Skip Global Navigation to Main Content
Skip Breadcrumb Navigation
รายงานและเอกสารข้อเท็จจริงของสถานทูตฯ

รายงานว่าด้วยการส่งเสริมเสรีภาพและประชาธิปไตยปีพ.ศ. 2551

ออกเผยแพร่โดยสำนักงานประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน และแรงงาน
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ
วันที่ 23 พฤษภาคมพ.ศ. 2551

ภาค 1

ประเทศไทยปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นองค์พระประมุขภายใต้บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ มีรัฐบาลผสมที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยนำโดยนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีจากพรรคพลังประชาชน  พรรคพลังประชาชนเข้าบริหารประเทศหลังจากมีการเลือกตั้งเมื่อเดือนธันวาคมพ.ศ. 2550 ซึ่งเป็นการสิ้นสุดการบริหารระยะเวลาเกือบ 17 เดือนโดยรัฐบาลที่ได้รับแต่งตั้งโดยผู้นำการรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายนพ.ศ. 2549  ในการลงประชามติทั่วประเทศเมื่อเดือนสิงหาคมพ.ศ. 2550 ผู้มีสิทธิเลือกตั้งแสดงความเห็นชอบกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ซึ่งร่างโดยสภาร่างรัฐธรรมนูญซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดยผู้นำการรัฐประหาร  รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีบทบัญญัติที่กำหนดไว้เพื่อป้องกันการผูกขาดอำนสจทางการเมืองซึ่งมีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าเป็นสิ่งที่ไม่เป็นประชาธิปไตยเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงยังใช้กำลังเกินกว่าเหตุต่อผู้ต้องสงสัยคดีอาชญากรรมและกระทำหรือถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับคดีการสังหารนอกกระบวนการยุติธรรม การสังหารตามอำเภอใจและการสังหารไม่ชอบด้วยกฎหมายหลายสิบคดี  มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจบางคนทรมาน ซ้อมและทารุณผู้ต้องขังและผู้ต้องหาโดยผู้ต้องขังและผู้ต้องหาหลายคนถูกคุมขังในสภาพที่แออัดและไม่ถูกหลักสุขอนามัย  การขู่ฟ้องศาลข้อหาหมิ่นประมาทที่ดำเนินมานานทำให้สื่อและองค์กรเอกชนมีการพิจารณาตรวจพิจารณาข่าวสารของตนเองก่อนนำเสนอ  เจ้าหน้าที่สิทธิมนุษยชนโดยเฉพาะผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับความรุนแรงในภาคใต้รายงานว่าประสบปัญหาถูกคุกคามและข่มขู่

ภาค 2

การส่งเสริมประชาธิปไตยยังคงเป็นสิ่งหนึ่งที่สหรัฐอเมริกาให้ความสำคัญมากในประเทศไทย   สหรัฐฯ ดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่กระบวนการประชาธิปไตยและสถาบันอิสระต่างๆ ตลอดทั้งให้ความช่วยเหลือองค์กรและกลุ่มต่างๆ ที่ส่งเสริมการเคารพสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองของชนกลุ่มน้อยทางเชื้อชาติและทางศาสนา  สหรัฐฯ ดำเนินโครงการฝึกอบรมให้แก่กลุ่มต่างๆ ในฝ่ายตุลาการ ฝ่ายบังคับใช้กฎหมายและฝ่ายประชาสังคมเพื่อสนับสนุนให้มีความโปร่งใสในกระบวนการกฎหมาย ธรรมาภิบาล หลักนิติธรรมและการมีส่วนร่วมของพลเมือง  สหรัฐฯ ส่งเสริมเสรีภาพของสื่อโดยการสนับสนุนองค์กรท้องถิ่นให้ช่วยฝึกอบรมผู้สื่อข่าวพัฒนาทักษะการรายงานข่าวเชิงสืบสวนเพื่อดำเนินบทบาทของตนในฐานะผู้เฝ้าจับตางานการเมือง  สหรัฐฯ ส่งเสริมเสรีภาพในการแสดงออกโดยการจัดโครงการความร่วมมือและโครงการพัฒนาความสามารถกับองค์กรสื่อและเครือข่ายวิทยุชุมชน  นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังให้การสนับสนุนโครงสร้างและอุปกรณ์การศึกษาแก่โรงเรียนมัธยมและมหาวิทยาลัยในพื้นที่ภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาความขัดแย้ง

