี้ภัยหรือผู้แสวงหาที่พักพิง

บุคคลไร้สัญชาติ

ในประเทศไทย มีบุคคลไร้สัญชาติอาศัยอยู่จำนวนพอสมควร ส่วนใหญ่เป็นชาวเขาที่อาศัยอย่างหนาแน่นในภาคเหนือ และมีผู้ไร้สัญชาติบางส่วนที่อพยพมาจากพม่า แต่ไม่ได้มีเชื้อสายและสัญชาติพม่า อย่างไรก็ตามยังมีผู้ไร้สัญชาติอีกจำนวนหนึ่งที่ไม่เข้าข่ายสองกลุ่มที่กล่าวมาแล้ว ยอดตัวเลขบุคคลไร้สัญชาติทั่วโลกของ UNHCR ในปี พ.ศ. 2552 ระบุว่าไทยมีบุคคลไร้สัญชาติอยู่ประมาณ 3.5 ล้านคน ประกอบด้วยชาวเขาและผู้พลัดถิ่นที่ถือบัตรประจำตัวประเภทต่างๆ ที่ออกโดยหน่วยงานรัฐบาลประมาณหนึ่งล้านคน แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายที่จดทะเบียนแล้วจากพม่า ลาว และกัมพูชาหนึ่งล้านคน ผู้ลี้ภัยจากพม่าที่อาศัยอยู่ในค่ายผู้ลี้ภัยตามชายแดนไทย-พม่า 148,000 คนและแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายที่ยังไม่ได้จดทะเบียนอีก 1.5-2 ล้านคน

การได้สัญชาติไม่ได้เป็นไปโดยอัตโนมัติจากการเกิดในประเทศ การได้สัญชาติต้องเป็นการกำเนิดจากบิดาหรือมารดาหรือทั้งบิดาและมารดาที่เป็นคนไทย การสมรสกับชายไทย หรือการแปลงสัญชาติเป็นไทย นอกจากนี้ บุคคลอาจได้สัญชาติตามหลักเกณฑ์พิเศษซึ่งรัฐบาลกำหนดขึ้น และดำเนินการโดยกระทรวงมหาดไทยและอนุมัติโดยคณะรัฐมนตรี ประการสุดท้าย อาจมีการอนุมัติสัญชาติไทยได้ภายใต้พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2551 (อ่านหมวดที่ 6 เรื่อง “เด็ก”) มีความคืบหน้าในการขจัดอุปสรรคสำคัญบางประการในการพิสูจน์สัญชาติ โดยเฉพาะข้อกำหนดเรื่องหลักฐานทางเอกสารบางอย่างและพยาน กฎหมายและระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับสัญชาติที่ซับซ้อนและเนื้อหาบางส่วนที่ไม่ชัดเจนยังคงทำให้เกิดการปฏิบัติที่ไม่เท่าเทียมและการเรียกร้องเงินจากข้าราชการทุจริต

พระราชบัญญัติสัญชาติปี พ.ศ. 2551 ให้สิทธิชาวเขาบางประเภทซึ่งก่อนหน้านี้ไม่มีสิทธิขอสัญชาติไทย สามารถขอสัญชาติไทยได้ในขณะนี้ นอกจากนี้ พระราชบัญญัติดังกล่าวยังปรับปรุงขั้นตอนการขอสัญชาติให้กระชับขึ้น และคลายความเข้มงวดด้านหลักฐานที่ต้องใช้ประกอบ คณะอนุกรรมการของสภาความมั่นคงแห่งชาติอนุมัติการออกใบอนุญาตพำนักถาวรและสัญชาติสำหรับบุคคลไร้สัญชาติที่ขึ้นทะเบียนแล้วและพำนักอยู่ในประเทศไทยมาเป็นเวลา 20-30 ปีประมาณ 200,000 คน ส่วนบุคคลไร้สัญขาติที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนอีก 500,000 คนกำลังรอการพิจารณาของคณะอนุกรรมการดังกล่าว

พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2551 กำหนดว่าเด็กทุกคนที่เกิดในประเทศจะได้รับใบเกิดจากทางการ ไม่ว่าบิดามารดาจะมีสถานภาพทางกฎหมายอย่างไร บุคคลไร้สัญชาติบางรายที่เกิดในประเทศและอาจพิสูจน์ได้ว่าตนมีสิทธิในการขอสัญชาติไทยมักสละสิทธิเพื่อจะได้ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “แรงงานต่างด้าว” และมีสิทธิได้รับการรักษาพยาบาลจากทางการ และทำงานบางประเภทซึ่งบุคคลไร้สัญชาติไม่สามารถทำได้ แต่เมื่อทำเช่นนี้ คนเหล่านี้ก็สูญเสียสิทธิในการขอสัญชาติไป อย่างไรก็ตาม พระราชบัญญัติสัญชาติฉบับใหม่อนุญาตให้คนเหล่านี้ขอสัญชาติใหม่ได้ แต่ต้องยกเลิกสถานภาพแรงงานต่างด้าวของตน และปฏิบัติตามขั้นตอนอื่นๆ อีก เช่น คืนใบอนุญาตทำงาน

ก่อนหน้านี้ การบังคับใช้พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎรไม่มีมาตรฐาน บ่อยครั้งที่การปฏิบัติตามกฎหมายขึ้นอยู่กับความรู้ ความสามารถและความเต็มใจของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม รัฐบาล ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก UNHCR กองทุนสงเคราะห์เด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ) และองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ได้เริ่มโครงการรณรงค์ทั่วประเทศให้มีการจดทะเบียนใบเกิดสำหรับบุตรของผู้ลี้ภัยที่อยู่ในค่าย ได้มีการออกระเบียบข้อบังคับและแนวทางปฏิบัติของกระทรวงเพื่อให้เจ้าหนาที่มีความรู้และความเข้าใจมากขึ้นเพื่อจะได้ปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้อนุมัติให้ถอนข้อสงวนข้อที่ 7 ของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กในส่วนที่เกี่ยวกับการจดทะเบียนใบเกิดและสัญชาติด้วย

ยุทธศาสตร์แห่งชาติปี พ.ศ. 2548 อนุญาตให้บุคคลซึ่งไม่มีสถานภาพทางกฎหมายและเดินทางเข้าไทยก่อนเดือนมกราคม พ.ศ. 2538 มีสิทธิพำนักในประเทศได้ชั่วคราว และสามารถยื่นขอสถานภาพทางกฎหมายได้รวมทั้งสัญชาติไทย อย่างไรก็ดี เมื่อถึงสิ้นปี ระเบียบข้อบังคับบางข้อยังอยู่ระหว่างการจัดทำ
  
ชาวเขาไร้สัญชาติที่เป็นหญิงต้องเผชิญอุปสรรคในการขอสัญชาติมากกว่าชาวเขาที่เป็นชาย จารีตประเพณีชาวเขาทำให้ผู้หญิงมีสถานภาพทางสังคมซึ่งถูกจำกัดโอกาสในการศึกษาต่อหลังจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน และไม่มีสิทธิเข้าถึงกิจกรรมทางการเมืองที่ให้ความรู้แก่ผู้หญิงเกี่ยวกับกระบวนการขอสัญชาติ หญิงชาวเขาไร้สัญชาติส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีโอกาสทำงานนอกบ้าน จึงไม่มีเงินจ่ายสินบนที่เจ้าหน้าที่เรียกร้องเป็นค่าดำเนินการขอสัญชาติ ชาวเขาอ้างว่าต้องจ่ายเงินให้เจ้าหน้าที่อำเภอตั้งแต่ 3,000 -49,000 บาท แม้ว่าในการดำเนินการเกี่ยวกับการขอสัญชาตินั้น จะไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมอย่างเป็นทางการ องค์กรเอกชนรายงานว่าเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นบางคนบังคับให้หญิงชาวเขามีเพศสัมพันธ์กับตนแลกกับการอนุมัติสัญชาติให้เร็วขึ้น 
 
ชาวเขาผู้ไร้สัญชาติจำนวนมากมีสภาพความเป็นอยู่ยากจน การที่คนเหล่านี้ไม่มีสัญชาติ ทำให้ไม่มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง เป็นเจ้าของที่ดิน หรือเดินทางออกนอกอำเภอหรือจังหวัดที่ตนพำนักอยู่โดยไม่ได้รับอนุญาตล่วงหน้า ชาวเขาไร้สัญชาติยังประสบความยากลำบากในการขอกู้เงิน ขอหลักฐานวุฒิการศึกษา และการเข้าถึงบริการต่างๆ ของรัฐ เช่น การรักษาพยาบาล กฎหมายยังห้ามชาวเขาประกอบอาชีพที่สงวนไว้สำหรับบุคคลสัญชาติไทย เช่น อาชีพเกษตรกรรม แม้ว่าในทางปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ทางการจะอนุญาตให้ชาวเขาทำการเกษตรเล็กๆน้อยๆ เพื่อเลี้ยงชีพ เมื่อไม่มีสถานภาพที่ถูกต้องตามกฎหมาย บุคคลไร้สัญชาติจึงมักถูกจับกุม ถูกเนรเทศ ถูกรีดเงิน และการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องอื่นๆ  องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) สันนิษฐานว่าการไร้สัญชาติเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดประการเดียวที่ทำให้ชาวเขาถูกนำมาค้าหรือแสวงประโยชน์ เช่น ถูกบังคับให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด หรือกิจกรรมผิดกฎหมายอื่นๆ เนื่องจากชาวเขาเหล่านี้ไม่มีโอกาสประกอบอาชีพอื่นๆ ที่ถูกกฎหมายได้ 
 
บุคคลไร้สัญชาติที่ต้องการเดินทางออกนอกประเทศต้องมีใบอนุญาตออกนอกประเทศ กระทรวงการต่างประเทศออกใบอนุญาตให้บุคคลไร้สัญชาติเดินทางไปศึกษาในต่างประเทศได้ บุคคลไร้สัญชาติอื่นๆ ที่พำนักในประเทศไทยมาเป็นเวลานาน รวมทั้งชาวไทยใหญ่และชนกลุ่มน้อยอื่นๆ ที่ไม่ใช่ชาวเขาจำนวนหลายพันคน ต้องขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นหรือกองทัพถ้าต้องการเดินทางไปต่างประเทศหรือภายในประเทศ 

หมวดที่ 3 การเคารพสิทธิทางการเมือง: สิทธิของประชาชนในการ
เปลี่ยนแปลงรัฐบาล

รัฐธรรมนูญให้สิทธิพลเมืองในการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลอย่างสันติผ่านการเลือกตั้งที่จัดขึ้นเป็นระยะๆ มีความเสรีและเป็นธรรมบนพื้นฐานของสิทธิในการเลือกตั้งที่เป็นสากลและถือเป็นหน้าที่  รัฐธรรมนูญกำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จำนวน 480 คน และสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จำนวน 76 คนจากจำนวนทั้งหมด 150 คน ส่วน ส.ว. ที่เหลือ 74 คนจะมาจากการแต่งตั้งโดยหน่วยงานตุลาการและหน่วยงานกำกับดูแลต่างๆ

การเลือกตั้งและการมีส่วนร่วมทางการเมือง

โดยทั่วไป การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เมื่อปี พ.ศ. 2550 ถือว่าเป็นไปอย่างเสรีและเป็นธรรม อย่างไรก็ตาม มีการกล่าวหาว่ามีการซื้อเสียงอย่างกว้างขวาง มีการกระทำผิดขั้นตอนการเลือกตั้งเล็กๆ น้อยๆ และมีรายงานที่ไม่ได้รับการยืนยันว่ามีการคุกคามข่มขู่โดยเจ้าหน้าที่ทหารและข้าราชการท้องถิ่นในหลายพื้นที่ ผู้สังเกตการณ์นานาชาติระบุว่าการประกาศใช้กฎอัยการศึกในบางพื้นที่ของประเทศในช่วงการเลือกตั้งขัดต่อบรรทัดฐานสากล

ในช่วงปี พ.ศ. 2553 มีการเลือกตั้งซ่อมทั้งหมด 5 ครั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)รายงานว่าได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตเลือกตั้งที่เกี่ยวกับการให้สัญญาระหว่างการหาเสียงหรือการซื้อเสียง 62 เรื่อง (ในการเลือกตั้งซ่อมปี พ.ศ. 2552) ไม่มีรายงานเกี่ยวกับการใช้ความรุนแรงที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งในช่วงปี พ.ศ. 2553

ในรัฐสภา วุฒิสภามีสมาชิกครบทั้ง 150 คน ในขณะที่สภาผู้แทนราษฎรมี ส.ส. ขาดไป 5 คนจากจำนวนทั้งหมด 480 คน เนื่องจากมีการยุบพรรค ในเดือนกันยาน พ.ศ. 2552 กกต.ได้เพิกถอนสถานภาพของ ส.ส. 16 คน เนื่องจากฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญด้วยการถือหุ้นซึ่งทำให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน และได้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อรอคำตัดสินในขั้นสุดท้าย ในวันที่ 3 พฤศจิกายน ศาลรัฐธรรมนูญให้ความเห็นชอบกับการเพิกถอนสถานภาพ ส.ส. จำนวน 6 คนจาก 16 คน ในวันที่ 12 ธันวาคม มีการเลือกตั้งซ่อมเพื่อเลือก ส.ส. เข้ามาแทน ส.ส. ที่ถูกเพิกถอนสถานภาพโดยศาลรัฐธรรมนูญ

พรรคการเมืองสามารถดำเนินงานโดยไม่มีข้อจำกัดหรือการแทรกแซงจากภายนอก อย่างไรก็ดี ในช่วงปี กกต.ได้มีคำสั่งยุบพรรค 9 พรรค เนื่องจากไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเลือกตั้ง และมีอีก 6 พรรคที่ร้องขอให้มีการยุบพรรคของตน
 
วุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรมีสมาชิกที่เป็นผู้หญิง 85 คนจากสมาชิกทั้งหมด 630 คน ส.ว. หญิงดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการสามัญประจำวุฒิสภา 5 คณะจากทั้งหมด 22 คณะ
คณะรัฐมนตรี 36 คนประกอบด้วยรัฐมนตรีหญิง 3 คน รัฐธรรมนูญสนับสนุนให้พรรคการเมืองมีสมาชิกพรรคที่เป็นหญิงและชายในจำนวนที่ใกล้เคียงกัน ผู้หญิงมีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งและลงเลือกตั้งได้ แต่มีเพียงไม่กี่คนที่ได้รับการเลือกตั้ง

มีสมาชิกจากชนกลุ่มน้อยไม่กี่คนที่มีตำแหน่งสูงทางการเมืองระดับประเทศ ชาวมุสลิมจากภาคใต้ดำรงตำแหน่งสำคัญที่มาจากการเลือกตั้ง แม้ว่าชาวมุสลิมที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่ระดับท้องถิ่น และระดับจังหวัดยังมีจำนวนน้อยกว่าที่ควร ในรัฐสภา มีสมาชิกที่นับถือศาสนาอิสลาม 30 คนและนับถือศาสนาคริสต์ 7 คน

