Skip Navigation
Skip Left Section Navigation

บทความที่น่าสนใจ

ต่อไปนี้เป็นรายชื่อบทความเกี่ยวกับการสอนภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศที่ศูนย์ข้อมูล สถานทูตสหรัฐฯ กรุงเทพฯ เห็นว่าน่าสนใจและเป็นประโยชน์ ถ้าท่านประสงค์จะอ่านบทความฉบับเต็ม กรุณาติดต่อศูนย์ข้อมูลหรือห้องสมุด หรือส่งอีเมลมาที่ irc@state.gov เพื่อขอคำแนะนำ ศูนย์ข้อมูลจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขรายชื่อบทความเหล่านี้เป็นระยะๆ

หมายเหตุ:  ความคิดเห็นที่แสดงไว้ในบทความเหล่านี้เป็นความเห็นของผู้เขียน และไม่จำเป็นต้องสะท้อนมุมมองหรือนโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ บทความที่ไม่ได้เป็นของรัฐบาลสหรัฐฯ อาจมีลิขสิทธิ์ และผู้นำบทความไปใช้อาจต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่เจ้าของลิขสิทธิ์ระบุไว้

“Co-teaching in the ESL Classroom”
Andrea Honigsfeld and Maria Dove. Delta Kappa
Gamma Bulletin, ฤดูหนาว 2550, 7 หน้า
ผู้เขียนสำรวจความเป็นไปได้ในการนำรูปแบบและเทคนิคการสอนร่วม (co-teaching) ซึ่งใช้ในการสอนสำหรับเด็กพิเศษมาใช้ในการสอนภาษาอังกฤษสำหรับผู้ที่พูดภาษาอื่น (TESOL) ผู้เขียนพิจารณาแนวทางการสอนร่วมที่เป็นไปได้ห้าวิธีและเสนอวิธีที่จะหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาด และสรุปว่าการสอนร่วมอาจ (1) กลายเป็นตัวช่วยสำคัญที่สนองตอบความต้องการที่หลากหลายของผู้เรียน  (2) ช่วยให้นักเรียนมีความรู้ตามมาตรฐานในระดับประเทศ ระดับรัฐและระดับท้องถิ่น (3) นำไปสู่ความร่วมมือที่สร้างสรรค์ระหว่างอาจารย์สอนภาษาอังกฤษในฐานะภาษาที่สอง (ESL) กับอาจารย์ทั่วไป

“ESL Students Discover the Rewards of Reading through Reader Response Journals”
Helene Dunkelblau. Encounter, ฤดูร้อน 2550, 6 หน้า
ผู้เขียนเล่าถึงประสบการณ์ในการใช้ reader response journals มาใช้เพื่อพัฒนาทักษะในการอ่านของนักศึกษาต่างชาติที่เรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง (ESL) reader response journals คือข้อความที่นักศึกษาเขียนแสดงความเห็นส่วนตัวอย่างไม่เป็นทางการต่อเรื่องที่อ่าน ไม่ใช่เป็นบทวิเคราะห์งานชิ้นนั้น

“Is There an “Academic Vocabulary”?”
Ken Hyland และ Polly Tse. TESOL Quarterly, มิถุนายน 2550, 19 หน้า
บทความนี้พิจารณาแนวคิดเกี่ยวกับคำศัพท์วิชาการที่ว่า ผู้เรียนภาษาอังกฤษเพื่อวิชาการ (EAP) ควรศึกษาแกนคำศัพท์ที่พบบ่อย เพราะคำศัพท์เหล่านี้สามารถพบได้ทั่วไปในการใช้ภาษาอังกฤษเชิงวิชาการ ผู้เขียนพิจารณาข้อสมมุติฐานนี้โดยใช้ รายการคำศัพท์วิชาการ (Academic Word List - AWL) ของ Cox-head (2000) เพื่อสำรวจการกระจายของตระกูลคำศัพท์ 570 ตระกูลในประมวลคำศัพท์ 3.3 ล้านคำจากประเภทและสาขาวิชาต่างๆ ผลสำรวจพบว่า แม้ AWL จะครอบคลุมได้ถึงร้อยละ 10.6 ของประมวลคำศัพท์ แต่คำศัพท์ในรายการนั้นมักปรากฏและทำหน้าที่ต่างกันในต่างสาขาวิชา ทั้งในแง่ขอบเขต ความถี่ของการปรากฏ ลำดับการปรากฏร่วมกับคำอื่นในประโยค และความหมาย ผลเช่นนี้แนะว่า AWL อาจไม่สามารถใช้ได้ทั่วไปอย่างกว้างขวางเท่าที่ตั้งเป้าไว้ ยิ่งไปกว่านั้น ยังตั้งคำถามต่อข้อสมมุติฐานที่ว่า ผู้เรียนต้องการแกนคำศัพท์เพียงแกนเดียวสำหรับการศึกษาวิชาการ ผู้เขียนโต้แย้งว่าการฝึกฝนและใช้ภาษาที่แตกต่างกันในแต่ละชุมชนสาขาวิชา ทำให้ประโยชน์ของรายการคำศัพท์ลดลง และแนะนำว่าผู้สอนควรช่วยผู้เรียนพัฒนาคลังคำศัพท์ที่เจาะจงตามสาขาวิชาด้วยเช่นกัน