สหรัฐฯ ยังคงให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชนในภาคใต้ของประเทศไทยโดยเรียกร้องให้รัฐบาลป้องกันการสังหารนอกกระบวนการยุติธรรม ดำเนินการสืบสวนข้อกล่าวหาต่างๆ อย่างถ้วนถี่และโปร่งใสที่มีต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงว่าละเมิดสิทธิมนุษยชนทั้งในอดีตและปัจจุบัน และดำเนินการลงโทษเจ้าหน้าที่ที่กระทำความผิดอย่างเหมาะสมเพื่อแก้ปัญหาข้อกังวลว่าเจ้าหน้าที่ที่กระทำความผิดจะไม่ต้องรับโทษและเรื่องการได้รับความเป็นธรรมของประชาชนชาวไทยที่อยู่ในภาคใต้  เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยังติดต่ออย่างใกล้ชิดกับองค์กรเอกชนของไทยและองค์กรเอกชนต่างประเทศซึ่งตั้งอยู่ในประเทศไทยที่ทำงานส่งเสริมสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย  สหรัฐฯ ยังคงสนับสนุนให้ข้าราชการจัดตั้งและรักษาสถาบันความเป็นทหารอาชีพ การดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างมีสมรรถภาพและระบบราชการที่เคารพและปกป้องปัจเจกชน สิทธิมนุษยชนและหลักนิติธรรม

ภาค 3

สหรัฐฯ เป็นประเทศในแถวหน้าที่เรียกร้องให้ประเทศไทยกลับคืนสู่การปกครองที่มีรัฐบาลมาจากการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุดหลังการรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายนพ.ศ. 2549  สหรัฐฯ ให้เงินสนับสนุนโครงการต่างๆ ของไทยที่ส่งเสริมธรรมาภิบาลตามระบอบประชาธิปไตยและหลักนิติธรรมซึ่งรวมทั้งการให้ความช่วยเหลือทางวิชาการในการวิเคราะห์รัฐธรรมนูญฉบับใหม่และให้เงินสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ที่ให้ความรู้แก่องค์กรเอกชนและเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวกับการซื้อเสียง  นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังสนับสนุนการติดตามสังเกตการณ์การทำประชามติเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญและกิจกรรมที่ให้ความรู้แก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง  สหรัฐฯ เรียกร้องผู้นำรัฐบาลรักษาการหลังการรัฐประหารให้คืนเสรีภาพของพลเมืองให้ประชาชนอย่างรวดเร็ว ยกเลิกข้อจำกัดต่างๆ เกี่ยวกับการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองและยกเลิกกฎอัยการศึก  หลังการรัฐประหาร สหรัฐฯ ดำเนินโครงการสนับสนุนการกลับสู่การปกครองโดยรัฐบาลพลเรือนด้วยการนำผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายจากสหรัฐฯ มาอภิปรายประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ให้เงินอุดหนุนองค์กรเอกชนในประเทศให้ดำเนินการติดตามสังเกตการณ์การทำประชามติเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ ให้คำแนะนำทางกฎหมายเกี่ยวกับการร่างกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งฉบับใหม่และส่งเจ้าหน้าที่สังเกตการณ์การเลือกตั้งสมาชิกรัฐสภาไปทั่วประเทศเมื่อเดือนธันวาคมพ.ศ. 2550  สหรัฐฯ ยังคงดำเนินโครงการจัดผู้บรรยายด้านจรรยาบรรณในการปกครอง ระบบรัฐธรรมนูญ การเลือกตั้งและการทำประชามติที่เสรีและเที่ยงธรรม บทบาทของสตรีในกระบวนการทางการเมือง อิทธิพลของเงินในกระบวนการทางการเมืองและการให้พลเรือนควบคุมการทหาร