หมวดที่ 4 การทุจริตในวงราชการและความโปร่งใสของรัฐบาล

กฎหมายกำหนดโทษทางอาญาสำหรับการทุจริตในวงราชการ แม้ว่าการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวของรัฐบาลยังอ่อนแอและในบางครั้งข้าราชการก็เกี่ยวข้องในการทุจริตโดยไม่ต้องรับโทษ 

การทุจริตยังคงมีอยู่ในวงกว้างในวงการตำรวจ มีหลายกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจถูกตั้งข้อหาล่วงละเมิดทางเพศ ลักทรัพย์ และกระทำผิดทางวินัย มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทรมาน ซ้อม และละเมิดสิทธิผู้ถูกคุมขังและนักโทษ โดยไม่มีความผิด มีเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกจับกุมในข้อหาค้ายาเสพติด ข้อหาเกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกพิพากษาลงโทษในข้อหากรรโชกเงิน

ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาในคดีอายัดทรัพย์ของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำนวน 76,000 ล้านบาท ศาลสั่งยึดทรัพย์จำนวน 46,000 ล้านบาทในข้อหาใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ พ.ต.ท.ทักษิณ ยื่นอุทธรณ์คำตัดสินของศาลในวันที่ 26 มีนาคม ในวันที่ 11 สิงหาคม ศาลพิพากษายืนคำตัดสินเดิมและสั่งปิดคดี หมายจับ พ.ตท. ทักษิณซึ่งออกเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2552 ยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ และคดีที่พ.ต.ท. ทักษิณถูกยื่นฟ้องเกี่ยวกับการปล่อยเงินกู้จำนวน 4,000 ล้านบาทให้พม่าโดยธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้ายังคงค้างคาอยู่ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ต.ท. ทักษิณยังคงพำนักอยู่ในต่างประเทศต่อไป

ในวันที่ 21 ธันวาคม นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งให้นายวีระศักดิ์ จินารัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์พ้นจากตำแหน่ง หลังจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ชี้มูลความผิดนายวีระศักดิ์ในเรื่องความไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับการระบายข้าวในสต๊อกรัฐบาล เมื่อถึงปลายปี ปปช. ยังคงสอบสวนคดีนี้อยู่

ในวันที่ 29 ธันวาคม ศาลอาญาพิพากษาจำคุกสองปี พล.ต.อ. วาสนา เพิ่มลาภ อดีตประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง และคณะกรรมการอีกสองคนในข้อหาความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ เนื่องจากใช้ตำแหน่งหน้าที่เพื่อขึ้นเงินเดือนให้ตนเองใน พ.ศ. 2547

สำนักงานอัยการสูงสุดตัดสินใจไม่ดำเนินการฟ้องร้องหนึ่งในสองอดีตผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ที่ถูกสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ชี้มูลความผิดเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2552 ในข้อหาใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่ผิดขณะดำรงตำแหน่งในปี พ.ศ. 2544-2545 เมื่อถึงปลายปี สำนักงานอัยการสูงสุดยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะดำเนินการฟ้องร้อง พล.ต.ต. พีรพันธุ์ เปรมภูติ อดีตเลขาธิการ ปปง. ซึ่งถูกชี้มูลความผิดอีกคนหรือไม่

คดีที่นายวิสิฐ ตันติสุนทร อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ถูกชี้มูลความผิดในข้อหาซื้อขายหลักทรัพย์โดยอาศัยข้อมูลภายในใน พ.ศ. 2552 ถูกส่งไปให้ ปปช. ดำเนินการต่อ เมื่อถึงปลายปี คดีดังกล่าวยังค้างคาอยู่ที่ ปปช.

ในปี พ.ศ. 2551 คุณหญิงพจมาน พี่ชายและเลขานุการถูกศาลตัดสินจำคุกระหว่าง 2-3 ปีในข้อหาเลี่ยงภาษี ทั้งหมดได้รับการประกันตัวและยื่นอุทธรณ์คำตัดสินในปีเดียวกัน เมื่อถึงปลายปี คำยื่นอุทธรณ์ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา

ปปช. และสำนักงานอัยการสูงสุดยังคงสอบสวนคดีทุจริตในสมัยรัฐบาลทักษิณต่อไป  ผลการสอบสวนของ ปปช. และสำนักงานอัยการสูงสุดทำให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาสำหรับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองต้องพิจารณาคดีจำนวนมาก ปปช. ยังส่งฟ้องศาลอีกหลายคดี และรายงานว่ามีคดีจำนวน 6,407 คดีที่รอการสอบสวนอยู่ในเดือนมิถุนายน ในช่วงปีก่อนหน้านั้น ปปช. ได้รับเรื่องร้องเรียน 2,779 เรื่อง ในจำนวนนี้ พิจารณาเสร็จ 1,104 คดี โดยในจำนวนนี้ 154 คดีต้องดำเนินการขั้นต่อไป เช่น การลงโทษทางวินัย การถอดถอน และการส่งต่อคดีไปยังศาล สำนักงานอัยการสูงสุด หรือคณะกรรมการร่วมระหว่างปปช.และสำนักงานอัยการสูงสุด

ในเดือนสิงหาคม สำนักงานอัยการสูงสุดตัดสินใจไม่สั่งฟ้องอดีตรัฐมนตรีและข้าราชการระดับสูงสามในเจ็ดคนในข้อหาผิดวินัยในคดีจัดซื้อรถดับเพลิงในปี พ.ศ. 2550 สำนักงานอัยการสูงสุดอ้างว่าหลักฐานไม่เพียงพอในการสั่งฟ้อง ปปช. กล่าวว่าจะดำเนินคดีกับอดีตรัฐมนตรีและข้าราชการทั้งเจ็ดคนโดยไม่ผ่านอัยการสูงสุด แต่เมื่อถึงปลายปี คดีทั้งเจ็ดคดียังค้างคาอยู่

นอกจากปปช. และสำนำกงานอัยการสูงสุดแล้ว หน่วยงานอื่นๆ ที่มีบทบาทในการปราบปรามการทุจริตได้แก่ ปปง. ศาลฎีกา สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ศาลปกครอง และกระทรวงยุติธรรม

กฎหมายกำหนดให้ข้าราชการต้องแจ้งรายการทรัพย์สินของตน

รัฐธรรมนูญให้ประชาชนมีสิทธิเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของราชการ ไม่มีรายงานว่ามีหน่วยราชการใดปฏิเสธคำร้องขอข้อมูลจากประชาชน หากหน่วยราชการใดปฏิเสธไม่ให้ข้อมูลแก่ประชาชนตามคำร้อง ประชาชนอาจยื่นเรื่องต่อสำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ และผู้ร้องสามารถยื่นอุทธรณ์คำตัดสินเบื้องต้นของคณะกรรมการฯ ต่อคณะกรรมการอุทธรณ์ได้ คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการระบุว่าคำร้องทุกข์ส่วนใหญ่ได้รับการอนุมัติ ในช่วงปี พ.ศ. 2553 มีการยื่นคำร้อง 453 ฉบับ และมีการยื่นอุทธรณ์ 251 ฉบับ คำร้องอาจถูกปฏิเสธด้วยเหตุผลเพื่อความมั่นคงของประเทศและความปลอดภัยของประชาชน

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ศาลต่างประเทศได้พิพากษาจำคุกหกเดือนนายเจรัลด์และนางแพทริเซีย กรีน ผู้สร้างภาพยนตร์ ในข้อหาจ่ายสินบนแก่เจ้าหน้าที่ท่องเที่ยวของไทยรายหนึ่งเป็นจำนวน 1.8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ แลกกับสิทธิในการจัดเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ แต่เมื่อถึงปลายปี ยังไม่มีการตั้งข้อหาต่อเจ้าหน้าที่ดังกล่าว แม้ว่า ปปช. กำลังพิจารณาคดีนี้อยู่ก็ตาม

รายงานในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2552 และรายงานปี พ.ศ. 2551 ของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญของสหประชาชาติเกี่ยวกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ระบุข้อมูลที่ชี้ว่าบริษัท Thailand Smelting and Refining Company, Ltd. (Thaisarco) ซึ่งตั้งอยู่ในไทยและเป็นของบริษัท Amalgamated Metals Corporation (AMC) ซึ่งตั้งอยู่ในสหราชอาณาจักร ได้ซื้อแร่จากผู้จัดหาซึ่งได้แร่มาจากเหมืองทางตะวันออกของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังประชาธิปไตยเพื่อการปลดปล่อยรวันดา (Democratic Liberation Forces of Rwanda) ผู้นำของกองกำลังดังกล่าวรวมถึงผู้ที่ทำให้เกิดการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในรวันดาในปี พ.ศ. 2537 และกองกำลังดังกล่าวได้กระทำการที่เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงหลายครั้งในภาคตะวันออกของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและรวันดา นอกจากนี้ รายงานของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญของสหประชาชาติเกี่ยวกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2552 ยังระบุว่าบริษัท Thaisarco ได้ซื้อแร่จากบริษัทที่ตั้งอยู่ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก รวมทั้งบริษัท World Mining Company (WMC) กลุ่มผู้เชี่ยวชาญฯ ยังได้รับเอกสารที่ชี้ว่าบริษัท WMC ได้รับแร่ดีบุกจากเขตเหมือง ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของทหารของกองทัพสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ภายใต้บัญชาการของพันโท Innocent Zimurinda ในช่วงปี คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติได้ใช้มาตรการลงโทษกับพันโท Zimurinda ในข้อหาใช้และเกณฑ์เด็กมาเป็นทหารโดยผิดกฎหมาย ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2552 บริษัท AMC ประกาศว่าได้ยุติการซื้อแร่จากสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกแล้ว

หมวดที่ 5 ท่าทีของรัฐบาลต่อการสืบสวนโดยองค์กรระหว่างประเทศและองค์กรเอกชนในประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน

โดยทั่วไป องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศและระหว่างประเทศหลายประเภทสามารถดำเนินกิจกรรมต่างๆ ได้โดยไม่มีข้อจำกัดจากรัฐบาล โดยสืบสวนสอบสวนตลอดจนตีพิมพ์ผลการสืบสวนกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชนได้  อย่างไรก็ตาม องค์กรเอกชนที่ดำเนินการเกี่ยวกับประเด็นทางการเมืองที่อ่อนไหว เช่น การคัดค้านโครงการพัฒนาที่รัฐบาลเป็นผู้สนับสนุนหรือเรื่องชายแดน ต้องเผชิญกับการคุกคามเป็นระยะๆ นักสิทธิมนุษยชนที่ทำงานเรื่องความรุนแรงในภาคใต้มักเสี่ยงต่อการถูกคุกคามและข่มขู่จากเจ้าหน้าที่รัฐและกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ มีองค์กรเอกชนเพียงไม่กี่รายที่ได้รับสิทธิยกเว้นภาษี  ซึ่งบางครั้งก็เป็นอุปสรรคในการที่องค์กรสิทธิมนุษยชนในประเทศจะหาทุนได้อย่างเพียงพอ

จนถึงปลายปี ตำรวจยังไม่ได้ระบุตัวผู้ต้องสงสัยในคดียิงนายภรเทพ หงษ์ทอง นักสิ่งแวดล้อมและผู้นำชุมชนในจังวัดเพชรบุรีเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2552 ตำรวจรายงานว่าคดีนี้จะถูกพักไว้จนกว่าจะสามารถระบุตัวผู้ต้องสงสัยเสียก่อน

ในเดือนเมษายน ผู้ที่ถูกจับกุมในคดียิงนายกิตติณรงค์ เกิดรอด นักสิ่งแวดล้อมและผู้นำชุมชนในจังหวัดเพชรบุรีเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2552 ถูกพิพากษาจำคุก 34 ปี 4 เดือน

หลายกลุ่มที่ไม่สามารถจดทะเบียนกับรัฐบาลในฐานะองค์กรเอกชนยังคงเป็นกังวลเรื่องความปลอดภัยอยู่ ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2552 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ “บุกค้นผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย” ที่สำนักงานของกลุ่มชาวพม่าพลัดถิ่นอย่างน้อย 12 กลุ่ม โดยกลุ่มที่เป็นเป้าหมายของการบุกค้นได้แก่กลุ่มสถาบันการศึกษาด้านสิทธิมนุษยชนแห่งพม่า (Human Rights Education Institute of Burma) และสหภาพสตรีพม่า (Burmese Women’s Union) สตรีสิบคนของสหภาพแห่งนี้ถูกกักกันตัวแต่ได้รับการปล่อยตัวหลังจากจ่ายเงินคนละ 5,000 บาท หลังการถูกบุกค้น สำนักงานหลายแห่งยังคงปิดทำการเป็นเวลาหลายสัปดาห์

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติซึ่งประกอบด้วยกรรมการเจ็ดคน มีหน้าที่ทำรายงานประจำปีสองฉบับเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศ ในเดือนมิถุนายน นางอมรา พงศาพิชญ์ ประธานคณะกรรมการฯ ได้ประกาศจัดตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งเพื่อตรวจสอบเหตุการณ์ชุมนุมที่กรุงเทพฯ ระหว่างเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคม แต่เมื่อถึงปลายปี คณะกรรมการฯ ก็ยังไม่ได้ทำรายงานออกมาสู่สาธารณชน ในช่วงปี คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้รับเรื่องร้องเรียนทั้งหมด 748 เรื่อง แต่การขาดแคลนเจ้าหน้าที่และทรัพยากรเป็นอุปสรรคต่อความก้าวหน้าในการทำงาน

รัฐสภามีคณะกรรมาธิการสองชุดที่ดูแลปัญหาสิทธิมนุษยชน ได้แก่คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนประจำสภาผู้แทนราษฎร และคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภคประจำวุฒิสภา นักสิทธิมนุษยชนเชื่อว่าโดยทั่วไปแล้วคณะกรรมาธิการเหล่านี้มีความตั้งใจดี แต่ขาดอำนาจบังคับทางกฎหมายซึ่งจะช่วยให้คณะกรรมาธิการมีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการทั้งสองยังถูกมองว่าทำงานในลักษณะตั้งรับ เข้าถึงยาก และขึ้นอยู่กับความผูกพันทางการเมืองของประธานคณะกรรมาธิการ

ภายหลังการสลายการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลในเดือนพฤษภาคม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสามชุดเพื่อสอบสวนเหตุการณ์ชุมนุมประท้วงระหว่างเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม โดยเป็นส่วหนึ่งของแผนปรองดอง คณะกรรมการปฏิรูปประเทศซึ่งมีนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้รับมอบหมายให้จัดทำแผนปฏิรูปทั่วประเทศ สมัชชาปฏิรูประเทศซึ่งมี น.พ. ประเวศ วะสี เป็นประธานมีหน้าที่ระดมคนจากทุกภาคส่วนในสังคมมาร่วมในการปฏิรูป คณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ นำโดยนายคณิต ณ นครมีหน้าที่สืบสวนหาข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับเหตุความรุนแรงที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตในเดือนเมษายนและพฤษภาคม

รัฐบาลปฏิเสธการออกวีซ่าแก่นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนจากประเทศฝรั่งเศสสองคนที่ได้รับเชิญให้มาเสนอรายงานด้านสิทธิมนุษยชนในเวียดนามที่สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศในประเทศไทย เมื่อวันที่ 13 กันยายน และยังกดดันสโมสรฯ ให้ระงับกิจกรรมดังกล่าวด้วย โดยอ้างว่ายึดตามนโยบายที่มีมาช้านานที่ไม่อนุญาตให้บุคคลหรือองค์กรใช้ประเทศไทยเป็นสถานที่ในการดำเนินกิจกรรมที่มีผลเสียต่อประเทศอื่น

หมวดที่ 6 การเลือกปฏิบัติ การกระทำโดยมิชอบในสังคมและการค้ามนุษย์ 

รัฐธรรมนูญกำหนดให้มีการปฏิบัติต่อบุคคลอย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่คำนึงถึงเชื้อชาติ เพศ ศาสนา ความพิการ ภาษา หรือสถานภาพทางสังคม  แต่ในทางปฏิบัติแล้ว ยังมีการเลือกปฏิบัติอยู่บ้าง ทั้งการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิที่เท่าเทียมกันนี้ยังขาดความสม่ำเสมอด้วย

สตรี
  
   การข่มขืนกระทำชำเราถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย แม้ว่ารัฐบาลไม่ได้บังคับใช้กฎหมายดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพเสมอไป ประมวลกฎหมายอาญาให้อำนาจเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีกับสามีที่ข่มขืนภรรยาของตน และมีการดำเนินคดีประเภทนี้ ในช่วงปี เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่าได้รับแจ้งความคดีข่มขืน 4,255 คดี และมีอีก 9 คดีที่เหยื่อเสียชีวิต ในจำนวนคดีข่มขืนที่ตำรวจได้รับแจ้งความนั้น มีการจับกุมผู้ต้องสงสัย 2,397 คดี และในคดีที่เหยื่อเสียชีวิต มีการจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ทั้ง 9 คดี กระทรวงสาธารณสุขรายงานว่ามีผู้หญิงและเด็กประมาณ 25,750 คนถูกละเมิดสิทธิระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนพฤศจิกายน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นหญิงที่อายุมากกว่า 18 ปีจำนวน 12,000 คนและเด็กจำนวน 13,000 คน กระทรวงสาธารณสุขรายงานว่าเด็กที่ถูกละเมิดสิทธิส่วนใหญ่เป็นเด็กหญิง และคดีส่วนใหญ่เป็นการล่วงละเมิดทางเพศ
 
 องค์กรเอกชนเชื่อว่าการข่มขืนเป็นปัญหาร้ายแรงในประเทศ  นักวิชาการและนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิสตรีระบุว่ามีการแจ้งความคดีข่มขืนกระทำชำเราหรือการประทุษร้ายบุคคลในครอบครัวน้อยกว่าความเป็นจริง  ส่วนหนึ่งเนื่องจากหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่แก้ปัญหาไม่ได้รับงบประมาณสนับสนุนเพียงพอ และหน่วยงานรักษากฎหมายก็ถูกมองว่าไม่สามารถนำผู้กระทำผิดมาลงโทษได้ ฝ่ายตำรวจได้พยายามแก้ไขมุมมองดังกล่าว และสนับสนุนให้สตรีแจ้งความอาชญากรรมทางเพศ โดยจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงมาประจำตามสถานีตำรวจในเขตกรุงเทพมหานครและอีกสามจังหวัด

 กฎหมายกำหนดบทลงโทษหลายระดับสำหรับคดีข่มขืนหรือการทำร้ายทางเพศ โดยพิจารณาจากอายุของผู้เสียหาย ระดับความรุนแรงของการกระทำ และสภาพทางร่างกายและจิตใจของผู้เสียหายหลังจากถูกทำร้าย บทลงโทษเริ่มตั้งแต่โทษจำคุก 4 ปีไปจนถึงจำคุกตลอดชีวิตรวมทั้งโทษปรับ กฎหมายยังระบุด้วยว่าบุคคลใดที่ถูกตัดสินว่ากระทำความผิดในคดีข่มขืนซ้ำเป็นครั้งที่สองภายในเวลา 3 ปีต้องได้รับโทษเพิ่ม ซึ่งรวมถึงโทษปรับและโทษจำคุกที่นานขึ้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น ระดับความรุนแรงของการบาดเจ็บ หรือการเสียชีวิตของผู้ถูกข่มขืน โดยทั่วๆ ไป จะอยู่ระหว่าง 30,000 –150,000 บาท

 การใช้ความรุนแรงต่อสตรีในครอบครัวเป็นปัญหาสำคัญ พระราชบัญญัติ คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 กำหนดโทษปรับสูงสุดถึง 6,000 บาทหรือโทษจำคุกสูงสุด 6 เดือนสำหรับผู้กระทำผิด และให้อำนาจเจ้าหน้าที่ในการห้ามผู้กระทำความผิดอาศัยในบ้านต่อไป หรือติดต่อกับสมาชิกในครอบครัวระหว่างการพิจารณาคดี ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบจากศาลด้วย กฎหมายยังกำหนดมาตรการอำนวยความสะดวกในการแจ้งความเหตุความรุนแรงในครอบครัว และการรอมชอมระหว่างผู้เสียหายและผู้กระทำความผิด นอกจากนี้ กฎหมายยังห้ามสื่อรายงานคดีความรุนแรงในครอบครัวในช่วงที่คดีอยู่ในกระบวนการศาลแล้ว  

 มีการดำเนินคดีความรุนแรงในครอบครัวบางคดี โดยเฉพาะคดีที่มีการบาดเจ็บ ตามบทบัญญัติว่าด้วยการทำร้ายร่างกายหรือการใช้ความรุนแรงต่อผู้อื่น ซึ่งผู้กระทำความผิดอาจได้รับโทษที่หนักขึ้น บ่อยครั้งที่ไม่มีการแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ตำรวจก็มักไม่กระตือรือร้นที่จะติดตามคดีประเภทนี้ องค์กรเอกชนให้การสนับสนุนโครงการต่างๆ  อาทิ บริการโทรศัพท์สายด่วน การจัดที่พักพิงชั่วคราว และบริการให้คำปรึกษา เพื่อเพิ่มจิตสำนึกของประชาชนในปัญหาความรุนแรงในครอบครัว  ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อเอ็ชไอวีและโรคเอดส์  และปัญหาอื่นๆ เกี่ยวกับสตรี  ศูนย์วิกฤติของรัฐที่จัดตั้งขึ้นในโรงพยาบาลรัฐบางแห่ง ยังคงให้การดูแลรักษาสตรีและเด็กที่ถูกทำร้าย แม้ว่าจะประสบปัญหางบประมาณขาดแคลน โรงพยาบาลของรัฐเหล่านี้จะส่งตัวผู้ถูกทำร้ายไปองค์กรอื่นๆ ในกรณีที่โรงพยาบาลไม่สามารถให้บริการได้ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์รายงานว่ามีการลงบันทึกการใช้ความรุนแรงในครอบครัวทั้งสิ้น 673 กรณีจาก 67 จังหวัดทั่วประเทศในช่วงปี

 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ยังคงพัฒนาระบบเครือข่ายชุมชนที่ช่วยป้องกันสตรีจากปัญหาความรุนแรงในครอบครัวทั่วทุกภาคของประเทศต่อไป ระบบดังกล่าวมุ่งเน้นการอบรมตัวแทนชุมชนจากแต่ละชุมชนเกี่ยวกับสิทธิสตรีและการป้องกันการถูกละเมิดสิทธิเพื่อเพิ่มจิตสำนึกของชุมชนในเรื่องเหล่านี้
 
 การท่องเที่ยวเพื่อวัตถุประสงค์ทางเพศเป็นปัญหาอย่างหนึ่ง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ระบุว่าไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเพื่อวัตถุประสงค์ทางเพศเป็นการเฉพาะ แต่ประมวลกฎหมายอาญา กฎหมายว่าด้วยการค้าประเวณี และกฎหมายว่าด้วยการค้ามนุษย์มีบทบัญญัติที่มุ่งแก้ปัญหาการท่องเที่ยวเพื่อวัตถุประสงค์ทางเพศ 

 การคุกคามทางเพศเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน กฎหมายสำหรับข้าราชการกำหนดโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท สำหรับผู้ที่ถูกศาลตัดสินว่าคุกคามทางเพศต่อผู้อื่น ส่วนพนักงานภาคเอกชนต้องฟ้องร้องคดีอาญาถ้าถูกคุกคามทางเพศ บทลงโทษขึ้นอยู่กับระดับของการคุกคามทางเพศและอายุของผู้เสียหาย การคุกคามทางเพศที่ถือว่าเป็นการกระทำอนาจารอาจต้องโทษจำคุกสูงสุด 15 ปีและโทษปรับสูงสุด 30,000 บาท พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนห้ามการคุกคามทางเพศ และกำหนดบทลงโทษไว้ห้าระดับ ได้แก่ การภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน ลดเงินเดือน ปลดออก และไล่ออก  องค์กรเอกชนอ้างว่าคำจำกัดความของคำว่าการคุกคามทางเพศที่กฎหมายบัญญัติไว้มีความคลุมเครือและทำให้การดำเนินคดีประเภทนี้เป็นเรื่องลำบาก

 ในเดือนกันยายน สำนักงานอัยการยกฟ้องข้อกล่าวหาที่เรือโทหญิงรายหนึ่งร้องทุกข์ว่าถูกคุกคามทางเพศโดยนายทหารยศพลเอก สำนักงานอัยการให้เหตุผลว่าหลักฐานไม่เพียงพอ ในวันที่ 29 มิถุนายน กระทรวงกลาโหมได้สรุปผลการสอบสวนของตนในคดีนี้ว่าผู้ร้องทุกข์ไม่สามารถให้ข้อมูลและหลักฐานอย่างเพียงพอเพื่อใช้ในการดำเนินคดี เรือโทหญิงรายนี้ยังถูกตำหนิว่าไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนของกองทัพ เนื่องจากได้เปิดเผยเรื่องของตนต่อสาธารณะและร้องทุกข์กับศาลสำหรับพลเรือน เมื่อถึงปลายปี ผู้เสียหายกำลังพิจารณาว่าจะร้องทุกข์เรื่องนี้อีกครั้ง

 คู่สามีภรรยาและบุคคลมีสิทธิตัดสินใจว่าจะมีบุตรกี่คน ช่วงห่างระหว่างการมีบุตรแต่ละคน และเวลาที่จะมีบุตร และคนเหล่านี้มีข้อมูลและช่องทางที่จะทำเช่นนี้ได้โดยไม่ถูกเลือกปฏิบัติ ระบบการแพทย์ที่ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐให้บริการด้านอุปกรณ์คุมกำเนิดและข้อมูลเกี่ยวกับการผดุงครรภ์ บริการทำคลอดโดยเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ที่เชี่ยวชาญ และบริการด้านสูติกรรมและการดูแลเด็กหลังคลอด สตรีมีสิทธิเท่าเทียมในการได้รับการวินิจฉัยและบำบัดรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์รวมทั้งเชื้อเอชไอวี

 ข้อมูลของสำนักงานอ้างอิงทางประชากรระบุว่าร้อยละ 70 ของผู้หญิงอายุระหว่าง 15 -49 ปีที่แต่งงานแล้วใช้อุปกรณ์คุมกำเนิด มีการประมาณว่าจำนวนเปอร์เซ็นต์ของกลุ่มที่ไม่แต่งงาน ทั้งผู้หญิงผู้ชาย วัยรุ่น ชนกลุ่มน้อย และแรงงานต่างด้าวที่เข้าถึงอุปกรณ์คุมกำเนิดนั้นมีน้อยกว่า แม้จะไม่ทราบตัวเลขแน่นอน ร้อยละ 97 ของการคลอดบุตรได้รับการดูแลโดยเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ที่เชี่ยวชาญ และอัตราการเสี่ยงของการเสียชีวิตระหว่างการคลอดบุตรคือหนึ่งในห้าร้อย มีการประมาณตัวเลขว่ากว่าร้อยละ 90 ของมารดาและทารกสามารถเข้าถึงบริการฝากครรภ์และการดูแลหลังคลอด

 สถาบันการศึกษาของทหาร (ยกเว้นวิทยาลัยพยาบาล) ไม่รับสตรีเข้าศึกษาแม้ว่าสถาบันทางทหารเหล่านี้จะมีอาจารย์ที่เป็นสตรีอยู่จำนวนมาก หลังการปรับโครงสร้างกองทัพในเดือนกันยายน มีผู้หญิง 42 คนได้ติดยศนายพลหรือสูงกว่าในสามเหล่าทัพและกระทรวงกลาโหม โรงเรียนนายร้อยตำรวจเปิดรับสมัครสตรีเข้าศึกษา และในจำนวนนักเรียนนายร้อยทั้งหมด 280 คนมีสตรี 70 คน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ระบุว่าในปี พ.ศ. 2550 บริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ มีผู้บริหารที่เป็นสตรีร้อยละ 22 และบริษัทพาณิชย์มีสตรีที่อยู่ในตำแหน่งบริหารร้อยละ 35 ในปี พ.ศ. 2551 มีสตรีที่อยู่ในตำแหน่งบริหารระดับสูงภาครัฐร้อยละ 16 ตัวเลขของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนระบุว่ามีสตรีร้อยละ 24 ที่อยู่ในระดับผู้บริหาร สตรีสามารถเป็นเจ้าของและบริหารกิจการได้อย่างเสรี ระเบียบข้อบังคับทางราชการกำหนดให้นายจ้างจ่ายค่าแรงและผลประโยชน์แก่ลูกจ้างที่ทำงานเหมือนกันอย่างเท่าเทียมโดยไม่คำนึงว่าเป็นหญิงหรือชาย  อย่างไรก็ตาม การเลือกปฏิบัติในการว่าจ้างยังคงมีอยู่ทั่วไป และสตรีมักกระจุกตัวอยู่ในงานอาชีพที่มีค่าจ้างต่ำ ในทางปฏิบัติ สตรียังได้รับค่าจ้างต่ำกว่าผู้ชายในงานประเภทเดียวกันในภาคเศรษฐกิจหลายภาค 

 สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวส่งเสริมสิทธิทางกฎหมายสำหรับสตรี โดยเฉพาะผ่านการทำงานของสำนักส่งเสริมความเสมอภาคหญิงชาย
 
 เด็ก

 การได้สัญชาติมิได้เป็นไปโดยอัตโนมัติอันเนื่องมาจากการเกิดในประเทศตามกฎหมาย การได้สัญชาติต้องเป็นการกำเนิดจากบิดาหรือมารดาหรือทั้งบิดาและมารดาที่เป็นคนไทย การสมรสกับชายไทย หรือการแปลงสัญชาติเป็นไทย นอกจากนี้ บุคคลอาจได้สัญชาติตามหลักเกณฑ์พิเศษซึ่งรัฐบาลกำหนดขึ้นและดำเนินการโดยกระทรวงมหาดไทย โดยได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี ประการสุดท้าย อาจมีการอนุมัติสัญชาติไทยได้ภายใต้พระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2551 นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้อนุมัติให้ถอนข้อสงวนข้อที่ 7 ของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กในส่วนที่เกี่ยวกับการจดทะเบียนใบเกิดและสัญชาติด้วย

 องค์กรเอกชนระบุว่าในบางครั้งชาวเขาและบุคคลไร้สัญชาติอื่นๆ ไม่ได้จดทะเบียนใบเกิดกับทางการ เนื่องจากความยุ่งยากเกี่ยวกับขั้นตอน ข้าราชการท้องถิ่นมีข้อมูลที่ไม่ถูกต้องและไร้คุณธรรม อุปสรรคด้านภาษา และการถูกจำกัดการเดินทาง (ดูหมวดที่ 2 ง.)
 