“Learner Experiences in Web-Based Language Learning”
Jeong-Bae Son. Computer Assisted Language Learning, กุมภาพันธ์ 2550, 16 หน้า
อินเทอร์เน็ตมีข้อมูลจากทั่วโลกที่ช่วยพัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ บทความชิ้นนี้วิเคราะห์การใช้อินเทอร์เน็ตในการเรียนภาษาด้วยการศึกษาประสบการณ์ของผู้เรียนภาษาอังกฤษในฐานะภาษาที่สอง (ESL) ในการทำกิจกรรมในหลักสูตรภาษาอังกฤษแบบเร่งรัดสำหรับนักศึกษาต่างชาติ (ELICOS) ที่ใช้อินเทอร์เน็ตประกอบการเรียน (WBLL) บทความยังกล่าวถึงกิจกรรรมทางอินเทอร์เน็ตที่ผู้เรียนภาษาอังกฤษเข้าร่วม และสำรวจมุมมองและทัศนคติของผู้เรียนที่มีต่อกิจกรรมดังกล่าว

“Perspectives on Technology in Learning and Teaching Languages”
Richard Kern. TESOL Quarterly, มีนาคม 2549, 28 หน้า
การพัฒนาที่รวดเร็วของเทคโนโลยีการสื่อสารได้เปลี่ยนแนวทางการสอนและการใช้ภาษา โดยทำให้เกิดรูปแบบใหม่ของการสื่อสาร การสร้างสรรค์ผลงาน และหนทางใหม่ๆที่จะสร้างและมีส่วนร่วมในชุมชนต่างๆ ส่วนแรกของบทความนี้ระบุและอภิปรายประเด็นสำคัญ 4 ข้อจากงานเขียนเกี่ยวกับเทคโนโลยีในช่วงที่ผ่านมา (สถานะของ CALL มูลฐานทางทฤษฎี การปลูกฝังทางวัฒนธรรม และประสิทธิภาพ) ส่วนที่สอง ผู้เขียนสังเคราะห์ผลงานวิจัยต่างๆจาก 3 สาขาการวิจัยในปัจจุบัน ได้แก่ การสื่อสารโดยใช้คอมพิวเตอร์เป็นสื่อกลาง ความรู้ทางอิเล็กทรอนิกส์ และการศึกษาร่วมกันผ่านอินเทอร์เน็ต (Telecollaboration) ส่วนที่สามให้แนวทางสำหรับการสอนและการวิจัยโดยมุ่งความสำคัญไปที่ผู้สอน ความเข้าใจใหม่เกี่ยวกับภาษาและการสื่อสาร การตระหนักรู้ในความสัมพันธ์ระหว่างเทคโนโลยี ภาษา วัฒนธรรมและสังคม และแนวโน้มใหม่ๆในขั้นตอนการทำวิจัย

“Reflecting on the Cognitive-Social Debate in Second Language Acquisition”
Diane Larsen-Freeman. The Modern Language Journal, ธันวาคม 2550, 15 หน้า
งานวิจัยของ Firth และ Wagner (2540) ซึ่งเรียกร้องให้งานวิจัยเกี่ยวกับการรับภาษาที่สอง (Second Language Acquisition – SLA) กระทำในแบบที่ไม่เป็นวิชาการเกินไปและคำนึงถึงบริบทแวดล้อมมากขึ้น ทำให้เกิดการถกเถียงอย่างมาก ซึ่งได้สรุปย่อไว้ในบทความชิ้นนี้ ข้อถกเถียงทั้งหมดเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เมื่อคำนึงถึงต้นกำเนิดของการเรียนภาษาที่สองซึ่งเป็นปัจเจก (individualistic) และปริชาน (cognitive) ด้วยภววิทยาและญาณวิทยาที่ต่างกัน มุมมองทั้งสอง ซึ่งได้แก่ มุมมองที่เป็นปัจเจก/ปริชาน และมุมมองที่เน้นสังคมและบริบทจึงมีผลกระทบต่อกันน้อยมาก ในปัจจุบัน ความคิดแบบพหุนิยมเชิงทฤษฎียังคงเป็นที่ยอมรับมากที่สุด แต่สุดท้ายแล้ว ความแตกต่างนี้อาจยุติลงด้วยข้อสรุปจากประสบการณ์ความรู้ของมนุษย์เอง ความเป็นไปได้อีกประการหนึ่งคืออาจมีการกำหนดกรอบความเข้าใจของเราใหม่ และผู้เขียนได้เสนอทฤษฎีไร้ระเบียบและความซับซ้อน (Chaos and complexity theory) ไว้เป็นหนทางหนึ่ง แน่นอนว่า ทางออกที่กระบวนการรับภาษาที่สองนำมาปรับใช้อยู่เสมอเมื่อมีความเห็นที่ขัดแย้งกันคือ แสวงหากรอบที่กว้างขึ้น ซึ่งยอมรับในข้อดีของทั้งสองมุมมอง