สหรัฐฯ ยังแสดงความวิตกห่วงใยที่ยังไม่มีความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับผู้ละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมทั้งคดีการสังหารนอกกระบวนการยุติธรรมและคดีบุคคลหายสาบสูญเนื่องจากถูกลักพา  สหรัฐฯ ได้เรียกร้องให้รัฐบาลไทยดำเนินการสอบสวนคดีวิสามัญฆาตกรรมที่อาจเป็นการสังหารนอกกระบวนการยุติธรรมต่อบุคคลอย่างน้อย 1,300 รายในช่วงของ “การทำสงครามกับยาเสพติด” ในปี พ.ศ. 2547 และเรียกร้องให้รัฐบาลไทยยุติแนวทางปฏิบัติที่ทำให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงไม่ต้องรับโทษตลอดทั้งให้นำเจ้าหน้าที่ที่ใช้อำนาจโดยมิชอบมาดำเนินการทางกฎหมาย  ส่วนในด้านการสนับสนุนการสร้างสถาบันประชาธิปไตยในกลุ่มประชาชนที่หลากหลาย รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ส่งพลเมืองไทยซึ่งรวมถึงชาวมุสลิมและสตรีไปสหรัฐฯ เพื่อศึกษาเกี่ยวกับประชาธิปไตย พหุวัฒนธรรมหรือความหลากหลายทางวัฒนธรรมและการยอมรับในความแตกต่างทางศาสนา  เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เดินทางมาบรรยายเรื่องนโยบายสิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตย การยอมรับในความแตกต่างทางศาสนา ความหลากหลายและเสรีภาพในการแสดงออกของสหรัฐอเมริกาให้แก่มหาวิทยาลัยต่างๆ  และในส่วนหนึ่งของโครงการเพื่อเข้าถึงชุมชนมุสลิมในภาคใต้ สหรัฐฯ ส่งครูและนักเรียนไปสหรัฐฯ เพื่อเข้าประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องการส่งเสริมประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน

สหรัฐฯ ให้ทุนแก่องค์กรสื่อสิ่งพิมพ์ของไทยแห่งหนึ่งให้จัดพิมพ์หนังสือคู่มือปัญหาการจัดการและการผลิตรายการของผู้จัดรายการวิทยุชุมชน และให้ทุนแก่องค์กรสื่อแห่งหนึ่งในการสร้างสมรรถภาพของวิทยุชุมชน  สหรัฐฯ ส่งเสริมเสรีภาพของสื่อและเสรีภาพในการพูด โดยเฉพาะเสรีภาพของสื่อกระจายเสียงและอินเทอร์เน็ตโดยการจัดการฝึกอบรมให้แก่ผู้ประกอบอาชีพสื่อมวลชน  สหรัฐฯ จัดการประชุมทางไกล (digital video conference) ระหว่างอดีตผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์พีบีเอส (Public Broadcasting Service) กับผู้สื่อข่าววิทยุโทรทัศน์และผู้กำหนดนโยบายจำนวน 50 คนในหัวข้อเรื่องประเด็นหลักในการพิจารณาก่อตั้งและดำเนินกิจการการบริการโทรทัศน์สาธารณะ  นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังได้ส่งผู้สื่อข่าวไทยไปสหรัฐฯ เพื่อศึกษาเกี่ยวกับประชาธิปไตยในช่วงการเลือกตั้งรอบแรกผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีปีพ.ศ. 2551

ภาค 4

สหรัฐฯ ร่วมกับสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) และองค์การระหว่างประเทศอื่นๆ ติดต่ออย่างใกล้ชิดกับผู้ลี้ภัยชาวพม่า นักเคลื่อนไหวทางการเมือง และองค์กรเอกชนของพม่าในประเทศไทย  เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยังร่วมมือกับรัฐบาลไทยอย่างใกล้ชิดเพื่อสอดส่องสภาพความเป็นอยู่ของผู้ลี้ภัยชาวพม่าและกลุ่มอื่นๆ ที่อาจประสบปัญหาที่พำนักอยู่ในเขตแดนไทย  เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เดินทางไปเยี่ยมค่ายผู้ลี้ภัยตามชายแดนไทย-พม่าบ่อยครั้งเพื่อรายงานสภาพความเป็นอยู่ของผู้ที่หลบหนีออกมาจากพม่า  สหรัฐฯ ยังให้เงินช่วยเหลือสำหรับการปฏิบัติงานของสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติในภูมิภาคเอเชียตะวันออกซึ่งรวมถึงการให้ความคุ้มครองผู้ลี้ภัยชาวพม่าในเขตแดนไทย  สหรัฐฯ เรียกร้องให้มีการปฏิบัติอย่างมีมนุษยธรรมต่อชาวม้งจากประเทศลาวที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย  สหรัฐฯ ยังยังให้เงินอุดหนุนแก่องค์กรเอกชนในการให้ความช่วยเหลือชาวม้งที่ถูกกักกันระยะยาวในค่ายทหารหรือสถานกักกันของกองตรวจคนเข้าเมือง  เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยังคงเรียกร้องให้รัฐบาลไทยอนุญาตให้สหประชาชาติเข้าไปเยี่ยมชาวม้งได้เพื่อตรวจสอบว่าชาวม้งเหล่านั้นมีเหตุผลที่ชอบธรรมในการขอสถานภาพผู้ลี้ภัยหรือไม่  สหรัฐฯ ยังคงดำเนินโครงการขนาดใหญ่เพื่อการตั้งถิ่นฐานในสหรัฐฯ สำหรับผู้ลี้ภัยชาวพม่าที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยโดยไร้สถานภาพอย่างเป็นทางการ