 กฎหมายกำหนดให้การศึกษาขั้นต้นเป็นการศึกษาภาคบังคับ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย และเด็กทุกคนได้รับสิทธิอย่างเสมอภาค สถานการณ์รุนแรงในจังหวัดภาคใต้ โดยเฉพาะการมุ่งใช้ความรุนแรงกับครูโรงเรียนของรัฐ ทำให้โรงเรียนต้องปิดเป็นการชั่วคราวเป็นระยะๆ และทำให้การศึกษาในจังหวัดเหล่านี้ต้องขาดช่วงไป องค์กรเอกชนหลายแห่งรายงานว่าส่วนใหญ่ของบุตรของแรงงานต่างด้าวที่จดทะเบียนแล้ว โดยเฉพาะที่จังหวัดเชียงใหม่และที่อำเภอแม่สอด ได้รับอนุญาตให้เข้าเรียนในโรงเรียนของรัฐ อย่างไรก็ดี อุปสรรคด้านภาษา ระยะการเดินทางไปโรงเรียน และการที่เด็กๆ ต้องติดตามบิดามารดาซึ่งย้ายไปทำงานตามที่ต่างๆ ทำให้เด็กบางส่วนไม่ไปเรียน  เด็กในกลุ่มนี้ยังไม่มีโอกาสเข้าถึงบริการต่างๆ ในชุมชนที่มีไว้สำหรับเด็กที่เรียนในโรงเรียนของรัฐ เช่น ศูนย์ดูแลเด็กช่วงกลางวัน นมฟรีที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล และอาหารกลางวัน แรงงานต่างด้าวที่มีเงินพอจึงมักเลือกที่จะส่งบุตรไปยังโรงเรียนเด็กเล็กหรือศูนย์ดูแลเด็กของเอกชนโดยจ่ายเงินเอง

 กฎหมายมีบทบัญญัติคุ้มครองเด็กจากการถูกละเมิดสิทธิ และกฎหมายว่าด้วยการข่มขืนกระทำชำเราและการทอดทิ้งกำหนดบทลงโทษที่รุนแรงขึ้นในกรณีที่ผู้เสียหายเป็นเด็ก กฎหมายกำหนดโทษจำคุกระหว่าง 7 ปีถึง 20 ปีและโทษปรับสูงสุด 40,000 บาทสำหรับการมีเพศสัมพันธ์กับเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี  ถ้าผู้เสียหายอายุต่ำกว่า 15 ปี โทษจำคุกจะอยู่ระหว่าง 4-20 ปีและโทษปรับสูงสุด 40,000 บาท

 ในช่วงปี พ.ศ. 2552 มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งได้สำรวจความคิดเห็นบุคคลอายุระหว่าง 12-24 ปีในเขตกรุงเทพฯ และพบว่าร้อยละ 12.9 เคยถูกคุกคามทางเพศ เจ้าหน้าที่ตำรวจมักไม่เต็มใจสอบสวนคดีคุกคามเหล่านี้ และระเบียบว่าด้วยวัตถุพยานก็ทำให้การดำเนินคดีคุกคามต่อเด็กยากขึ้น  มีกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองพยาน ผู้เสียหายและผู้กระทำความผิดที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี และมีกระบวนการที่ให้เด็กให้ปากคำเป็นการส่วนตัวโดยมีนักจิตวิทยา จิตแพทย์ หรือนักสังคมสงเคราะห์อื่นๆ ร่วมฟังและบันทึกเป็นเทปวีดิทัศน์ ทั้งนี้ต้องได้รับความยินยอมจากศาล  อย่างไรก็ตาม ผู้พิพากษาหลายคนปฏิเสธไม่รับคำให้การที่บันทึกเทปวีดิทัศน์ โดยอ้างปัญหาทางเทคนิคและการที่ไม่สามารถซักค้านโจทก์และจำเลยได้โดยตรงในศาล นักคุ้มครองสิทธิเด็กบางคนอ้างว่าเด็กหญิงที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศได้รับการดูแลทางร่างกายและจิตใจดีกว่าเด็กชายที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศ ผู้ต้องหาคดีละเมิดทางเพศต่อเด็กจะถูกฟ้องตามกฎหมายว่าด้วยผู้เยาว์และกฎหมายว่าด้วยการค้าประเวณี  การเบิกความของผู้เสียหายจะดำเนินการตามบทบัญญัติว่าด้วยการสืบพยานเด็ก 

 การค้าประเวณีเด็กยังเป็นปัญหา ข้าราชการ นักวิชาการ และตัวแทนองค์กรเอกชนระบุว่าบางครั้งเด็ก (ทั้งชายและหญิง) โดยเฉพาะในกลุ่มแรงงานต่างด้าว มักถูกบังคับหรือถูกล่อลวงให้ค้าประเวณี  แม้ว่าจะเชื่อกันว่าจำนวนคนไทยที่ถูกบังคับให้ค้าประเวณีลดลง แต่เด็กในครอบครัวยากจนยังคงเสี่ยงต่อการถูกบังคับค้าประเวณี และมีบางครอบครัวที่บิดามารดาบังคับให้บุตรของตนค้าประเวณี การล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กยังมีอยู่ โดยผู้กระทำมีทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาเพื่อวัตถุประสงค์ทางเพศ

 พระราชบัญญัติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณีกำหนดบทลงโทษรุนแรงต่อผู้ที่จัดหา ล่อลวง บังคับหรือข่มขู่ เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีให้ค้าประเวณี มาตรา 8 ของพระราชบัญญัติฉบับนี้ระบุว่าผู้ที่ใช้บริการโสเภณีอายุต่ำกว่า 15 ปีจะต้องโทษจำคุก 2-6 ปี และถูกปรับสูงสุด 120,000 บาท ถ้าโสเภณีอายุระหว่าง 15-18 ปี โทษจำคุกจะอยู่ระหว่าง 1-3 ปี และโทษปรับสูงสุด 60,000 บาท บิดามารดาที่ยอมให้บุตรเข้าสู่ธุรกิจการค้าประเวณีก็มีโทษตามกฎหมายเช่นกันและอาจถูกเพิกถอนสิทธิในฐานะบิดามารดา ผู้จัดหาเด็กเพื่อการค้าประเวณีมีโทษหนัก และหนักยิ่งขึ้นในกรณีที่อายุต่ำกว่า 15 ปี ประมวลกฎหมายอาญาห้ามการผลิต การจำหน่ายและการนำเข้า/ส่งออกวัสดุลามกอนาจารเด็ก และผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปีและ/หรือโทษปรับไม่เกิน 6,000 บาท กฎหมายยังกำหนดบทลงโทษรุนแรงสำหรับบุคคลที่แสวงประโยชน์ทางเพศกับเด็ก ทั้งเด็กหญิงและเด็กชาย อายุต่ำกว่า 18 ปี และระบุบทลงโทษสำหรับการจัดหาโสเภณี การค้ามนุษย์เพื่อการใช้แรงงาน และการลักลอบนำคนเข้าเมือง 

 ผลการสำรวจในปี พ.ศ. 2548 ซึ่งองค์กรเอกชนและหน่วยงานรัฐมักนำมากล่าวอ้างอย่างกว้างขวาง ระบุว่ามีเด็กที่อาศัยอยู่ตามข้างถนนในเขตใจกลางเมืองใหญ่ๆ ประมาณ 20,000 คน อย่างไรก็ดี รัฐบาลและองค์กรเอกชนสามารถจัดหาที่พักพิงให้เด็กเพียง 10,000 คนในแต่ละปี โดยทั่วๆ ไป เด็กเหล่านี้จะถูกส่งไปที่บ้านพักที่รัฐบาลจัดให้ แต่มีรายงานว่าเด็กจำนวนมาก โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าว ไม่ต้องการอาศัยอยู่ในที่พักพิงเหล่านั้น เนื่องจากกลัวว่าจะถูกกักตัวและเนรเทศออกนอกประเทศ ในที่สุดแล้ว รัฐบาลจะส่งเด็กข้างถนนที่เป็นคนไทยไปศึกษาในโรงเรียน ศูนย์ฝึกอาชีพ หรือส่งกลับครอบครัวภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์ ส่วนเด็กที่มาจากประเทศอื่นๆ ได้ถูกส่งตัวกลับประเทศเป็นบางส่วน

 เด็กที่อาศัยอยู่ข้างถนนมักไม่ได้รับการกล่าวถึงในรายงานของประเทศเกี่ยวกับการใช้แรงงานเด็ก และยอดตัวเลขของเด็กเหล่านี้ทั่วประเทศมักมีเฉพาะเด็กไทยเท่านั้น  

ไทยเป็นภาคีอนุสัญญากรุงเฮกว่าด้วยการดำเนินการทางแพ่งต่อการลักพาเด็กระหว่างประเทศ ผู้สนใจข้อมูลเกี่ยวกับการลักพาตัวเด็กโดยบิดาหรือมารดา สามารถอ่านได้จากรายงานประจำปีของกระทรวงการต่างประเทศเกี่ยวกับการปฏิบัติตามอนุสัญญาฉบับนี้ได้ที่เว็บไซต์ http://travel.state.gov/abduction/resources/
congressreport/congressreport_4308.html
as well as country-specific information at http://travel.state.gov/abduction/
country/country_3781.html

การต่อต้านยิว

ชาวยิวในไทยมีจำนวนน้อยมาก และไม่มีรายงานเกี่ยวกับการต่อต้านชาวยิว

การค้ามนุษย์ 

รายงานการค้ามนุษย์ประจำปีของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ สามารถอ่านได้ที่ www.state.gov/g/tip (ฉบับภาษาไทยอ่านได้ที่ http://bangkok.usembassy.gov/tip.html)

บุคคลพิการ

รัฐธรรมนูญห้ามการเลือกปฏิบัติในด้านการศึกษา การเข้าถึงบริการด้านสุขภาพ หรือบริการอื่นๆ ของรัฐ ต่อผู้พิการทางร่างกาย ระบบประสาทความรู้สึก สติปัญญา และจิตใจ อย่างไรก็ดี การบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลไม่บังเกิดผล กฎหมายยังกำหนดให้ผู้พิการต้องสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร การสื่อสารคมนาคม และอาคารที่สร้างใหม่ แต่บทบัญญัติเหล่านี้ไม่ได้มีการบังคับใช้อย่างคงเส้นคงวา นักเคลื่อนไหวยังคงพยายามขอแก้ไขกฎหมายที่ยินยอมให้มีการเลือกปฏิบัติต่อผู้พิการในการว่าจ้างเข้าทำงาน 

ผู้พิการที่ขึ้นทะเบียนไว้กับทางราชการมีสิทธิได้รับบริการตรวจโรค รถเข็น และไม้ยันโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รัฐบาลให้เงินกู้ปลอดดอกเบี้ยห้าปีแก่ผู้พิการที่ดำเนินธุรกิจขนาดย่อม

โครงการชุมชนเพื่อฟื้นฟูคนพิการยังคงดำเนินงานอย่างแข็งขันในทุกจังหวัด โครงการศูนย์การเรียนรู้คนพิการได้ขยายเพิ่มเป็น 30 จังหวัด มีการกำหนดให้วันที่ 14 พฤศจิกายน เป็นวันคนพิการแห่งชาติ

รัฐบาลมีโรงเรียนพิเศษสำหรับนักเรียนพิการ 43 แห่ง กระทรวงศึกษาธิการรายงานว่ามีศูนย์การศึกษาพิเศษสำหรับเด็กก่อนวัยเรียน 76 แห่ง จังหวัดละหนึ่งแห่ง กฎหมายกำหนดให้โรงเรียนของรัฐ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 30,000 แห่งทั่วประเทศ ต้องรับนักเรียนที่มีความพิการ นอกจากนี้ ยังมีศูนย์ฝึกอบรมสำหรับผู้พิการที่ดำเนินการโดยรัฐ 9 แห่ง และโดยองค์กรเอกชน 23 แห่ง ซึ่งเป็นศูนย์ฝึกอบรมที่เปิดบริการทั้งแบบเต็มเวลาและบางช่วงเวลาหรือตามฤดูกาล มีบ้านพักผู้พิการที่ดำเนินการโดยรัฐ 111 แห่ง ในจำนวนนี้ มีสองแห่งที่เป็นสถานดูแลช่วงกลางวันสำหรับเด็กออติสติก นอกจากนี้ ยังมีสมาคมของเอกชนที่จัดฝึกอบรมเป็นครั้งคราวสำหรับผู้พิการ มีรายงานว่าโรงเรียนบางแห่งไม่ยอมรับเด็กพิการเข้าศึกษา แต่รัฐบาลให้เหตุผลว่าที่เป็นเช่นนี้เพราะโรงเรียนไม่มีสถานที่และอุปกรณ์ที่อำนวยความสะดวกสำหรับเด็กพิการ
 
คนพิการส่วนหนึ่งที่หางานทำได้ต้องเผชิญกับการเลือกปฏิบัติด้านค่าจ้างแรงงาน  ระเบียบราชการกำหนดให้บริษัทเอกชนว่าจ้างผู้พิการ 1 คนต่อพนักงาน 200 คน หรือไม่ก็บริจาคเงินเข้ากองทุนเพื่อประโยชน์ต่อผู้พิการ แต่ไม่มีการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวอย่างถ้วนทั่ว เจ้าหน้าที่ทางการประมาณตัวเลขว่าบริษัทห้างร้านถึงร้อยละ 50 ปฏิบัติตามกฎหมายนี้ ในขณะที่ประธานสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทยเชื่อว่าตัวเลขอยู่ระหว่างร้อยละ 35-45 ส่วนมากเป็นเพราะรัฐบาลไม่ได้ติดตามผลอย่างเพียงพอว่าบริษัทต่างๆ ปฏิบัติตามหรือไม่ รัฐวิสาหกิจบางแห่งก็มีนโยบายการจ้างงานที่เลือกปฏิบัติ