“Schema Theory and Knowledge-Based Processes in Second Language Reading Comprehension: A Need for Alternative Perspectives”
Hossein Nassaji. Language Learning, มิถุนายน 2550, 35 หน้า
ความรู้ได้รับการนำเสนอและจัดการภายในจิตใจอย่างไร ความรู้มีบทบาทอย่างไรในการทำความเข้าใจและตีความการสื่อสาร อะไรคือกลไกที่แน่ชัดในการใช้กระบวนการความรู้เพื่อทำความเข้าใจ คำถามเหล่านี้สร้างความฉงนแก่นักภาษาศาสตร์จิตวิทยาและนักจิตวิทยาปริชานมายาวนาน ในบทความนี้ ผู้เขียนได้ทบทวนและวิเคราะห์วิจารณ์ข้อสมมุติฐานหลักๆภายใต้ทฤษฎีโครงสร้างความรู้ (Schema Theory) และกระบวนการความรู้ ว่าเป็นเครื่องยืนยันการแสดงออกและความเข้าใจในความรู้ที่มีอยู่ ผู้เขียนได้พิจารณารูปแบบการบูรณาการโครงสร้างของการทำความเข้าใจการสื่อสารเพื่อเป็นอีกมุมมองทางเลือก และอภิปรายว่าเมื่อปรับใช้มุมมองดังกล่าวกับการอ่านทำความเข้าใจภาษาที่สองแล้ว จะเสนอภาพที่ต่างจากพื้นฐานเดิมและมีรายละเอียดมากกว่าของบทบาทของความรู้และกระบวนการความรู้ที่นักวิจัยเกี่ยวกับภาษาที่สองเคยพยายามอธิบายด้วยหลักการทางทฤษฎีโครงสร้างความรู้

“Subjective Assessment of Listening Environments in University Classrooms: Perceptions of Students”
Susan M. Kennedy, et al. Noise & Vibration Worldwide, มิถุนายน 2550, 1 หน้า
บทความนี้เสนอการประเมินผลมุมมองเกี่ยวกับการฟังของนักศึกษามหาวิทยาลัย สำหรับนำไปพัฒนาเกณฑ์วัดโดยใช้ข้อมูลจากแบบสอบถามเป็นหลัก เพื่อสืบหาปัจจัยที่ส่งเสริม ลดทอน หรือไม่มีผลใดๆต่อคุณภาพในการฟังในความคิดของนักศึกษา เพื่อวัตถุประสงค์การเรียนในชั้นเรียน และการประเมินชิ้นนี้ชี้ให้เห็นว่า นักศึกษาที่เรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง ให้คะแนนความง่ายในการฟัง (Perception of listening ease - PLE) ลดลง

“The Universal Language”
John K. Waters. T H E Journal, มกราคม 2550, 6 หน้า
บทความนี้กล่าวถึงการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนภาษาโดยครูผู้สอนภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง (ESL) จำนวนนักเรียนที่ศึกษาภาษาอังกฤษ (ELL) ในโรงเรียนในสหรัฐอเมริการะหว่างปี พ.ศ.2532 ถึง พ.ศ.2543 และ พ.ศ.2547 ถึง พ.ศ.2548 เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 150 ตามข้อมูลจาก Kristina Potter ผู้อำนวยการอาวุโสของโครงการพัฒนาหลักสูตร ELL ที่ Pearson Digital Learning ครูจำนวนมากขึ้นใช้คอมพิวเตอร์และโปรแกรมในการสอนภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง สถาบัน Pearson ยังได้เสนอผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ระบบการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ซึ่งสามารถใช้งานได้ทั้งกับเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ติดตั้งลงบนเซอร์เวอร์ในแต่ละพื้นที่ หรือผ่านเว็บบราวเซอร์

[ปรับปรุงครั้งสุดท้าย 20 มิถุนายน 2551]

ข้อมูลติดต่อ

Regional English Language Office (RELO)
ที่อยู่: 95 ถนนวิทยุ กรุงเทพฯ 10330 ประเทศไทย

โทรศัพท์: +66-2-205-4492
โทรสาร: +66-2-650-8923

 
เว็บไซต์นี้เป็นของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ลิงค์บนเว็บไซต์นี้ที่เชื่อมต่อไปยังอินเตอร์เน็ตเว็บไซต์อื่นๆ
ไม่ได้แสดงถึงการสนับสนุนความเห็นหรือนโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ที่อยู่ในเว็บไซต์เหล่านั้นแต่อย่างใด
Skip Footer Navigation