สหรัฐฯ ช่วยพัฒนาขีดความสามารถด้านกฎหมาย วิชาชีพ และวิชาการของสถาบันราชการของไทย  เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ได้จัดและเข้าร่วมสัมนาหลายครั้งที่เกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญา การคุ้มครองพยาน การต่อรองคำให้การแก้ฟ้อง  การพัฒนาฝ่ายตุลาการให้ทันสมัย การทุจริตฉ้อราษฎร์บังหลวงและประเด็นต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อความเที่ยงธรรม   สหรัฐฯ สนับสนุนการพัฒนาหลักนิติธรรมด้วยการดำเนินการมอบทุนให้แก่โครงการ American Bar Association Asia-Initiative project in Bangkok เป็นปีที่สองซึ่งเป็นโครงการที่จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการและสัมนาระหว่างเจ้าหน้าที่ไทยและสหรัฐฯ และผู้เชี่ยวชาญฝ่ายตุลาการโดยมีวัตถุประสงค์ที่จะพัฒนาประมวลจริยธรรมสำหรับนักกฎหมาย อัยการและผู้พิพากษา  โครงการดังกล่าวได้จัดและให้เงินอุดหนุนการประชุมเรื่องการต่อต้านการทุจริตในฝ่ายตุลาการ  สหรัฐฯ และรัฐบาลไทยยังคงร่วมกันให้เงินสนับสนุนและบริหารสถาบันฝึกอบรมระหว่างประเทศว่าด้วยการดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย (International Law Enforcement Academy - ILEA) ซึ่งเป็นศูนย์ฝึกอบรมสำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่ศุลกากร และเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายอื่นๆ ในภูมิภาคนี้  หลักสูตรของ ILEA จะเน้นการสนับสนุนสถาบันประชาธิปไตย ความสำคัญของความเป็นกลางและความซื่อสัตย์ในการบังคับใช้กฎหมายอาญา การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐาน  และเพื่อให้การฝึกอบรมของสถาบันมีประสิทธิผลสูงสุด สหรัฐฯ ยังส่งเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมายของไทยไปเข้ารับการอบรมขั้นสูงในสหรัฐฯ รวมทั้งเข้าการประชุมในวิชาชีพและเพื่อความก้าวหน้าทางอาชีพ ซึ่งรวมถึงการสนับสนุนเอกสารต่างๆ เกี่ยวกับมาตรฐานของสหรัฐฯ และมาตรฐานสากลในเรื่องสิทธิมนุษยชนในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมาย

สหรัฐฯ ให้การสนับสนุนหน่วยงานราชการและองค์กรเอกชนสิบกว่าแห่งที่มีบทบาทในการต่อต้านการค้ามนุษย์เพื่อธุรกิจค้าประเวณีและการใช้แรงงาน ซึ่งได้แก่โครงการให้ความช่วยเหลือเพื่อพัฒนาระบบการบังคับใช้กฎหมายและการดำเนินคดีให้ดีขึ้น โครงการให้ความช่วยเหลือด้านกฎหมายแก่ผู้เคราะห์ร้าย โครงการให้ความคุ้มครองผู้เคราะห์ร้าย รวมทั้งโครงการให้ความช่วยเหลือเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายในการกลับสู่สังคม  สหรัฐฯ ยังให้เงินอุดหนุนองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (International Organization for Migration) ในการส่งตัวเหยื่อค้ามนุษย์ที่ถูกค้าระหว่างประเทศในลุ่มน้ำโขงกลับประเทศและช่วยคนเหล่านี้ในการกลับสู่สังคม

แหล่งข้อมูล: http://www.state.gov/g/drl/rls/afdr/2008/104781.htm