 ชนกลุ่มน้อยทางสัญชาติ/เชื้อชาติ/ชาติพันธุ์

คนสองกลุ่มคือ อดีตทหารในสงครามกลางเมืองของจีนและลูกหลานที่เข้ามาอาศัยอยู่ในไทยตั้งแต่สงครามสิ้นสุดลง และลูกของผู้อพยพชาวเวียดนามที่อาศัยอยู่ใน 13 จังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ภายใต้กฎหมายและกฎข้อบังคับที่จำกัดการเดินทาง ที่อยู่อาศัย การศึกษาและอาชีพของคนเหล่านี้ กฎหมายกำหนดให้ชาวจีนเหล่านี้อาศัยอยู่ในจังหวัดภาคเหนือ 3 จังหวัด คือ เชียงใหม่ เชียงราย และแม่ฮ่องสอน กระทรวงมหาดไทยระบุว่าไม่มีใครได้รับสัญชาติไทยในช่วงปี พ.ศ. 2553

คนพื้นเมือง

ชาวเขาที่ไม่มีสัญชาติไทยยังคงถูกจำกัดการเดินทาง ไม่สามารถมีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ประสบความยากลำบากในการกู้ยืมเงินจากธนาคาร แม้ว่าคนเหล่านี้จะได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายแรงงาน แต่มักถูกละเมิดสิทธิด้านแรงงานบ่อยครั้ง นอกจากนั้น ยังถูกกีดกันจากสวัสดิการของรัฐ เช่น โครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้าด้วย

 พระราชบัญญัติสัญชาติปี พ.ศ. 2551 ให้สิทธิการขอสัญชาติแก่ชาวเขาบางกลุ่มที่ก่อนหน้านี้ไม่มีสิทธิ (ดูหมวดที่ 2 ง.) แม้รัฐบาลจะสนับสนุนความพยายามในการอนุมัติสัญชาติและให้ความรู้ชาวเขาเกี่ยวกับสิทธิที่มีอยู่ แต่นักเคลื่อนไหวรายงานว่ามีการทุจริตอย่างกว้างขวางและการปฏิบัติงานที่ไร้ประสิทธิภาพ โดยเฉพาะผู้ใหญ่บ้านและเจ้าหน้าที่ระดับอำเภอและตำบล ซึ่งทำให้คำร้องขอสัญชาติต้องคั่งค้างและถูกปฏิเสธอย่างไม่สมควร
 
ชาวเขายังคงเผชิญกับการถูกเลือกปฏิบัติทางสังคม เนื่องมาจากความเชื่อโดยทั่วไปที่ว่าชาวเขามักจะเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดและความเสื่อมโทรมของสภาพแวดล้อม 
  
การถูกละเมิดทางสังคม การเลือกปฏิบัติ และการกระทำที่รุนแรงเนื่องจากรสนิยมทางเพศและเอกลักษณ์ทางเพศ

 ไม่มีกฎหมายใดที่ระบุให้รสนิยมทางเพศเป็นความผิดทางอาญา กลุ่มหญิงรักหญิง ชายรักชาย ไบเซ็กช่วล และสตรีข้ามเพศสามารถจดทะเบียนกับรัฐบาล แม้ว่าจะมีข้อจำกัดเกี่ยวกับชื่อที่ใช้ในการจดทะเบียน กลุ่มเหล่านี้รายงานว่าเมื่อพวกตนตกเป็นเหยื่ออาชญากรรม ตำรวจจะปฏิบัติต่อพวกตนเช่นคนปกติ แต่ในกรณีที่เป็นการละเมิดหรือคุกคามทางเพศ ตำรวจมักมีแนวโน้มที่จะให้ความสำคัญน้อยลงหรือไม่เห็นเป็นเรื่องจริงจัง

 การเลือกปฏิบัติเนื่องจากรสนิยมทางเพศและเอกลักษณ์ทางเพศยังมีอยู่ สภากาชาดไทยไม่ยอมรับบริจาคเลือดจากชายรักร่วมเพศ บริษัทประกันชีวิตบางแห่งปฏิเสธที่จะออกกรมธรรม์ประกันชีวิตแก่คนเหล่านี้ อย่างไรก็ดี บริษัทประกันชีวิตใหญ่สี่แห่งตกลงที่จะขายประกันชีวิตแก่คนกลุ่มนี้พร้อมเสนอที่จะถ่ายโอนผลประโยชน์เต็มที่แก่คู่ที่เป็นเพศเดียวกันด้วย แหล่งข่าวในกองทัพระบุว่ากองทัพไม่ยอมเกณฑ์ชายรักร่วมเพศหรือชายที่มีจิตใจเป็นหญิงเข้าเป็นทหาร เนื่องจากสันนิษฐานไว้ก่อนว่าจะมีผลกระทบต่อความเข้มแข็ง ภาพลักษณ์และระเบียบวินัยของกองทัพ เอกสารของกองทัพระบุเหตุผลอย่างเป็นทางการของการปฏิเสธว่า “ประเภท 3- อาการป่วยที่ไม่สามารถรักษาให้หายภายใน 30 วัน” แทนที่จะระบุว่า “ประเภท 4- มีความพิการถาวรหรือผิดปกติทางจิต” เช่นที่เคยทำ กฎหมายไม่อนุญาตให้คนที่ผ่าตัดแปลงเพศแล้วเปลี่ยนการระบุเพศของตนในเอกสารประจำตัว ธุรกิจใหญ่ๆ บางแห่งไม่อนุญาตให้ผู้มีจิตใจข้ามเพศใช้ห้องน้ำตามที่ตนต้องการ องค์กรเอกชนอ้างว่าไนท์คลับ บาร์ โรงแรม และโรงงานบางแห่งไม่ยอมให้ชายรักร่วมเพศ หญิงรักร่วมเพศ และชายที่จิตใจเป็นหญิงเข้าไปในสถานที่ของตน รวมทั้งปฏิเสธที่จะรับบุคคลเหล่านี้เข้าทำงาน

 การใช้ความรุนแรงหรือเลือกปฏิบัติทางสังคม
 
 บุคคลที่ติดเชื้อเอ็ชไอวีและผู้ป่วยโรคเอดส์ต้องเผชิญกับปัญหาด้านจิตใจเนื่องจากถูกปฏิเสธจากครอบครัว มิตรสหาย เพื่อนร่วมงาน และชุมชนแม้ว่าการรณรงค์ให้ความรู้ในเรื่องนี้แก่ชุมชนอาจช่วยบรรเทาความรู้สึกดังกล่าวได้บ้างในบางส่วน มีรายงานว่านายจ้างบางรายปฏิเสธที่จะจ้างพนักงานที่ตรวจพบว่ามีเชื้อเอ็ชไอวีระหว่างการตรวจเลือดก่อนเข้าทำงานตามที่นายจ้างกำหนด สมาคมแนวร่วมภาคธุรกิจไทยต้านภัยเอดส์ ระบุว่ามีบริษัทประมาณ 8,000 แห่งที่สัญญาว่าจะไม่กำหนดให้พนักงานต้องตรวจเลือดหาเชื้อเอ็ชไอวี/เอดส์ หรือปลดพนักงานที่ติดเชื้อออก พร้อมทั้งสัญญาว่าจะจัดโครงการรณรงค์ปลุกจิตสำนึกในเรื่องนี้อย่างสม่ำเสมอ โดยมีบริษัท 1,150 แห่งเข้าร่วมในช่วงปี

 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติสอบสวนคำร้องในเดือนกันยายน พ.ศ. 2552 เกี่ยวกับวัดพระบาทน้ำพุ ซึ่งเป็นสถานพักพิงของผู้ป่วยโรคเอดส์ระยะสุดท้ายจำนวนมาก นักเคลื่อนไหวด้านโรคเอดส์ไม่เห็นด้วยกับการที่วัดนำร่างผู้เสียชีวิตมาวางในที่สาธารณะเพื่อเป็นเครื่องเตือนใจ แม้ว่าเจ้าหน้าที่วัดจะกล่าวว่าได้รับอนุญาตจากผู้ป่วยแล้ว ในวันที่ 1 กรกฎาคม คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ประชุมร่วมกับวัดพระบาทน้ำพุและบรรลุข้อตกลงเบื้องต้น ซึ่งอนุญาตให้ทางวัดนำร่างผู้เสียชีวิตมาวางในที่สาธารณะได้แต่ห้ามเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อของผู้เสียชีวิต ในวันที่ 20 ธันวาคม คณะกรรมการฯ ได้เดินทางไปที่วัดอีกครั้งเพื่อติดตามผล และเมื่อถึงปลายปี ยังไม่มีการให้ข้อเสนอแนะในขั้นสุดท้าย

หมวดที่ 6 สิทธิของคนงาน

ก. สิทธิในการตั้งสมาคม

กฎหมายอนุญาตให้คนงานภาคเอกชนก่อตั้งและเข้าร่วมสหภาพแรงงานใดๆ ได้โดยไม่ต้องขออนุญาตจากทางการล่วงหน้า  อย่างไรก็ตาม การบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวไม่เป็นไปอย่างคงเส้นคงวา ในหลายกรณี พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2541 และพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานพ.ศ. 2551 ไม่มีประสิทธิผลในการให้ความคุ้มครองแก่ลูกจ้างที่เข้าร่วมกิจกรรมของสหภาพแรงงาน กฎหมายอนุญาตให้สหภาพแรงงานดำเนินกิจกรรมได้โดยรัฐบาลไม่เข้าแทรกแซง นอกจากนี้ กฎหมายยังอนุญาตให้คนงานหยุดงานประท้วง และในทางปฏิบัติ ก็มีการใช้สิทธิดังกล่าว

กฎหมายห้ามข้าราชการพลเรือน รวมทั้งครูประจำโรงเรียนของรัฐ ทหารและตำรวจ จัดตั้งหรือจดทะเบียนสหภาพแรงงาน แต่อนุญาตให้จัดตั้งและจดทะเบียนสมาคมได้ แต่สมาคมเหล่านี้ไม่มีอำนาจในการต่อรองแบบรวมกลุ่ม นักเคลื่อนไหวด้านแรงงานและข้าราชการพลเรือนบางส่วนตีความรัฐธรรมนูญปีพ.ศ. 2550 ว่าขยายเสรีภาพในการจัดตั้งสมาคมให้ครอบคลุมถึงการให้เสรีภาพข้าราชการพลเรือนในการจัดตั้งสหภาพแรงงาน แม้จะมีความพยายามจากข้าราชการพลเรือนกลุ่มเล็กๆ ในการจัดตั้งสหภาพแรงงาน แต่ยังไม่มีการแก้ไขกฎหมายด้านแรงงานที่เกี่ยวข้องเพื่ออนุญาตให้ข้าราชการทำเช่นนั้นได้

 พระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ให้พนักงานรัฐวิสาหกิจมีสิทธิจัดตั้งสหภาพแรงงานได้ อย่างไรก็ดี โดยทั่วไป สหภาพแรงงานของรัฐวิสาหกิจจะทำงานอย่างเป็นอิสระจากรัฐบาล
กฎหมายจำกัดการเกี่ยวข้องระหว่างสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจกับสหภาพแรงงานภาคเอกชน อย่างไรก็ดี การติดต่ออย่างไม่เป็นทางการระหว่างสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจกับสหภาพแรงงานภาคเอกชนยังดำเนินต่อไป และรัฐบาลก็ไม่ได้เข้าไปแทรกแซงความสัมพันธ์ดังกล่าวนี้
 
 แรงงานต่างด้าว ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่จดทะเบียนแล้วหรืออาศัยอยู่ในประเทศอย่างผิดกฎหมายไม่มีสิทธิจัดตั้งสหภาพแรงงานหรือดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่สหภาพแรงงาน อย่างไรก็ตาม แรงงานต่างด้าวที่จดทะเบียนแล้วอาจเข้าเป็นสมาชิกของสหภาพแรงงานที่จัดตั้งและบริหารโดยคนไทย  และมีแรงงานต่างด้าวบางส่วนที่ทำเช่นนั้น แต่มีจำนวนเพียงเล็กน้อยมาก เนื่องจากมีอุปสรรคด้านภาษาและแรงงานต่างด้าวและแรงงานไทยมักทำงานคนละภาคอุตสาหกรรม มีแรงงานต่างด้าวจำนวนมากทำงานในโรงงานใกล้กับจุดผ่านแดน ซึ่งมีการละเมิดกฎหมายแรงงานอยู่เป็นประจำ และไม่ค่อยมีการตรวจสอบว่าโรงงานเหล่านั้นปฏิบัติตามกฎหมายหรือไม่

 แรงงานทั่วประเทศมีจำนวน 38.4 ล้านคน น้อยกว่าร้อยละ 2 ของแรงงานเหล่านี้ แต่เกือบร้อยละ 10 ของคนงานภาคอุตสาหกรรมและกว่าร้อยละ 59 ของคนงานรัฐวิสาหกิจเป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน ช่วงปลายปี พ.ศ. 2552 มีสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ 44 แห่งประกอบด้วยสมาชิกทั้งหมด 167,510 คน และมีสหภาพแรงงานของเอกชน 1,194 แห่งประกอบด้วยสมาชิก 338,550 คน เมื่อเทียบกับปี พ.ศ. 2551 สหภาพแรงงานของเอกชนมีจำนวนลดลง และจำนวนสมาชิกของสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจและสหภาพแรงงานของเอกชนก็ลดลงเล็กน้อย

 คนงานอาจถูกไล่ออกด้วยเหตุผลใดก็ได้ แต่ต้องมีการจ่ายเงินชดเชยเมื่อเลิกจ้าง กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ต้องรับพนักงานดังกล่าวเข้าทำงานตามเดิม และนายจ้างก็ไม่ได้ปฏิบัติตามกฎเกี่ยวกับการจ่ายเงินชดเชยการเลิกจ้างเสมอไป  ในบางกรณี ศาลแรงงานได้สั่งให้นายจ้างบรรจุลูกจ้างเข้าทำงานตามเดิมเมื่อพบว่าพนักงานถูกไล่ออกเนื่องจากร่วมกิจกรรมสหภาพแรงงาน ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตาม เนื่องจากกระบวนการบรรจุพนักงานเข้าทำงานใหม่ใช้เวลานานและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายสำหรับนายจ้าง กรณีส่วนใหญ่จึงมักตกลงกันได้นอกศาลโดยลูกจ้างได้รับเงินชดเชย และนายจ้างไม่ต้องถูกมาตรการลงโทษใดๆ

 ศาลฎีกาปฏิเสธที่จะพิจารณาคดีของ น.ส. จิตรา คชเดช ที่ฟ้องร้องต่อบริษัทไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนลที่ไล่เธอออกโดยไม่มีความผิดในปี พ.ศ. 2551
 
 ในเดือนกุมภาพันธ์ อดีตพนักงานของบริษัทไทรอัมพ์อินเตอร์เนชั่นแนลยอมย้ายการชุมนุมออกจากอาคารกระทรวงแรงงาน ซึ่งเป็นสถานที่ชุมนุมมาตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2552 เพื่อแลกกับจักรเย็บผ้าและการอบรมวิชาชีพ พนักงานเหล่านี้ถูกปลดออกในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2552 ในส่วนหนึ่งของข้อตกลง รัฐบาลให้สัญญาว่าจะช่วยพนักงานเหล่านี้ขอกู้เงินจากสถาบันการเงินและจัดพาหนะส่งพนักงานกลับบ้านด้วย บริษัทอ้างสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและความต้องการที่ลดลงเป็นเหตุผลในการปลดพนักงาน ผู้นำสหภาพแรงงานกล่าวว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความพยายามของบริษัทในการกำจัดสมาชิกสหภาพแรงงานที่ชอบเคลื่อนไหว ซึ่งในจำนวนนี้มีหลายคนที่ประท้วงการที่บริษัทไล่ น.ส.จิตราออกในปี พ.ศ. 2551

 ในเดือนกันยายน แรงงานต่างด้าวชาวพม่า 900 คนได้ประท้วงที่โรงงานทออวนเดชาพานิช จังหวัดขอนแก่นเป็นเวลาเก้าวัน หลังจากผู้บริหารโรงงานไล่คนงานออกหกคนและไม่ยอมคืนเอกสารทางกฎหมายให้คนงานที่ถูกไล่ออก คนงานเรียกร้องให้ผู้บริหารคืนหนังสือเดินทาง บัตรประจำตัวแรงงาน และใบอนุญาตทำงานแก่คนเหล่านี้ รวมทั้งขอให้โรงงานจ่ายค่าแรงสำหรับการทำงานล่วงเวลาในแต่ละวันย้อนหลังตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ คนงานที่ประท้วงถูกขู่ว่าจะถูกเพิกถอนวีซ่าและจะถูกส่งตัวกลับประเทศ แต่ในที่สุด นายจ้างก็ยอมปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของคนงาน ในตอนท้าย แรงงานต่างด้าวทั้งหมดได้ลาออกจากโรงงานแห่งนี้และได้งานใหม่ที่กรุงเทพฯ

 รัฐบาลมีอำนาจในการจำกัดภาคเอกชนก่อการประท้วงในกรณีที่จะทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศหรือก่อให้เกิดผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อประชาชนโดยรวม  อย่างไรก็ตาม รัฐบาลใช้อำนาจนี้น้อยมาก และไม่ได้นำมาใช้เลยในช่วงปี กฎหมายแรงงานยังห้ามกลุ่มที่ให้ “บริการที่จำเป็นแก่ประชาชน” ก่อการประท้วง โดยรัฐบาลให้คำจำกัดความกลุ่มดังกล่าวกว้างกว่าเกณฑ์ที่องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) กำหนดไว้มาก และครอบคลุมถึงหน่วยงานต่าง ๆ เช่น โทรคมนาคม การไฟฟ้า การประปา และขนส่งมวลชน กฎหมายห้ามการเลิกจ้างผู้ที่ทำการประท้วงอย่างถูกต้องตามกฎหมาย  แต่มีนายจ้างบางคนที่แกล้งมอบหมายงานที่ไม่ดี ลดชั่วโมงการทำงานและลดโบนัสเพื่อเป็นการลงโทษผู้ประท้วง  กฎหมายอนุญาตให้นายจ้างมีสิทธิจ้างคนมาทำงานแทนผู้ประท้วง 
การประท้วงในภาคเอกชนถูกจำกัดโดยข้อกฎหมายที่กำหนดให้เรียกประชุมทั่วไปสมาชิกสหภาพแรงงาน และต้องได้รับการเห็นชอบจากสมาชิกอย่างน้อยร้อยละ 50 ในช่วงปี พ.ศ. 2553 มีการประท้วงหยุดงานของพนักงานบริษัทต่างๆ โดยทั่วไป เป็นการประท้วงหลังจากไม่สามารถตกลงเรื่องการจ่ายเงินชดเชยกันได้ มีอยู่กรณีหนึ่งที่ระหว่างที่มีการเจรจา ฝ่ายบริหารของบริษัทรถยนต์ต่างประเทศขู่ว่าจะปิดโรงงานชั่วคราว โดยอ้างว่าคนงานทำให้อุปกรณ์และรถที่กำลังผลิตอยู่เกิดความเสียหาย

 กฎหมายแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ห้ามนายจ้างปิดกิจการชั่วคราวและห้ามพนักงานก่อการประท้วง อย่างไรก็ตาม ในอดีตที่ผ่านมา มีพนักงานรัฐวิสาหกิจจำนวนมากลาป่วยและลาพักร้อน ในวันเดียวกัน ซึ่งทำให้การดำเนินงานต้องหยุดชะงักลง แต่ไม่มีการดำเนินคดีตามกฎหมายกับพนักงานเหล่านี้

 ในช่วงปี พ.ศ. 2552 มีกรณีพิพาทด้านแรงงาน 101 กรณี ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากเมื่อปี พ.ศ. 2551 ตัวเลขของกระทรวงแรงงานชี้ว่ามีการปิดกิจการชั่วคราวโดยนายจ้างสามครั้ง ซึ่งมีผลกระทบกับพนักงาน 156 คน และมีการประท้วงสองครั้งซึ่งเกี่ยวข้องกับพนักงาน 456 คน ส่วนใหญ่ของข้อเรียกร้องของสหภาพในปี พ.ศ. 2552 เป็นข้อเรียกร้องเกี่ยวกับค่าจ้างและสวัสดิการอื่นๆ 

ข. สิทธิในการจัดตั้งองค์กรและการร่วมเจรจาต่อรองแบบรวมกลุ่ม

 กฎหมายรับรองสิทธิของลูกจ้างภาคเอกชนในการจัดตั้งองค์กรและดำเนินการร่วมเจรจาต่อรอง  กฎหมายกำหนดกลไกสำหรับการร่วมเจรจาต่อรองดังกล่าว รวมทั้งขั้นตอนการไกล่เกลี่ยและตัดสินกรณีพิพาทที่รัฐบาลให้ความช่วยเหลือ ในทางปฏิบัติ มีการร่วมเจรจาต่อรองอย่างแท้จริงเกิดขึ้นในสถานที่ทำงานเพียงไม่กี่แห่ง อย่างไรก็ตาม ข้อพิพาทจำนวนมากสามารถตกลงกันได้

 กฎหมายห้ามนายจ้างใช้มาตรการต่อต้านสหภาพแรงงาน แต่กำหนดว่าสมาชิกสหภาพแรงงานต้องเป็นลูกจ้างเต็มเวลาของบริษัทหรือรัฐวิสาหกิจ ซึ่งทำให้ลูกจ้างอาจถูกรังแกโดยนายจ้างที่ต้องการลงโทษลูกจ้างที่มีตำแหน่งในสหภาพฯ หรือพยายามก่อตั้งสหภาพฯ ข้อจำกัดดังกล่าวยังเป็นการห้ามเจ้าหน้าที่ทำงานประจำกับสหภาพฯ ด้วย ซึ่งเป็นการควบคุมสหภาพฯ ไม่ให้เข้มแข็งหรือเข้าไปมีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างแข็งขัน พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ยังอนุญาตให้สหภาพแรงงานมีที่ปรึกษาซึ่งเป็นบุคคลนอกองค์กรและได้รับอนุญาตจากรัฐเพียง 2 คน  และสำนักงานท้องถิ่นของกระทรวงแรงงานมักกีดกันบุคคลที่เห็นว่าชอบเคลื่อนไหวมากเกินไปจากการจดทะเบียนเป็นที่ปรึกษาด้านแรงงาน  ผู้นำสหภาพฯ และผู้สังเกตการณ์ภายนอกร้องทุกข์ว่าข้อจำกัดนี้ขัดขวางความสามารถในการฝึกเจ้าหน้าที่สหภาพฯ และพัฒนาความเชี่ยวชาญในการร่วมเจรจาต่อรองระหว่างนายจ้างกับสหภาพแรงงาน ซึ่งทำให้มีการเปลี่ยนตัวผู้นำสหภาพฯ บ่อยครั้ง

 มีรายงานว่านายจ้างมักเลือกปฏิบัติต่อลูกจ้างที่พยายามก่อตั้งสหภาพฯ แม้ว่ากฎหมายจะคุ้มครองลูกจ้างที่ยื่นข้อเรียกร้องเกี่ยวกับสภาพการทำงาน แต่ไม่ได้คุ้มครองลูกจ้างจากการถูกตอบโต้โดยนายจ้างถ้าลูกจ้างเข้าร่วมกิจกรรมของสหภาพแรงงานก่อนมีการจดทะเบียนสหภาพฯ และนายจ้างอาจใช้ช่องว่างทางกฎหมายนี้สกัดกั้นความพยายามในการจัดตั้งสหภาพฯ ในช่วงปี มีรายงานเกี่ยวกับคนงานที่ถูกไล่ออกเนื่องจากเข้าร่วมกิจกรรมของสหภาพฯ ในบางกรณี ศาลแรงงานสั่งให้นายจ้างรับพนักงานเข้าทำงานตามเดิมถ้าพิสูจน์แล้วว่าสาเหตุของการไล่ออกไม่เป็นความจริง ในกรณีเหล่านี้ มีบางส่วนที่นายจ้างรับพนักงานเข้าทำงานตามเดิม

 ระบบศาลแรงงานทำหน้าที่พิจารณาคดีแรงงานในภาคเอกชนเกือบทุกเรื่องที่กฎหมายแรงงานครอบคลุม อย่างไรก็ดี มีรายงานของการฉ้อฉลภายในระบบ ปัญหาที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ด้านแรงงานโดยส่วนรวมได้รับการตัดสินโดยคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ไตรภาคี และมีศาลแรงงานทบทวนพิจารณาอีกชั้นหนึ่ง คนงานอาจร้องทุกข์ได้โดยผ่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในกรณีข้อพิพาทด้านแรงงานในภาคเอกชน ซึ่งไม่สามารถยุติได้ด้วยการเจรจาหรือการไกล่เกลี่ยและอาจส่งผลต่อเศรษฐกิจหรือความสงบเรียบร้อยของประเทศ กฎหมายให้อำนาจกระทรวงแรงงานในการส่งเรื่องพิพาทดังกล่าวไปให้คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์เพื่อยุติข้อพิพาท แม้จะไม่ค่อยมีการใช้อำนาจทางกฎหมายนี้เท่าใดนัก แต่มาตรฐานสากลอนุญาตให้มีการใช้กฎหมายนี้ในกรณีที่กิจกรรมของภาคเอกชนที่เป็นปัญหาเกี่ยวข้องกับบริการสำคัญๆ ซึ่งถ้ามีการระงับบริการดังกล่าวเกิดขึ้น อาจเป็นอันตรายต่อชีวิต ความปลอดภัยของบุคคล หรือสุขภาพของประชาชนโดยรวมหรือประชาชนบางกลุ่ม

 คณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์มีหน้าที่แก้ไขปัญหาที่พนักงานรัฐวิสาหกิจร้องทุกข์  โดยทั่วไปแล้ว  ผู้นำแรงงานพอใจกับการแก้ปัญหาโดยองค์กรเหล่านี้  แม้จะมีคำร้องเรียนว่าผู้นำสหภาพแรงงานที่ถูกไล่ออกโดยไม่เป็นธรรมได้รับเพียงเงินเดือนย้อนหลัง แต่นายจ้างไม่ได้ถูกลงโทษแต่อย่างใด  เรื่องนี้ทำให้นายจ้างไม่ค่อยยับยั้งชั่งใจที่จะไล่ผู้จัดตั้งสหภาพแรงงานและนักเคลื่อนไหวออก

  บริษัทนายหน้าจัดหาแรงงานได้ใช้ “ระบบสัญญาจ้างเหมางาน” โดยคนงานจะเซ็นสัญญาเป็นรายปี แม้คนงานที่ทำสัญญาเหมารายปีจะทำงานประเภทเดียวกันกับคนงานที่ได้รับการว่าจ้างโดยตรง แต่กลับได้รับค่าจ้างน้อยกว่าและได้รับสวัสดิการพิเศษอื่นๆ เพียงเล็กน้อยหรืออาจไม่ได้เลย คนงานที่ทำสัญญาเหมารายปีได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย และพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2551 กำหนดให้บริษัทต้องให้ “ผลประโยชน์และสวัสดิการอย่างยุติธรรมโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ” แก่คนงานประเภทนี้ ไม่ว่าคนงานที่ทำสัญญาเหมานี้จะถูกจ้างจากภายนอกและได้รับค่าจ้างจากอีกบริษัทหนึ่งหรือไม่ก็ตาม บริษัทที่ทำสัญญาถือเป็นนายจ้าง มีคนงานที่ฟ้องร้องต่อศาลเพื่อขอความชัดเจนเกี่ยวกับข้อผูกพันของตนภายใต้กฎหมายฉบับใหม่ ซึ่งศาลแรงงานได้ตัดสินในทุกคดีว่ากฎหมายกำหนดให้นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างและให้สวัสดิการแก่ลูกจ้างปกติและลูกจ้างที่ได้รับการว่าจ้างจากภายนอกเท่ากัน

  กฎหมายกำหนดว่าสมาชิกสหภาพแรงงานต้องเป็น “ลูกจ้างที่ทำงานกับนายจ้างคนเดียวกัน” หรือ “ลูกจ้างที่ทำงานประเภทเดียวกัน” กฎหมายดังกล่าวบวกกับข้อกำหนดที่ให้สหภาพฯ ต้องเป็นตัวแทนของแรงงานในสัดส่วนร้อยละที่กำหนดไว้ อาจเป็นอุปสรรคต่อความพยายามในการต่อรองแบบกลุ่ม เมื่อคนงานที่ทำสัญญาเหมารายปีไม่ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มที่มีสิทธิต่อรองแต่กลับคิดเป็นสัดส่วนสำคัญในกลุ่มแรงงาน

 ไม่มีกฎหมายพิเศษหรือข้อยกเว้นจากกฎหมายแรงงานปกติสำหรับเขตอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าสมาคมนายจ้างร่วมมือกันเพื่อกีดกันไม่ให้มีการก่อตั้งสหภาพแรงงานในเขตอุตสาหกรรมเหล่านี้  ในนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ การจัดตั้งสหภาพแรงงานถือเป็นเรื่องปกติสามัญในบริษัทต่างชาติ
  
 ค. การห้ามการบังคับใช้แรงงาน

 รัฐธรรมนูญห้ามการบังคับใช้แรงงาน ยกเว้นในกรณีที่ประเทศตกอยู่ในภาวะฉุกเฉิน เกิดสงคราม หรือมีการประกาศกฎอัยการศึก หรือเพื่อหลีกเลี่ยงภัยพิบัติสาธารณะที่กำลังจะเกิดขึ้น พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 ห้ามการค้ามนุษย์ทุกรูปแบบ รวมทั้งการบังคับใช้แรงงานชาย หญิงและเด็ก แม้รัฐบาลจะพยายามบังคับใช้และเพิ่มจิตสำนึกเกี่ยวกับกฎหมายดังกล่าว ปัญหาเกี่ยวกับการบังคับใช้แรงงานชาย หญิงและเด็กก็ยังมีอยู่ในภาคเศรษฐกิจส่วนน้อย โดยเฉพาะในส่วนที่มีการใช้แรงงานต่างด้าวทั่วไป

 ตามปกติ นายจ้างมักเก็บเอกสารการจดทะเบียนและเอกสารเดินทางของแรงงานต่างด้าวไว้  ซึ่งเป็นการจำกัดการเดินทางออกนอกสถานที่ทำงานของแรงงานต่างด้าวเหล่านี้  มีรายงานว่าแรงงานต่างด้าวบางคนขอให้นายจ้างเก็บเอกสารของตนไว้เพื่อป้องกันการสูญหาย

 ยังคงมีรายงานเกี่ยวกับโรงงานเถื่อนหรือการกดขี่แรงงานในภาคเศรษฐกิจบางส่วน โดยเฉพาะในเรือประมง โรงงานเสื้อผ้า และโรงงานแปรรูปกุ้งและอาหารทะเล ในบางครั้งนายจ้างก็ห้ามคนงาน โดยเฉพาะแรงงานต่างด้าวออกนอกสถานที่ การมีแรงงานต่างด้าวชาวพม่า กัมพูชา และลาวอยู่เป็นจำนวนมากเปิดโอกาสให้มีการละเมิดสิทธิ
 
 นายศราวุธ อายุเคน ซึ่งถูกศาลพิพากษาประหารชีวิตในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2552 ในข้อหาฆาตกรรมแรงงานกะเหรี่ยงรายหนึ่งในปี พ.ศ. 2550  ยังคงอยู่ในเรือนจำเพื่อรอคำตัดสินของศาลอุทธรณ์ พร้อมกับจำเลยอีกสองคนในคดีนี้

 ในเดือนมกราคม ศาลอาญาตัดสินลงโทษนายหน้าแรงงานชาวพม่ารายหนึ่งซึ่งถูกจับกุมเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2552 ในข้อหาละเมิดพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์และพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง โดยบังคับให้ชาวพม่า 18 คนทำงานบนเรือประมงที่จังหวัดชลบุรี นายหน้า  แรงงานชาวพม่าถูกพิพากษาจำคุกเป็นเวลาสี่ปี ส่วนไต้ก๋งเรือถูกพิพากษาจำคุก 30 เดือนและปรับเป็นจำนวนเงิน 82,500 บาท ส่วนผู้ต้องหารายที่สามในคดีนี้ได้รับการยกฟ้องเนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอ
 
 ผู้ต้องหาสองรายที่ถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2552 ในข้อหาค้าแรงงานให้โรงงานอโนมา ซึ่งเป็นโรงงานแปรรูปกุ้งในจังหวัดสมุทรสาคร ยังคงเป็นอิสระในขณะรอคำตัดสินคำยื่นอุทธรณ์ในคดีนี้

 ในวันที่ 9 ธันวาคม ศาลอาญาตัดสินว่าจำเลยสามคนในคดีบังคับใช้แรงงานที่โรงงานแปรรูปกุ้งรัญญาแพ้วมีความผิด จากการบุกค้นโรงงานเมื่อปี พ.ศ. 2549 ทำให้มีการระบุว่าคนงาน 66 คนเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์  จำเลยแต่ละคนถูกพิพากษาจำคุกเป็นเวลา 20 ปี ซึ่งเป็นโทษสูงสุด เมื่อถึงปลายปี จำเลยยังคงเป็นอิสระขณะรอคำตัดสินยื่นอุทธรณ์

 ผู้สนใจสามารถอ่านข้อมูลเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ได้จากรายงานประจำปีของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ว่าด้วยการค้ามนุษย์ได้ที่ www.state.gov/g/tip (หรืออ่านฉบับภาษาไทยได้ที่ http://bangkok.usembassy.gov/tip.html)

 ง. การห้ามใช้แรงงานเด็กและเกณฑ์อายุต่ำสุดของการจ้างงาน

 โดยทั่วไป  เด็กในภาคเศรษฐกิจอย่างเป็นทางการได้รับความคุ้มครองทางกฎหมายอย่างเพียงพอ  พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานเป็นกฎหมายหลักที่กำกับดูแลการจ้างงานเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี  กฎหมายห้ามการจ้างงานเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี แต่มีข้อยกเว้นสำหรับเด็กอายุระหว่าง 13-15 ปีที่บิดามารดาอนุญาตให้ทำงานภาคเกษตรในช่วงปิดภาคเรียนหรือหลังเลิกเรียนตราบใดที่นายจ้างจัดสภาพการทำงานที่ปลอดภัยให้ กฎหมายห้ามนายจ้างให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีทำงานล่วงเวลา ทำงานในวันหยุด และทำงานระหว่าง 22.00 น. ถึง 6.00 น. โดยไม่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงแรงงาน กฎหมายห้ามการว่าจ้างเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีให้ทำงานที่อันตราย ซึ่งรวมถึงงานใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับโลหะ สารเคมีอันตราย วัสดุมีพิษ กัมมันตรังสี และอุณหภูมิหรือระดับเสียงที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย การสัมผัสกับจุลินทรีย์ที่มีพิษ การใช้อุปกรณ์ที่มีน้ำหนักมาก การทำงานใต้ดินหรือใต้น้ำ การทำงานในสถานที่ที่มีการจำหน่ายแอลกอฮอล์ หรือสถานอาบอบนวด โทษสูงสุดสำหรับผู้ฝ่าฝืนกฎหมายดังกล่าวคือโทษจำคุกหนึ่งปี หรือโทษปรับสูงสุด 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ อย่างไรก็ตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานให้ความคุ้มครองอย่างจำกัดแก่คนงานในภาคเศรษฐกิจที่ไม่เป็นทางการเช่น การประมงและงานรับใช้ตามบ้าน กฎหมายอนุญาตให้มีการออกกฎกระทรวงเพื่อใช้กับภาคเศรษฐกิจที่กฎหมายครอบคลุมไม่ถึง โดยกฎกระทรวงดังกล่าวได้ขยายความคุ้มครองสำหรับเด็กที่ทำงานตามบ้านและภาคเกษตรกรรม 

 แรงงานเด็กยังคงเป็นปัญหาอยู่ โดยเฉพาะในภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรมการผลิตเสื้อผ้า อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการประมง และภาคอุตสาหกรรมอย่างไม่เป็นทางการ มีเหตุผลที่ทำให้เชื่อว่ามีการใช้แรงงานเด็กในการผลิตเสื้อผ้า วัสดุลามกอนาจาร กุ้ง และอ้อย ซึ่งเป็นการละเมิดมาตรฐานสากล เด็กอายุต่ำกว่าเกณฑ์ที่ทำงานอยู่ในเมืองส่วนใหญ่ทำงานในภาคบริการ โดยส่วนใหญ่จะอยู่ตามปั๊มน้ำมัน อุตสาหกรรมขนาดย่อมและร้านอาหาร ผู้สังเกตการณ์เชื่อว่าแม้ว่าจำนวนเด็กที่ถูกแสวงประโยชน์จะลดลง แต่ก็ยังมีเด็กบางราย (โดยทั่วไปเป็นต่างชาติ) ที่ถูกแสวงประโยชน์อยู่ เช่น ถูกใช้ไปขายของตามถนน ขอทาน ทำงานบ้านและทำงานในไร่นา โดยในบางครั้งเป็นการทำงานแบบแรงงานขัดหนี้ เด็กต่างชาติเหล่านี้จำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่มาจากพม่า กัมพูชา และลาว อยู่ในประเทศอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งทำให้เสี่ยงต่อการถูกแสวงประโยชน์มากขึ้น มีรายงานว่ามีเด็กข้างถนนที่ถูกซื้อ ถูกเช่า หรือ ถูก “ขอยืม” ด้วยการบังคับจากบิดามารดาหรือผู้ปกครองเพื่อให้มาขอทานอยู่กับผู้หญิงตามถนน

 นอกเขตเมือง มีการใช้แรงงานเด็กในภาคเกษตร อุตสาหกรรมเสื้อผ้า และอุตสาหกรรมเกี่ยวกับการประมง แต่การใช้แรงงานเด็กในโรงงานที่เน้นการผลิตเพื่อส่งออกและโรงงานแปรรูปที่จดทะเบียนกับทางการนั้นเห็นชัดน้อยกว่า องค์กรเอกชนยังรายงานว่ามีการใช้แรงงานเด็กในโรงงานผลิตเสื้อผ้าหลายแห่งที่ตั้งอยู่ตามชายแดนพม่าด้านอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก  ไม่มีการสำรวจการใช้แรงงานเด็กทั่วประเทศอย่างถ้วนทั่ว

 สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงานรายงานว่ามีเด็กอายุ 15-18 ปีจำนวน 65,536 คนที่ทำงานอย่างเป็นทางการและมีชื่อในระบบประกันสังคมในปี พ.ศ. 2552 ตัวเลขดังกล่าวลดลงจากตัวเลขปี พ.ศ. 2551 เกือบร้อยละ 40 และอาจเป็นผลสืบเนื่องจากการขยายโครงการเรียนฟรีจาก 9 ปีเป็น 12 ปี ตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญปี พ.ศ. 2550 และนโยบายของรัฐบาลในปี พ.ศ. 2552 ที่ขยายโครงการเรียนฟรี รวมทั้งค่าเล่าเรียน ตำราเรียน และเครื่องแบบ เพิ่มเป็น 15 ปี สถิติอื่นๆ ของกระทรวงแรงงานยังชี้ว่าในปี พ.ศ. 2552 มีเด็กอายุ 15-17 ปีจำนวน 2,774 คนที่ทำงานโดยถูกกฎหมาย ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นนี้ (จากกว่า 2,065 คนในปี พ.ศ. 2551) น่าจะสะท้อนถึงความพยายามที่เพิ่มขึ้นของกระทรวงแรงงานในการตรวจสอบโรงงานต่างๆ มากกว่าแสดงถึงการเพิ่มขึ้นของจำนวนแรงงานเด็ก จำนวนแรงงานเด็กทั้งหมด ทั้งแรงงานที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย น่าจะมีมากกว่านี้มากเมื่อพิจารณาจำนวนแรงงานเด็กในภาคที่ไม่เป็นทางการ รวมทั้งแรงงานเด็กต่างด้าวที่ไม่ได้จดทะเบียน ผลการศึกษาที่ได้รับเงินอุดหนุนจากกระทรวงแรงงานและองค์การแรงงานระหว่างประเทศชี้ว่าการบังคับใช้แรงงานเด็กมีจำนวนลดลง และเด็กเหล่านี้มีจำนวนน้อยกว่าร้อยละ 1 ของแรงงานทั้งหมด
  
 กระทรวงแรงงานเป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบการบังคับใช้กฎหมายและนโยบายเกี่ยวกับแรงงานเด็ก โดยทั่วไป ผู้ตรวจการของกระทรวงแรงงาน ซึ่งถูกมองว่ามีจำนวนน้อยเกินไป มักทำงานในเชิงรับมากกว่าเชิงรุก และตามปกติจะดำเนินการต่อเมื่อมีการร้องทุกข์ เพื่อปรับปรุงการบังคับใช้กฎหมายแรงงานให้มีประสิทธิภาพขึ้น แผนตรวจสอบของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงานในช่วงปีให้ความสำคัญเร่งด่วนกับการตรวจสอบการใช้แรงงานในโรงงานขนาดเล็ก (มีคนงานน้อยกว่า 49 คน) ซึ่งเชื่อว่ามีโอกาสสูงที่จะใช้แรงงานเด็ก เมื่อมีผู้ละเมิดในกรณีดังกล่าว เจ้าหน้าที่มักขอให้ผู้ละเมิดให้สัญญาว่าจะปรับปรุงพฤติกรรมของตนให้ดีขึ้นแทนที่จะดำเนินคดีและลงโทษ ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติที่นิยมกันทั่วไป การที่กฎหมายกำหนดให้เจ้าหน้าที่ต้องมีหมายค้นคืออุปสรรคในการเข้าตรวจตามบ้านเรือนเพื่อดูแลสวัสดิภาพของเด็กรับใช้ตามบ้าน

จ. สภาพการทำงานที่ยอมรับได้

อัตราค่าแรงขั้นต่ำกำหนดไว้ที่ 151 ถึง 206 บาทต่อวัน ขึ้นอยู่กับระดับค่าครองชีพในแต่ละจังหวัด  ค่าจ้างดังกล่าวไม่เพียงพอสำหรับมาตรฐานการครองชีพที่เหมาะสมสำหรับคนงานและครอบครัว  เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้ขึ้นอัตราค่าแรงขั้นต่ำเป็น 159 ถึง 221 บาทต่อวัน เริ่มบังคับใช้วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2554

 รัฐบาลเป็นผู้กำหนดอัตราเงินเดือนสำหรับพนักงานรัฐวิสาหกิจตามพระราชบัญญัติแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ ส่วนอัตราเงินเดือนสำหรับข้าราชการพลเรือนนั้น สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนเป็นผู้กำหนด อย่างไรก็ดี พ.ร.บ. ข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ให้กระทรวงหรือกรมมีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการจัดทำระดับเงินเดือนข้าราชการพลเรือน

 กระทรวงแรงงานมีหน้าที่ดูแลให้นายจ้างปฏิบัติตามข้อกำหนดว่าด้วยค่าแรงขั้นต่ำ  (ใช้กับภาคแรงงานที่เป็นทางการ) อย่างไรก็ตาม การบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยค่าแรงขั้นต่ำยังมีความสับสนอยู่ แรงงานบางส่วนในภาคเศรษฐกิจที่เป็นทางการทั่วประเทศได้รับค่าจ้างต่ำกว่าอัตราค่าแรงขั้นต่ำโดยเฉพาะแรงงานในต่างจังหวัด  พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานครอบคลุมถึงแรงงานที่ไม่มีเอกสารประจำตัว อย่างไรก็ดี แรงงานต่างด้าวทั้งแรงงานไร้ฝีมือหรือกึ่งไร้ฝีมือจำนวนมากทำงานแลกค่าจ้างซึ่งน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของค่าแรงขั้นต่ำ    

 พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานกำหนดเวลาทำงานตายตัวขึ้น คือ 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือแปดชั่วโมงต่อวันเป็นเวลาหกวัน และทำงานล่วงเวลาได้ไม่เกิน 36 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ตามกฎหมายแล้ว ลูกจ้างที่ต้องทำงาน “เสี่ยงอันตราย” เช่น ในอุตสาหกรรมเคมี เหมืองแร่หรืออุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่ต้องเกี่ยวข้องกับเครื่องจักรหนัก ห้ามทำงานเกิน 42 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และห้ามทำงานล่วงเวลา  พนักงานในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีห้ามทำงานเกิน 12 ชั่วโมงต่อหนึ่งวัน และทำงานต่อเนื่องได้ไม่เกิน 28 วัน  พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานไม่ได้ครอบคลุมทุกภาคส่วน  ตัวอย่างเช่น คนทำงานรับใช้ตามบ้านได้รับความคุ้มครองจากพ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานเพียงบางมาตราเท่านั้น

 บทบัญญัติของพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานได้ขยายความคุ้มครองสำหรับพนักงานที่ตั้งครรภ์ โดยกำหนดห้ามทำงานกะกลางคืน  ทำงานล่วงเวลา  ทำงานในวันหยุด  ใช้เครื่องจักรที่มีอันตรายหรือทำงานในเรือ  ในบางกรณี พนักงานมีครรภ์ซึ่งทำงานอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ต้องใช้แรงกายมากนักสามารถทำงานล่วงเวลาได้หากพนักงานยินยอม  แม้ว่า พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานห้ามไล่คนงานที่ตั้งครรภ์ออก มีรายงานว่าลูกจ้างบางคนถูกนายจ้างจงใจไล่ออกเพราะตั้งครรภ์

 กระทรวงแรงงานประกาศกฎระเบียบด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสภาพการทำงาน และมีหน้าที่บังคับใช้กฎระเบียบเหล่านี้ อย่างไรก็ดี กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานไม่ได้ทำงานอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากขาดแคลนบุคลากรและงบประมาณ ไม่มีกฎหมายที่ให้ความคุ้มครองลูกจ้างที่ขอย้ายหน้าที่จากสภาพการทำงานที่มีอันตราย กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน ระบุว่าการผลิตสินค้าผู้บริโภค ธุรกิจโรงแรมและภัตตาคาร รวมถึงอุตสาหกรรมก่อสร้างฝ่าฝืนกฎหมายเกี่ยวกับความปลอดภัยของคนงานมากที่สุด

 ในปี พ.ศ. 2552 มีรายงานเกี่ยวกับการเจ็บป่วยและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุในอุตสาหกรรม 149,436 ราย ในจำนวนนี้ เป็นการบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยเล็กน้อย (ลาป่วยไม่เกินสามวัน) จำนวน 106,598 คน และการบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยซึ่งทำให้ต้องลาป่วยเกินสามวัน (รวมทั้งการพิการอย่างถาวรและการเสียชีวิต) จำนวน 42,838 ราย อย่างไรก็ตาม อัตราการเกิดอุบัติเหตุในภาคแรงงานนอกระบบ ภาคเกษตรกรรม และในกลุ่มแรงงานต่างด้าว เชื่อว่าน่าจะสูงกว่านี้  ผู้ที่เจ็บป่วยอันมีสาเหตุเกี่ยวข้องกับงานอาชีพมักไม่ค่อยได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์หรือได้รับเงินชดเชย และไม่ค่อยมีแพทย์หรือคลินิกเฉพาะทางสำหรับโรคเหล่านี้  สตรีต่างด้าวอายุน้อยจำนวนมากที่ทำงานตามชายแดนพม่าได้รับการรักษาทางการแพทย์อย่างจำกัดและต่ำกว่ามาตรฐาน ในโรงงานขนาดกลางและขนาดใหญ่ มักมีการนำมาตรฐานด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยที่ทางการกำหนดไว้มาใช้ แต่การบังคับใช้มาตรฐานด้านความปลอดภัยยังไม่เข้มงวด  ในภาคเศรษฐกิจที่ไม่เป็นทางการ การให้ความคุ้มครองสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยจะต่ำกว่ามาตรฐาน
 
 การจ่ายเงินชดเชยแก่คนงานที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุในโรงงานอุตสาหกรรมมักล่าช้าหรือไม่เพียงพอ มีไม่กี่ครั้งที่ศาลตัดสินลงโทษผู้บริหารหรือเจ้าของสถานที่ทำงานที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น

  คดีเกี่ยวกับสุขลักษณะและความปลอดภัยของสถานที่ทำงานได้รับการพิจารณาโดยศาลฎีกาเป็นครั้งแรกในวันที่ 8 พฤศจิกายน ศาลได้ตัดสินให้โรงงานทอผ้ากรุงเทพฯ จ่ายเงินชดเชยให้แก่อดีตลูกจ้างที่เจ็บป่วย 37 คน เป็นจำนวนเงินเกือบแปดล้านบาท  ศาลมีคำตัดสินดังกล่าวเนื่องจากสภาพแวดล้อมในที่ทำงานไม่ปลอดภัยเพียงพอ ส่งผลให้พนักงานป่วยเป็นโรคปอดฝุ่นฝ้าย ซึ่งเป็นความผิดปกติในระบบทางเดินหายใจที่พบได้ทั่วไปในคนงานโรงงานอุตสาหกรรมสิ่งทอ

  รัฐบาลอนุญาตให้แรงงานต่างด้าวที่ยังไม่ขึ้นทะเบียนซึ่งมาจากประเทศเพื่อนบ้านสามประเทศ สามารถทำงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายในบางส่วนของภาคเศรษฐกิจหากมาขึ้นทะเบียนกับทางการ และเข้าสู่กระบวนการบันทึกสถานภาพ ซึ่งหมายถึงการพิสูจน์สัญชาติ ภายในวันที่ 2 มีนาคม  อย่างไรก็ดี เมื่อวันที่ 19 มกราคม รัฐบาลได้ยืดกำหนดเวลาดังกล่าวออกไปอีกสองปี

  แรงงานต่างด้าวจากลาวและกัมพูชาสามารถยืนยันสัญชาติของตนได้ตามที่ต่างๆ ทั่วประเทศไทย  โดยทั่วๆ ไป แรงงานพม่าต้องเดินทางไปยังหนึ่งในศูนย์พิสูจน์สัญชาติสามแห่งที่ตั้งอยู่บริเวณชายแดนในประเทศพม่า ทั้งนี้เนื่องจากมีรายงานว่ารัฐบาลพม่ายืนยันให้ลงทะเบียนจากภายในประเทศเท่านั้น  อย่างไรก็ตาม รัฐบาลพม่าอนุญาตให้ยืนยันการถือสัญชาติที่ชายแดนฝั่งประเทศไทยในจังหวัดระนองได้ เริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคมไปจนถึงสิ้นปี เพื่อที่แรงงานเหล่านี้จะได้ไม่ต้องนั่งเรือข้ามมายังฝั่งพม่าในช่วงฤดูมรสุม  หลังมีการปิดสะพานมิตรภาพไทย-พม่าซึ่งเชื่อมระหว่างอำเภอแม่สอดกับเมืองเมียวดี แรงงานพม่าไม่สามารถข้ามไปลงทะเบียนที่เมืองเมียวดีได้อีกต่อไป แต่สามารถลงทะเบียนได้ที่ศูนย์พิสูจน์สัญชาติแห่งที่สาม ซึ่งตั้งอยู่ที่ท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า ติดกับอำเภอแม่สาย ชายแดนของประเทศไทย

ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2552 องค์กรด้านสิทธิแรงงานสามแห่ง ยื่นจดหมายเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนของแรงงานต่างด้าวต่อผู้จัดทำรายงานพิเศษของสหประชาชาติ เพื่อขอให้สืบสวนเรื่องกระบวนการพิสูจน์สัญชาติสำหรับแรงงานชาวพม่า เนื่องจากห่วงใยเรื่องความปลอดภัยของแรงงานเหล่านี้  ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ผู้จัดทำรายงานพิเศษเรื่องสิทธิมนุษยชนของแรงงานต่างด้าวของสหประชาชาติพร้อมกับผู้จัดทำรายงานพิเศษเกี่ยวกับภาวะการเหยียดผิว การเลือกปฏิบัติด้านเชื้อชาติ โรคหวาดกลัวชาวต่างชาติ และการขาดความอดทนอดกลั้น ได้ส่งจดหมายแสดงความห่วงใยในประเด็นดังกล่าวถึงรัฐบาลพม่า

  ข้อมูลที่รวบรวมโดยองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐานโดยได้รับความช่วยเหลือจากกระทรวงแรงงาน ระบุว่าในช่วงระหว่างเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์  มีแรงงานต่างด้าวจำนวน 932,255 ราย (812,984 รายมาจากพม่า) ต่ออายุใบอนุญาตทำงานและมีสิทธิ์เข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สัญชาติได้ เมื่อถึงเดือนธันวาคม มีแรงงานต่างด้าวที่ผ่านกระบวนการดังกล่าวจำนวน 388,506 คน ส่วนบุตรของแรงงานต่างด้าวที่ขึ้นทะเบียนแล้ว มีสิทธิ์ลงทะเบียนขอใบอนุญาตพักอาศัยเช่นกัน หากพ่อแม่ได้รับใบอนุญาตพักอาศัยแล้ว

  แรงงานต่างด้าว ไม่ว่าจะมีสถานะทางกฎหมายเป็นอย่างไร ยังคงเสี่ยงต่อสภาพการทำงานที่เลวร้าย มีรายงานว่าคนงานเหล่านี้มักได้รับค่าจ้างต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำมาก ต้องทำงานหลายชั่วโมง และ/หรือทำงานในสภาพแวดล้อมที่ไม่ถูกสุขลักษณะ และ (เนื่องจากคนเหล่านี้มีสถานะที่ผิดกฎหมาย) จึงเสี่ยงต่อการถูกจับกุมและการส่งตัวกลับประเทศ  ผู้สังเกตการณ์ภาคประชาสังคมยังคงวิจารณ์วิธีการของรัฐบาลในการจัดการกับแรงงานต่างด้าว เพราะมีความเสี่ยงที่แรงงานจะถูกเอาเปรียบอย่างเห็นได้ชัด มีรายงานหลายฉบับชี้ให้เห็นว่าแรงงานถูกบังคับให้จ่ายเงินใต้โต๊ะแก่เจ้าหน้าที่ระดับท้องถิ่น  และยังมีรายงานอีกว่าแรงงานต่างด้าวที่ถูกส่งกลับประเทศถูกบังคับให้จ่ายเงินแก่เจ้าหน้าที่ในประเทศพม่าซึ่งคาดว่าจะนำเงินดังกล่าวมาแบ่งกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของไทย องค์การพัฒนาเอกชนต่างๆ ร้องเรียนว่าคำสั่งส่งแรงงานต่างด้าวที่ไม่ได้จดทะเบียนกลับประเทศเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ทำให้ปัญหาร้ายแรงยิ่งขึ้น มีการแสดงความกังวลต่อกฎกระทรวงที่ออกเมื่อเดือนกันยายน ที่มีผลให้มาตราหนึ่งใน พ.ร.บ.การทำงานของคนต่างด้าวปี พ.ศ. 2551 มีผลบังคับใช้ มาตราดังกล่าวกำหนดให้แรงงานที่มาจากกัมพูชา ลาว และพม่า จ่ายเงินจำนวนหนึ่งเพื่อสมทบกองทุนส่งแรงงานต่างด้าวกลับประเทศ เนื่องจากคำวิพากษ์วิจารณ์จากประชาสังคม และความเป็นห่วงของรัฐบาลเองว่าภาระดังกล่าวอาจทำให้เกิดปัญหาแรงงานเถื่อน รัฐบาลจึงเลื่อนการจัดตั้งกองทุนดังกล่าวออกไปเป็นเดือนมีนาคม พ.ศ. 2555  ระหว่างนี้ กระทรวงแรงงานได้วางแผนที่จะศึกษาเพี่อหาวิธีแก้ไขข้อห่วงใยเกี่ยวกับภาระทางการเงินนี้

  แรงงานต่างด้าวที่ไม่ได้ทำงานอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งได้ผ่านกระบวนการนิรโทษกรรมและการพิสูจน์สัญชาติแล้ว สามารถเข้าถึงกองทุนเงินทดแทน และกองทุนประกันสังคมได้  อย่างไรก็ตาม แรงงานต่างด้าวต้องเผชิญกับการเลือกปฏิบัติจากนโยบายของสำนักงานประกันสังคม ซึ่งไม่อนุญาตให้แรงงานซึ่งขึ้นทะเบียนแล้วแต่ทุพพลภาพมีสิทธิ์เข้าถึงกองทุนเงินทดแทน

  รายงานฉบับเดือนมีนาคมของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญแห่งองค์การแรงงานระหว่างประเทศขอให้รัฐบาลทบทวนนโยบายประกันสังคมและ “สั่งให้สำนักงานประกันสังคมดำเนินมาตรการอย่างเร่งด่วนเพื่อยกเลิกเงื่อนไขที่เข้มงวด และให้แรงงานต่างด้าวเข้าถึงกองทุนเงินทดแทนได้ง่ายขึ้นโดยไม่คำนึงเรื่องสัญชาติ” หลังมีการร้องเรียนในปี พ.ศ. 2552 ว่ารัฐบาลกีดกันแรงงานต่างด้าวชาวพม่าไม่ให้เข้าถึงกองทุนเงินทดแทนภายหลังเกิดอุบัติเหตุจากการทำงาน การกระทำดังกล่าวถือเป็นการละเมิดอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศฉบับที่ 19

  ในเดือนกรกฎาคม ครอบครัวของนายซาย เส่งทุน แรงงานชาวไทยใหญ่ที่ไม่ได้จดทะเบียน ซึ่งเสียชีวิตในปี พ.ศ. 2550 เนื่องจากอุบัติเหตุจากการทำงาน ได้ยื่นอุทธรณ์ หลังศาลชั้นต้นตัดสินให้เพิกถอนคำสั่งของสำนักงานประกันสังคมที่ให้นายจ้างจ่ายเงินชดเชย  เมื่อถึงช่วงปลายปี ศาลฎีกายังไม่ได้ตัดสินคำยื่นอุทธณ์ และครอบครัวก็ยังไม่ได้รับค่าชดเชย

  ในบางจังหวัด ระเบียบข้อบังคับของท้องถิ่นห้ามแรงงานต่างด้าวเป็นเจ้าของโทรศัพท์มือถือ ห้ามออกจากสถานที่ทำงานระหว่างเวลา 20.00 – 6.00 น. ห้ามชุมนุมกันเกินห้าคน และห้ามจัดหรือมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางวัฒนธรรม อย่างไรก็ดี ไม่ค่อยมีการบังคับใช้ระเบียบดังกล่าว มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงข่มขู่เจ้าหน้าที่องค์กรเอกชนที่พยายามช่วยเหลือแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาอย่างผิดกฎหมาย 

  ปัญหาต่างๆ ที่คนไทยซึ่งไปทำงานในต่างประเทศต้องเผชิญ เป็นการเน้นย้ำถึงปัญหาการแสวงประโยชน์ของบริษัทจัดหาแรงงาน ซึ่งคิดค่าหัวคิวในการจัดหางานเป็นจำนวนเงินที่สูงและผิดกฎหมาย บางครั้งอาจสูงเท่ารายได้ปีแรกและปีที่สองของการทำงานรวมกัน มีหลายกรณีที่คนงานซึ่งผ่านการคัดเลือกไม่ได้รับสวัสดิการตามที่สัญญาไว้และมีหนี้สินจำนวนมาก จากการศึกษาขององค์กรเอกชน เจ้าหนี้ในท้องถิ่นซึ่งส่วนมากเป็นเจ้าหนี้นอกระบบมีส่วนทำให้เป็นเช่นนั้นโดยการเสนอให้กู้ยืมเงินเป็นจำนวนมาก เพื่อให้คนงานนำไปจ่ายค่าหัวคิวซึ่งบางครั้งอาจสูงถึงห้าแสนบาท กรมจัดหางานได้ออกกฎจำกัดค่าธรรมเนียมในการจัดหางานเพื่อให้แน่ใจว่าไม่สูงจนเกินไป  อย่างไรก็ดี การบังคับใช้ระเบียบดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพยังเป็นเรื่องยาก